บนดินแดนเทพยุทธ์ หากต้องการตัดสินว่าพรสวรรค์ของใครสักคนนั้นดีหรือเลว ส่วนมากจะดูกันที่ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญเลื่อนขั้นหลังได้เริ่มเรียนรู้
หากแต่เกาะหุน หอซือมิ่ง รวมถึงในตระกูลเฟิ่งกลับมีศิลาวัดระดับอยู่ชนิดหนึ่ง ดูจากลายสลักบนศิลาก็สามารถวินิจฉัยพรสวรรค์ในการฝึกบำเพ็ญของคนผู้นั้นออกมาได้
ตอนที่ไป่หลี่จิงหงทำการทดสอบ สามารถกล่าวได้ว่าเป็นที่ครึกโครมไปทั้งเกาะหุน การฝึกบำเพ็ญเลื่อนขั้นหลังจากนั้นก็สร้างสถิติใหม่อยู่บ่อยครั้งเช่นกัน
และก็โชคดีที่ไป่หลี่จิงหงมีพลังแก่นแท้เป็นที่น่าตกใจ ตอนที่ไป่หลี่จิ้งหย่วนต้องพิษประหลาด เขาถึงสามารถควบคุมเกาะหุนให้อยู่ในความสงบ ทั้งยังสามารถออกจากเกาะไปเสาะหายาถอนพิษได้พร้อมกัน
“หงเอ๋อร์ ตามข้ากลับไป แล้วข้าจะละเว้นนางหนูข้างกายเจ้า”
“พาคนของท่านไปเสีย” ไป่หลี่จิงหงเพียงตอบประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“นี่เจ้าไม่เชื่อฟังคำข้า ไม่เห็นมารดาอย่างข้าอยู่ในสายตาแล้ว?” เสียงของนางเข้มขึ้น
ไป่หลี่จิงหงไม่พูดอะไร เขาบอกเจตนาของตนออกไปชัดพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก
“ดี ดียิ่งนัก” นางเดือดดาลสุดขีดจนกลับกลายเป็นหัวเราะออกมาเบาๆ “เจ้าอย่านึกนะว่าตนเองเป็นราชันยุทธ์แล้ว พลังแก่นแท้ก็จะไร้เทียมทาน เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เจ้าไม่เชื่อฟังคำพูดแม่ ก็อย่าหาว่าแม่ไม่ให้โอกาสเจ้า เจ้าพ่ายแพ้ขายหน้าสิ้นเมื่อใด อย่ามานึกเสียใจแล้วกัน!”
ไป่หลี่จิงหงไม่มีท่าทีใดๆ ต่อวาจาของนาง สีหน้าเยียบเย็นและเฉยชาโดยตลอด อารมณ์ไม่กระเพื่อมไหวแม้แต่น้อยนิด
“ท่านป้า นี่ท่านจะใช้พลังยุทธ์มาบังคับจับตัวคนแล้วหรือ” ใบหน้าเล็กของโม่อีเหรินโผล่ออกมาจากด้านหลังไป่หลี่จิงหง ก่อนกล่าวไปยังเรือที่อยู่ทางด้านหน้า
“นางเด็กไร้มารยาท! เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะมาพูดกับข้า!”
“ข้าก็ไม่อยากพูดกับท่านเหมือนกัน แต่ปัญหาคือบ่าวหญิงของท่านมาโดยไม่ได้รับเชิญ บัดนี้ก็ยังดื้อด้านไม่ยอมจากไป ยึดครองพื้นที่บนเรือของข้า ทำลายทัศนียภาพงดงามที่ข้าชื่นชม ขวางหูขวางตาเหลือเกิน” โม่อีเหรินโคลงศีรษะเอ่ย น้ำเสียงทอดถอนใจยิ่ง “อันที่จริงข้าก็อยากจะมีมารยาทมากเช่นกัน หากแต่ท่านป้าเองก็พึงต้องทราบว่ามารยาทเป็นสิ่งที่มีไว้ใช้กับผู้ที่รู้มารยาท สำหรับผู้ที่ไม่รู้มารยาท ข้าเกรงว่าหากข้ามีมารยาทเกินไป ท่านป้าจะรู้สึกอับอายและน้อยเนื้อต่ำใจ!”
“ไร้มารยาท!”
ไอดาบสายหนึ่งฟันตรงมาอีกครั้ง และก็ถูกไป่หลี่จิงหงขวางไว้ตามเดิม
โม่อีเหรินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“ท่านป้า บุรุษไม่ใช้ความรุนแรง เอ่อ…ก็ได้ ท่านป้าเป็นสตรี ไม่อาจเรียกร้องเช่นนี้ได้ หากแต่ท่านป้า ท่านพึงต้องทราบว่ากาลเวลาเป็นดาบฆ่าคน คนที่โมโหบ่อยจะแก่ชราได้ง่าย ท่านป้าอายุมากแล้ว ก็ต้องบ่มเพาะร่างกายและจิตใจให้ดี มิเช่นนั้นจะทำร้าย ‘ใบหน้า’ ท่านอย่างมาก”
นี่คือโหมโรงการเอาคืนตามฉบับของโม่อีเหรินอย่างแท้จริง
นางพูดออกมาชัดๆ ว่า ‘ท่านป้าไม่ได้รับการบ่มเพาะ ท่านป้าไม่มีคุณลักษณะอันดี’
เป็นอย่างไรเล่า!
ท่านป้าอยากทำให้จิงหงพ่ายแพ้ ขายหน้าต่อหน้าผู้อื่น เช่นนั้นข้าก็จะใช้นิสัยเสียๆ ของท่านป้ามาเสียดสีท่านป้าว่าความแก่ชิงนำหน้าอายุ!
นางให้ความเคารพผู้อาวุโส แต่หากคนผู้หนึ่งจิตใจไม่ดี ไม่ว่าจะงดงามหรืออัปลักษณ์ ไม่ว่านางจะเป็นผู้ใด ก็ล้วนน่ารังเกียจไม่ต่างกัน
“อีเหริน…” ไป่หลี่จิงหงไม่ได้หันหน้ากลับมา แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าโม่อีเหรินชักโมโหแล้ว