ภายในกระโจมตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ทว่าคราวนี้คนที่กลั้นหัวเราะเพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิม
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อครู่ชื่อซ่งโหลว เป็นแม่ทัพฝีมือดีใต้ร่มธงแม่ทัพใหญ่ ทั้งที่ถูกด่าว่า ‘ขำบ้าอะไรกัน’ เขาก็ยังอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดฉุนเฉียวแม้แต่นิดเดียว “ความชื่นชอบของท่านแม่ทัพใหญ่เป็นเลิศ ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก”
“เท่าที่ข้าดู แม่หนูคนนี้คิ้วหนาตาโต หน้ากลมอิ่ม อุปนิสัยตรงไปตรงมา น่ารักน่าชังอย่างยิ่ง…” กุนซืออันดับหนึ่งถังเสวียนจื่อลูบเคราสั้นของตนพลางแย้มยิ้ม
“น้องสาวคนนี้แค่อ้าปากก็ด่าเจ้าซ่งทันที ตาถึงจริงๆ ฮ่าๆ ถูกใจข้ายิ่งนัก ต่อไปหากมีโอกาส ข้าจะต้องขอคบหานางเป็นสหายสนิทให้จงได้” ชายร่างใหญ่บึกบึนกำยำที่กำลังยิ้มกว้างคือผู้บัญชาการทหารกองหน้า อุปนิสัยโผงผางตรงไปตรงมากว่าทุกคน
“นั่นน่ะสิๆ!”
“กล่าวได้ถูกยิ่งนัก!”
“ฮ่าๆ”
เยียนชิงหลางเลิกคิ้วกวาดตามองแม่ทัพนายกองคนสนิท มุมปากกระตุกนิดๆ ราวกับจะถามว่ากำลังดูละครฉากสนุกกันอยู่หรือไร
“ใครไม่หิวก็ออกไปเรียกทหารซ้อมรบข้างนอก!” เขาสั่งเสียงเข้ม ดวงตาคมปลาบดุจสายฟ้า
เสียงจ้อกแจ้กพลันเงียบกริบเป็นจักจั่นฤดูหนาวไปทันที แต่ละคนรีบยืนขึ้นตัวตรง กระทั่งกุนซืออาวุโสก็ไม่เว้น
เยียนชิงหลางค่อยๆ เปิดฝากล่องใบหนึ่ง กลิ่นหอมอันเย้ายวนของซี่โครงแกะย่างกระจายฟุ้ง เหล่าชายฉกรรจ์พุ่งเข้าใส่เหมือนเป็นผีหิวตายกลับชาติมาเกิด
“โอ้โห ของดีเลยนี่!”
“ท่านแม่ทัพใหญ่โปรดอภัยด้วย ต่อไปข้าไม่กล้าอีกแล้ว ถ้าอย่างไรขอซี่โครงสักซี่ให้ข้าแทะก่อนได้หรือไม่”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังแย่งของกินกันอุตลุด เยียนชิงหลางถือตะกร้าที่แสนคุ้นตาเพราะเคยเห็นนางใส่อาหารที่ร้านริมทางมาก่อน เดินอ้อมฉากบังตาเข้าไปยังพื้นที่ด้านหลังที่กั้นไว้เป็นห้องนอน แล้ววางตะกร้าลงบนโต๊ะไม้ ไม่รู้เพราะเหตุใดเขาถึงได้รู้สึกว่าของในตะกร้านี้เตรียมไว้เพื่อตนเองผู้เดียว
หลังจากดึงผ้าสำลีสีน้ำเงินที่ปิดไว้ด้านบนเพื่อรักษาความร้อนออก สิ่งที่อยู่ข้างในคือโถกระเบื้องใส่โจ๊กข้าวกรุ่นไอร้อนอวลกลิ่นหอมอ่อนๆ พุทราสีแดงชาดทั้งลอยทั้งจมปะปนอยู่กับเม็ดข้าวสีขาวดุจหิมะ แป้งแผ่นขนาดเท่าฝ่ามือที่ชโลมน้ำมันต้นหอมก่อนผิงไฟหนึ่งปึก เนื้อแกะย่างซีอิ๊วฉีกฝอยหนึ่งจาน ส่วนที่วางอยู่ล่างสุดคือปลานึ่งจานเล็กๆ
ตรงก้นตะกร้ามีจดหมายฉบับหนึ่ง ลายมือตัวใหญ่หนาบนนั้นไม่อ่อนช้อย แต่มีเอกลักษณ์น่าสนใจอย่างยิ่ง…
‘ท่านแม่ทัพใหญ่
ไม่รู้ว่าเตรียมอาหารมามากพอหรือไม่ แต่เท่าที่วิเคราะห์จากประสบการณ์ บุรุษกินอาหารแต่ละทีราวกับเสือหิวอย่างนั้น กระทั่งจานยังแทบกลืนลงไปด้วย ข้าน้อยกลัวว่าท่านจะแย่งไม่ทันพวกเขา อาหารในตะกร้านี้เป็นอาหารที่ท่านเคยสั่งกินในร้านข้าน้อยทั้งนั้น แล้วอย่าเลือกกินอีกล่ะ
อวี้หมี่น้อมคำนับด้วยความเคารพ’
“กล้าลงท้ายว่าน้อมคำนับด้วยความเคารพ…มีถ้อยคำใดในจดหมายแสดงถึงความเคารพบ้าง” เขาพึมพำ ทว่าประกายแสงกระเพื่อมพราวอยู่ในนัยน์ตาคมแบบปิดไม่มิด คล้ายกำลังยิ้มอยู่
เยียนชิงหลางตักโจ๊กเข้าปากคำหนึ่ง โจ๊กข้นหอมนุ่มนวลเจือรสหวานปะแล่มของพุทราแดง พอกลืนลงคอก็กำซาบเข้าไปในอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ในกาย…