ทดลองอ่าน หยกเร้นชะตา บทที่ 3.1-3.2 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกเร้นชะตา บทที่ 3.1-3.2

“เจ้าคือฉู่จิ่นเหยาแห่งจวนฉางซิงโหวใช่หรือไม่ เจ้ารอก่อนเถิด”

“ท่านรู้ชื่อข้าได้อย่างไร” ฉู่จิ่นเหยาทั้งตกใจและสงสัย แต่นางยังไม่ทันได้คำตอบจากอีกฝ่าย เวลานี้ก็มีเสียงของซานฉาดังมาจากนอกห้องแล้ว

“คุณหนู ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ”

ฉู่จิ่นเหยาทั้งร้องและปาข้าวของ ทำเอาคนข้างนอกตื่นตกใจอยู่นานแล้ว

นางมิได้ขานตอบซานฉา กลับลดเสียงลงแล้วเกาะเตียงพูดข่มขู่จี้หยกพก “ท่านชี้แจงมาเสียดีๆ มิฉะนั้นข้าจะส่งท่านให้คนข้างนอก ถึงเวลานั้นจะเชิญภิกษุนักพรตมาทำพิธี ดีไม่ดีดวงวิญญาณท่านจะแตกสลาย!”

เสียงในจี้หยกพกหัวเราะอย่างแผ่วเบา “เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู ข้าโตมาจนป่านนี้ยังไม่เคยมีใครกล้าข่มขู่ข้ามาก่อน”

อีกฝ่ายไม่รับทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง ฉู่จิ่นเหยาก็จนปัญญาแล้วจริงๆ เห็นทีข้างในจี้หยกพกคงจะมิใช่ผีร้ายอะไร น่าจะเป็นภูตมากกว่า ตอนอยู่ที่หมู่บ้านฉู่จิ่นเหยาเคยได้ยินคนพูดว่าหยกมีพลังศักดิ์สิทธิ์ ผู้ฝึกตนมากมายอาศัยพลังฟ้าดินในหยกเพื่อบำเพ็ญเป็นเซียน แม้แต่การที่มนุษย์ปุถุชนพกหยกก็ยังมีผลดี ฉู่จิ่นเหยารู้สึกมาตั้งแต่เล็กว่าหยกของตนนั้นวิเศษที่สุด พกแล้วตนก็ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยตลอดทั้งปี ดังนั้นการที่หยกปรากฏภูตออกมา แม้ฉู่จิ่นเหยาจะแปลกใจ แต่ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล

นางพกหยกติดกายไว้ตลอด มิฉะนั้นคงถูกซูเซิ่งขโมยไปนานแล้ว เมื่อมาถึงจวนโหวที่นี่มีพิธีรีตองมากมาย เสื้อผ้าทั้งนอกและในต้องสวมใส่หลายชั้น ฉู่จิ่นเหยาไม่สะดวกจะพกติดกายอีก ทำได้เพียงใช้ถุงตาข่ายหุ้มไว้นอกจี้หยกพกแล้วห้อยไว้ชั้นนอกสุดของเสื้อผ้าตามอย่างคนอื่นๆ

อันที่จริงฉู่จิ่นเหยามิได้คิดจะส่งจี้หยกพกออกไปจริงๆ นางเพียงแต่ข่มขู่เท่านั้น นี่เป็นหยกของนาง อยู่กับนางมาสิบสามปี ต่อให้ในหยกมีภูตจริงๆ ฉู่จิ่นเหยาก็ยังรู้สึกว่านี่เป็นภูตที่ดีและย่อมต้องเข้าข้างนาง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจริงๆ ขอเพียงภูตในจี้หยกพกนี้ปิดปากเงียบ ใครจะรู้ว่าฉู่จิ่นเหยาพูดความจริงหรือไม่ ดีไม่ดีคนในจวนโหวยังจะสงสัยว่านางสมองไม่ปกติ เลอะเลือนยามกลางวันแสกๆ ถึงเวลานั้นจ้าวซื่อก็จะมีข้ออ้างขับไล่นางออกไป นางไม่ได้โง่เสียหน่อย จวนโหวเดิมทีก็เป็นบ้านของนาง มีสิทธิ์อะไรมาไล่นางออกไปแล้วเก็บที่ไว้ให้คนนอกเล่า ดังนั้นนางจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้และจะต้องอยู่ได้อย่างดีด้วย

ครั้นเห็นว่าข่มขู่ภูตในจี้หยกพกไม่ได้แล้ว อีกทั้งซานฉาก็ตะโกนเรียกอยู่ข้างนอก ฉู่จิ่นเหยาจึงได้แต่ส่งเสียงตอบกลับไป

“ข้าไม่เป็นไร เจ้าไปเถิด”

เมื่อได้ยินฉู่จิ่นเหยายืนยัน ซานฉาก็บ่นพึมพำสองสามคำแล้วจากไปทั้งอย่างนี้ ฉู่จิ่นเหยาได้ยินเสียงซานฉาเดินไปไกลแล้ว นางจึงมองมายังจี้หยกพกอีกครั้ง

“เหตุใดท่านถึงมาอยู่ในจี้หยกพกของข้า ท่านมีชื่อหรือไม่”

ฉินอี๋อยากรู้เช่นกันว่าเพราะเหตุใดตนเองถึงได้มาอยู่ในจี้หยกพกของคุณหนูตระกูลโหว วันนั้นเขาพาคนไล่โจมตีพวกคนเถื่อนชาวต๋าต๋ากลุ่มนั้น ต่อมาคล้ายจะได้รับบาดเจ็บ พอเขาฟื้นคืนสติก็พบว่าตนเองมาอยู่ในนี้แล้ว

ฉินอี๋คาดเดาว่าดวงวิญญาณของตนเองน่าจะออกจากร่างเหมือนกับที่นักพรตในวังเหล่านั้นพูด วันนั้นเขาบาดเจ็บไม่น้อย อาจเพราะบาดเจ็บถึงแก่นฐาน ดวงวิญญาณจึงไม่มีที่ให้สถิต อันที่จริงฉินอี๋ก็มีจี้หยกพกที่คล้ายคลึงกับของฉู่จิ่นเหยาเช่นกัน เป็นหยกขาวมีริ้วแดงดุจโลหิต เนื้อหยกเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว เพียงแต่จี้หยกพกของเขามีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย หลายปีมานี้ฉินอี๋พกติดกายมาโดยตลอด วันนั้นรีบร้อนออกไปจึงลืมไว้ หลังบาดเจ็บสาหัสถึงได้มาอยู่ในจี้หยกพกของฉู่จิ่นเหยา จี้หยกพกชนิดนี้คงมีฤทธิ์หล่อเลี้ยงดวงวิญญาณ ฉินอี๋อยู่เช่นนี้สบายขึ้นไม่น้อย ปีนั้นนักพรตพเนจรผู้นั้นหลอกขายจี้หยกพกให้มารดาในราคาสูง อวดอ้างว่าสามารถช่วยรักษาชีวิตได้ในยามคับขัน เดิมทีฉินอี๋แค่นเสียงดูถูก ทว่าจากสถานการณ์ในยามนี้ดูเหมือนมันจะช่วยเขาได้จริงๆ

เขารู้สึกได้ว่าทุกครั้งที่ริ้วแดงในหยกขาวหายไปหนึ่งเส้น ดวงวิญญาณของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมาก

ส่วนคำถามข้อหลัง ฉินอี๋ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “ข้ามีนามว่าฉีเจ๋อ เจ้าเรียกข้าว่าฉีเจ๋อก็แล้วกัน”

“ฉีเจ๋อ…” ฉู่จิ่นเหยาทวนก่อนเอ่ยชม “เป็นชื่อที่ดี”

“แน่นอน” ฉินอี๋รับคำช้าๆ ช่วงที่เขาเกิดเป็นธาตุน้ำ หลังเขาเกิดราชครูเป็นผู้คิดชื่อ ส่วนโหรหลวงเป็นผู้ทำนายดวงชะตา ราชครูบอกว่า ‘อี๋’ หมายถึงมหานทีที่มีเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ และตั้งชื่อรองให้เขาว่า ‘อี่เจ๋อ’ หมายถึงด้วยความกรุณา ฉินอี๋เลือกอักษรตัวหนึ่งจากชื่อรองของตนเองมารวมกับสกุลของมารดา ดังนั้นนี่จึงเป็นชื่อที่ดีจริงๆ เป็นชื่อที่ได้จากราชครูและเหล่าขุนนาง

ฉู่จิ่นเหยาแทบจะสำลัก นางอยากอยู่ร่วมกับฉีเจ๋อด้วยดี ถึงได้เอ่ยปากชมชื่อของเขา แต่มีคำกล่าวที่ว่าไม่ตบหน้าผู้ที่ยิ้มให้มิใช่หรือ แต่ฉีเจ๋อถึงกับตอบรับอย่างหน้าตาเฉยเสียอย่างนั้น

ฉู่จิ่นเหยารู้สึกว่าภูตตนนี้จะต้องเพิ่งกลายเป็นภูตอย่างแน่นอน ยังไม่เข้าใจการปฏิบัติตนและอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ฉู่จิ่นเหยาคิดว่าตนเองต้องเข้าใจและให้อภัยเขาให้มาก ด้วยเหตุนี้นางจึงมิได้ถือสาหาความฉีเจ๋ออีกอย่างใจกว้าง แต่เอ่ยถามเขา

“ฉีเจ๋อ ท่านมาอยู่ในจี้หยกพกของข้าตั้งแต่เมื่อไร”

ฉินอี๋พูดไม่ออกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผ่านไปครู่หนึ่งก็ตอบอย่างคลุมเครือว่า “ไม่กี่วันก่อนกระมัง”

“ไม่กี่วันก่อนหรือ…” ฉู่จิ่นเหยากระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “เช่นนั้นเรื่องในวันนี้ท่านก็เห็นทั้งหมดหรือ”

อันที่จริงเขาเห็นมากกว่านั้นเสียอีก

ฉินอี๋ถูกเสียงร่ำไห้ของสตรีทำให้ตื่น เดิมทีเขายังอยากจะตวาดว่าใครบังอาจมาร้องไห้ในห้องเขา แต่พอจะส่งเสียงกลับพบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง หลังจากประหลาดใจและคิดไม่ถึงในตอนแรก ฉินอี๋ก็ใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว จับตาดูสถานการณ์อย่างเงียบเชียบ ต่อมาเขาก็ได้รู้ว่าสตรีตรงหน้านี้มีนามว่าฉู่จิ่นเหยา เพิ่งถูกตามตัวกลับมาจากข้างนอก ที่ร้องไห้เมื่อครู่นี้เป็นเพราะได้ยินถ้อยคำไม่ค่อยดีจากมารดาบังเกิดเกล้า

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 1

บทที่ 1 เมฆดำบดบังจันทรา หิมะโปรยมาหนาวเหน็บ ในช่วงเวลาหนาวเย็นเข้ากระดูกเช่นนี้ ทั้งยังเพิ่งผ่านยามโฉ่ว ทุกครัวเรือนดับ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 2

บทที่ 2 เผยไหวกวงถอดชุดคลุมบุนวมออกมาคลุมลงบนร่างของเสิ่นหุย เสิ่นหุยใจเต้นรัวเร็ว ยืนอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เผยไห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 1

บทที่ 1 วันเวลาย่างเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่เมื่อดวงตะวันลับหายไปทางทิศตะวันตก ความหนาวเย็นยามสายัณห์ยังคงเสียดแทงดุจใบม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

community.jamsai.com