ทดลองอ่าน หอมเกศา บทที่ 84.1-84.2 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หอมเกศา บทที่ 84.1-84.2

6 of 6หน้าถัดไป

ชิ่งหยางพาคนไปสำรวจดูรอบๆ ก็ไม่พบคนที่ละม้ายคล้ายคลึงกับโหยวซานเยวี่ย ดูท่าวันนี้เขาจะมาเสียเที่ยวเสียแล้ว

เดิมทีหานหลินเฟิงก็ไม่คิดว่าจะได้พบโหยวซานเยวี่ยทันทีทันใด เพียงพาซูลั่วอวิ๋นมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่เท่านั้นเอง

หลังกลับถึงเหลียงโจวเขาก็ยุ่งวุ่นวายกับงานของทางการมาโดยตลอด ไม่ได้ปลีกเวลาพานางไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติตามสบายสักนิด

ต่อจากนี้ที่รออยู่เบื้องหน้ายังเป็นศึกหนัก ฉะนั้นเขาอยากฉวยเวลาที่สุขสงบอย่างหาได้ยากนี้อยู่เป็นเพื่อนนางอย่างเต็มที่

ยามนี้สายลมอ่อนเบาอุ่นสบายพัดโชยมาระลอกหนึ่ง เขาก้มหน้ามองภรรยาคนงามในชุดฤดูใบไม้ผลิ นางมีผิวพรรณขาวผ่อง เรือนผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นมวยหลวมๆ อวดเรียวคอขาวเกลี้ยงและไหปลาร้าที่โผล่พ้นอาภรณ์บางเบากับผ้าคลุมไหล่เนื้อโปร่งบาง หญิงงามร่างระหงอ้อนแอ้นเช่นนี้ยืนอยู่ริมผืนน้ำกลางวสันตฤดู แลดูสง่าแช่มช้อยโดยแท้

แม้ซูลั่วอวิ๋นในกาลก่อนจะมีนัยน์ตางดงาม แต่กลับไร้แววขาดชีวิตชีวาไปสักนิดเพราะอาการตาบอด

ทว่าบัดนี้ดวงตาของนางเริ่มฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย ถึงจะยังเห็นภาพไม่ชัด แต่ยามดวงตาคู่นั้นกลอกไปมาจะเผยเสน่ห์มากขึ้นคล้ายกำลังชม้ายชายตาเย้ายวนใจ

สตรีรูปลักษณ์เช่นนี้มองนานเท่าไรก็ไม่สาแก่ใจจริงๆ ช่วงนี้หานหลินเฟิงมักคิดคำนึงอยู่บ่อยครั้งว่าถ้าหากวันหน้านางมีบุตรสาวให้ตนเอง ดวงหน้ากลมๆ เล็กๆ กับดวงตาโตๆ ที่ดูคล้ายอาอวิ๋นนั้นจะน่ารักน่าเอ็นดูปานใด…

เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดเรื่องทายาทมาก่อน ทว่าตั้งแต่รู้ว่าซูลั่วอวิ๋นไม่คิดจะมีบุตรให้เขา เขากลับเฝ้าคิดว่าบุตรของเขากับนางจะมีรูปโฉมเป็นเช่นไรอย่างห้ามไม่อยู่

…หลังจากสงครามยุติลง เขาจะจับเข่าพูดคุยเรื่องนี้กับนางอย่างเปิดอก…

เวลานี้ฝนเริ่มตกปรอยๆ แล้ว หานหลินเฟิงกลัวนางจะต้องลมเย็น จึงตั้งใจจะพานางไปขึ้นรถม้า

จังหวะนี้เองซูลั่วอวิ๋นกลับทำจมูกฟุดฟิดอย่างห้ามไม่อยู่ “ใครกันใช้อำพันทะเล ในที่ห่างไกลเช่นนี้ยังมีคนพิถีพิถันเพียงนี้เชียวหรือ”

อำพันทะเลแค่ชิ้นเล็กๆ ก็มีราคานับร้อยชั่ง อีกทั้งเป็นเครื่องราชบรรณาการของราชสำนัก สามัญชนไม่อาจมีไว้ในครอบครอง ตอนนั้นองค์หญิงอวี๋หยางก็มีชิ้นหนึ่ง ทว่าเก็บรักษาไม่ดีจนเสียหาย เพราะรู้สึกเสียดายจึงเรียกนางไปคิดหาวิธีแก้ไขโดยเฉพาะ

จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งในสายตาขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ทรงเกียรติ วัตถุดิบในการปรุงเครื่องหอมชนิดนี้ก็นับเป็นของล้ำค่าอย่างมาก

แต่ ณ ริมทะเลสาบในเมืองชนบทแห่งนี้ ซูลั่วอวิ๋นกลับได้กลิ่นอำพันทะเลจางๆ แทรกอยู่ในกลิ่นดินลอยมาตามลม เป็นธรรมดาที่นางจะรู้สึกแปลกใจ

หานหลินเฟิงได้ยินคำกล่าวของนางแล้วก็หรี่ตาเล็กน้อย มองไปทางต้นลม ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นชายชราร่างผอมแห้งผู้หนึ่งนั่งอยู่คนเดียวใต้ร่มไม้มุมหนึ่ง

อีกฝ่ายน่าจะเพิ่งมาถึง เพราะเมื่อครู่เขาไม่เห็นมีคนอยู่ตรงนั้น

ชายชราที่ตกปลาตามลำพังคนนี้เห็นฝนตกลงมาจากฟ้าก็ไม่เร่งรีบหาที่หลบ แค่หยิบเสื้อฟางกับงอบกันฝนที่แขวนไว้บนกิ่งไม้ด้านข้างมาสวมแล้วตกปลาต่อไปอย่างสบายอารมณ์

หานหลินเฟิงเพ่งมองชายชราผู้นั้น ไม่นานนักก็สังเกตเห็นนิ้วก้อยขวาของอีกฝ่าย…ขาดไปครึ่งหนึ่ง

เขารับร่มกระดาษเคลือบน้ำมันที่สาวใช้ยื่นส่งให้มากางให้ซูลั่วอวิ๋น จูงมือนางเดินไปหาชายชราร่างผอมแห้งผู้นั้น

น่าเสียดายที่ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ จู่ๆ ก็มีบุรุษฉกรรจ์ร่างใหญ่กำยำห้าหกคนออกมาจากทางใดก็สุดรู้ ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าชายชราผู้นั้น

ถึงตอนนี้ในใจหานหลินเฟิงก็คาดเดาได้รางๆ แล้ว เขาเพียงประสานมือคารวะพร้อมกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสแซ่โหยวใช่หรือไม่”

ชายชราเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองสำรวจบุรุษสตรีรูปโฉมโนมพรรณโดดเด่นคู่นี้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

ดังคำกล่าวที่ว่าสง่าราศีนั้นต้องบ่มเพาะแต่วัยเยาว์ บุรุษผู้นั้นไม่เพียงรูปโฉมหล่อเหลา ยังแฝงไว้ด้วยสง่าราศีโดยเนื้อแท้ซึ่งแทบจะปิดบังไว้ไม่ได้ น่าจะมีชาติกำเนิดไม่สามัญ ไม่คล้ายเป็นบุตรหลานชาวยุทธภพที่มาล้างแค้น

ดังนั้นชายชราจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “พวกท่านมาหาคนแซ่โหยวมีธุระใดหรือ”

ถึงเขาไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

หานหลินเฟิงมองเห็นชายชราในระยะใกล้ก็พิศดูลักษณะท่าทางของอีกฝ่าย ซึ่งไม่ต่างจากคำบรรยายของเฉาเซิ่ง จากนั้นก็กล่าวอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา

“ข้าเป็นสหายสนิทของท่านเฉา ได้รับไหว้วานจากเขาให้มาหาท่านผู้อาวุโสโหยวที่นี่”

ชายชราหัวเราะ “ทั่วทั้งใต้หล้ามีท่านเฉาอยู่มากมาย ทว่าในช่วงเวลานี้ท่านเฉาที่มาหาท่านโหยวที่นี่ได้น่าจะมีอยู่คนเดียว…แต่ข้าได้ยินว่าเขาจากโลกนี้ไปแล้ว ท่านได้รับไหว้วานจากผีเร่ร่อนถึงได้มาที่นี่หรือ”

หานหลินเฟิงล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ขอให้องครักษ์ด้านข้างยื่นส่งให้ชายชรา จดหมายนี้เฉาเซิ่งเป็นผู้เขียน ในนั้นบอกเล่าถึงสถานการณ์ของตนเอง ตลอดจนพฤติกรรมจอมปลอมแอบอ้างชื่อผู้อื่นของฉิวเจิ้น รวมถึงการหักหลังของบุตรสาวอกตัญญู เขาหวังว่าท่านผู้อาวุโสและคหบดีผู้มีน้ำใจกว้างขวางท่านอื่นๆ จะไม่ถูกฉิวเจิ้นปิดหูปิดตาต่อไป อีกทั้งอย่าสนับสนุนอีกฝ่ายอีก

ชายชราผู้นี้มิได้ยื่นมือไปรับจดหมาย แค่กวาดตาอ่านเนื้อความจดหมายในมือองครักษ์ผ่านๆ จากนั้นก็เบนสายตาออกอย่างไม่สนใจแล้วกล่าวอย่างสงบนิ่ง

“เห็นทีว่าท่านเฉาที่ท่านรู้จักหาใช่คนเดียวกับท่านเฉาที่ข้ารู้จักไม่ แล้วข้าก็ไม่รู้จักโหยวซานเยวี่ยอะไรนี่ เชิญคุณชายกลับไปเถิด”

เริ่มแรกเขายังไม่มีท่าทีไม่ยอมรับ ไม่รู้ด้วยว่าด้วยเหตุผลกลใดพออ่านจดหมายแล้วก็พลันเปลี่ยนคำพูด

ซูลั่วอวิ๋นกลับส่งเสียงเอ่ย “เมื่อครู่สามีข้าเพียงบอกว่ามาเยี่ยมท่านผู้อาวุโสโหยว มิได้บอกชื่อเสียงเรียงนาม หากท่านไม่ใช่เขา เหตุใดจึงสามารถเอ่ยชื่อ ‘โหยวซานเยวี่ย’ นี้ออกมาได้เจ้าคะ”

 

(ติดตามต่อได้ในฉบับเต็มเดือน ธันวาคม 2567)

6 of 6หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

    By

    บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ทว่าชั่วประเดี๋ยวเดีย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 6

บทที่ 6 เสิ่นฮูหยินเห็นภาพเหตุการณ์นี้แล้วก็ตกใจ พอเห็นเสิ่นหุยยืนขึ้นก็คิดจะปกป้องบุตรสาวคนเล็กที่อ่อนแอผู้นี้ จึงยืนขึ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจ...

community.jamsai.com