เสิ่นหุยวางไต้เขียนคิ้วลง รู้สึกไม่ชอบใจเล็กน้อย นางอ่านบทละครมาหลายเล่ม นางจิ้งจอกที่เชี่ยวชาญการใช้กลยุทธ์หญิงงามในเรื่องล้วนเป็นหญิงที่งดงามมีเสน่ห์เพียงใด
เสิ่นหุยถามอีกว่า “ก่อนเขาออกไปได้บอกหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อใด”
อิ๋งเฉินไม่รู้ แต่ซุ่นซุ่ยรู้ เขาพูดว่า “นายท่านสั่งก่อนออกไปว่าเขาจะกลับมาในยามค่ำ ฮูหยินไม่ต้องรอกินอาหารเย็นพร้อมเขาขอรับ”
เสิ่นหุยพยักหน้า รู้สึกโล่งอก สามารถใช้ช่วงตอนที่เผยไหวกวงไม่อยู่คัดลอก ‘บันทึกไข้รากสาดน้อยของฟั่นลู่’ เล่มนั้นให้เสร็จแล้วคืนให้แก่หลงจู๊ร้านยา นางไม่อยากให้เผยไหวกวงรู้ว่านางคัดลอกให้อวี๋จั้น
เผยไหวกวงกลับมายามค่ำ เขาไปล้างกลิ่นคาวเลือดที่เหม็นคลุ้งทั่วร่างที่ห้องเวจก่อนแล้วกลับไปที่ห้อง
ตอนเขากลับมาถึงห้อง เสิ่นหุยกำลังเอนกายบนตั่งยาวอย่างเกียจคร้าน ถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในมือ กระโปรงผ้าโปร่งสีแดงราวดอกกุหลาบเบ่งบานอยู่บนตั่งยาว เท้าขาวเรียวเล็กโผล่ออกมาจากใจกลางดอกไม้ รวมถึงข้อเท้าขาวราวหิมะด้วย ผ้าคลุมไหล่สีไม้จันทน์แดงพาดอยู่บนวงแขน ปลายข้างหนึ่งวางอยู่บนขา ปลายอีกข้างห้อยลงมาระกับพื้น
“ท่านกลับมาแล้วหรือ” เสิ่นหุยหันหน้ากลับมา ใบหน้าภายใต้แสงไฟช่างงดงามสดใส นางกรีดหางตาด้วยสีแดง สองแก้มขึ้นสีแดงเล็กน้อยจากฤทธิ์สุรา
เผยไหวกวงเดินเข้าไปหา ดึงชายกระโปรงของนางลงมาคลุมข้อเท้าขาวและเท้างามของนาง เขาหยิบกาสุราบนโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กข้างกายเสิ่นหุยขึ้นมาเขย่าเบาๆ
“เหตุใดช่วงนี้ถึงเสวยสุราบ่อยเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ” แววตาของเผยไหวกวงมองสำรวจใบหน้าของเสิ่นหุยอีกครั้ง “ทรงเมามายแล้วหรือ”
เสิ่นหุยพยักหน้าช้าๆ หนังสือเลื่อนหลุดมือไป นางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วก้มลงหยิบหนังสือที่หล่นอยู่บนพื้น การเคลื่อนไหวของนางเผยให้เห็นร่องลึกใต้กระดูกไหปลาร้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดกระโปรงเกาะอกสีแดงรางๆ
การเคลื่อนไหวของนางเชื่องช้าอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางเหมือนเมามายอยู่หลายส่วน
เสิ่นหุยเก็บหนังสือขึ้นมา ไม่ได้อ่านต่ออีก เพียงวางไว้ด้านข้าง จากนั้นนางก็ค่อยๆ เหลือบตาขึ้น ดูมีเสน่ห์ขึ้นหลายส่วน มองหน้าเผยไหวกวงอย่างเงียบๆ
ความหมายของการเชิญชวนนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด
ตอนนางยังไม่ประสีประสารู้สึกละอายใจ เผยไหวกวงพูดประชดประชันนางไม่น้อยว่าอายุน้อยแต่กลับมีอารมณ์ใคร่มาก ตอนนี้นางแต่งตัวงดงามเชิญชวน เผยไหวกวงกลับนิ่งเงียบ
ทว่าจู่ๆ เผยไหวกวงก็อมยิ้ม ยื่นมือมาหา คนร่างนุ่มนิ่มโผเข้ามากอดเขาทันที เสิ่นหุยเมามายเล็กน้อย จุมพิตดวงตาของเขาด้วยความมึนงง ขณะจับมือเขามาถอดเสื้อผ้าให้นางก็จุมพิตริมฝีปากของเขาที่เย็นเล็กน้อยไปด้วย
เผยไหวกวงหลุบตาลงจ้องมองเสิ่นหุย เขาตอบสนองตามการกระทำของนาง และไม่เพียงแค่ตอบสนองเท่านั้น เขามักจะปรนเปรอร่างกายของเสิ่นหุยอย่างครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่องเสมอ
สายตาของเผยไหวกวงเลื่อนไปที่กาสุราบนโต๊ะ ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนว่าเสิ่นหุยเริ่มดื่มสุราตั้งแต่เมื่อใด
น่าจะตั้งแต่นางเห็นสามีภรรยาหนุ่มสาวที่เพิงขายชาในวันนั้น
ที่เขาคิดว่าครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง สำหรับนางแล้วครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่องจริงๆ หรือ เผยไหวกวงมองใบหน้างดงามที่ขมวดคิ้วหลับตาของเสิ่นหุยด้วยสายตาเย็นชา ฟังเสียงหอบเบาๆ ที่ลอดออกมาจากริมฝีปากและไรฟันของนาง
ที่นางต้องการคือสิ่งเหล่านี้หรือ บางทีสิ่งที่นางต้องการคือการมีความสุขกับบุรุษอย่างแท้จริง ความสุขที่เขาไม่สามารถให้นางได้
ในดวงตาสีเข้มของเผยไหวกวงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
สติที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเสิ่นหุยทำให้นางอยากลืมตาขึ้นมองเผยไหวกวงในเวลานี้ ขนตาของนางสั่นไหว ลืมสองตาขึ้นช้าๆ แต่เผยไหวกวงกลับยกมือขึ้นก่อน ใช้ฝ่ามือที่เย็นเล็กน้อยปิดตาของนางเอาไว้ ไม่ยอมให้นางเห็นสีแดงที่ผิดปกติในดวงตาของเขา
ขนตาที่สั่นไหววาดไปบนฝ่ามือของเผยไหวกวงอย่างแผ่วเบา ฝ่ามือของเผยไหวกวงชะงักไปชั่วขณะ
เสิ่นหุยรู้สึกหมดแรงขึ้นมาทันใด จากนั้นนางก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของเขา
เผยไหวกวงก้มหน้าลง สองตาของเขากลับมาเป็นสีเข้มเย็นเยือกดังเดิม ว่างเปล่าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงอุ้มเสิ่นหุยที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนเดินไปที่เตียงนอน
ทันทีที่เสิ่นหุยออกจากอ้อมแขนของเผยไหวกวงก็ส่งเสียงอย่างไม่ค่อยสบายตัว เผยไหวกวงสีหน้าไร้ความรู้สึก ใช้หลังนิ้วแตะแก้มของเสิ่นหุยแล้วกระซิบ
“ลองเสวยสุรามากเช่นนั้นอีกทีเถิด”
เสิ่นหุยสูดจมูก ส่งเสียงครางอย่างเศร้าใจ
เผยไหวกวงโน้มกายไปดึงปลายหูของนางเบาๆ แล้วส่งเสียงพูดใส่หูของนาง “เหนียงเหนียงทรงทำอะไร หืม?”
เผยไหวกวงได้ยินคำพูดหนึ่งจากปากของเสิ่นหุยว่า “ล้มเหลว”
เขาใช้มุมปากที่เย็นเล็กน้อยไล้ปลายหูของเสิ่นหุย พูดด้วยเสียงอ่อนโยนแฝงการเค้นถาม “อะไรล้มเหลวหรือ”
“กลยุทธ์หญิงงาม…”
คิ้วเล็กของเสิ่นหุยขมวดเป็นปม รู้สึกจักจี้ใบหู นางขยับหลบอย่างไม่สบายตัว