เผยไหวกวงหัวเราะเบาๆ แล้วพูดประชดประชันว่า “เหนียงเหนียงทรงคิดว่ากลยุทธ์หญิงงามล้มเหลวแล้วหรือ แล้วต้องเป็นเช่นไรจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จ ให้กระหม่อมตัดศีรษะตนเองแล้วใช้สองมือยื่นถวายเหนียงเหนียงใช้เตะเป็นลูกหนังจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จในสายตาของพระองค์หรือ”
ปากเล็กสีแดงของเสิ่นหุยเผยอออกเล็กน้อย นางกำลังนอนหลับสบาย
“เจ้าคนตัวเล็กกินดีหมีหัวใจเสือ” เผยไหวกวงจุปากพลางมองเสิ่นหุยคราหนึ่ง จากนั้นก็ดับไฟ ปล่อยม่านเตียงแล้วนอนลงข้างกายนาง
จู่ๆ เสียงคร่ำครวญอย่างเศร้าสร้อยของเสิ่นหุยก็ลอยมาเข้าหูของเผยไหวกวงอีก
“ต้องทำเช่นไรถึงจะทำให้เขามีความสุขมากขึ้นได้บ้าง…”
เผยไหวกวงที่กำลังจัดผ้าห่มชะงัก ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็จัดผ้าห่มอีกครั้งจนเสร็จ ท่ามกลางความมืดเขาหันหน้ามองไปยังเสิ่นหุยที่อยู่ข้างกาย
ที่แท้นางดื่มสุรา เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เพราะอยากเปลี่ยนเป็นหญิงงามที่งดงามมีเสน่ห์สักนิด เพื่อ…ทำให้ข้าพอใจหรือ
แววตาของเผยไหวกวงอ่อนโยนลง เขาใช้หลังนิ้วไล้ไปตามใบหน้าของเสิ่นหุยอย่างแผ่วเบา
เด็กโง่ เป็นไปไม่ได้
ความปรารถนาเรื่องความรักระหว่างชายหญิง เผยไหวกวงไม่รู้ว่าขันทีคนอื่นมีหรือไม่ แต่สำหรับเขาแล้วไม่เคยมีมาก่อน
เขาดึงมือของเสิ่นหุยมากุมไว้ในฝ่ามือ จ้องมองนางที่นอนหลับสนิทท่ามกลางความมืด
เด็กโง่ หากเจ้าไม่รู้สึกเสียดายก็แล้วไป แต่ว่า…
แววตาของเผยไหวกวงค่อยๆ เศร้าสลด ทั้งยังแฝงความสับสนเล็กน้อย เขากุมมือของเสิ่นหุย กัดปลายนิ้วขาวนุ่มของนางเบาๆ
เด็กโง่ ต่อให้เจ้ารู้สึกเสียดายก็ต้องอดทนไว้เพื่อข้า
หากเจ้าทนไม่ไหวไปลิ้มลองความแปลกใหม่จากชายอื่นก็รอดูว่าข้าจะทุบกระดูกชิ้นเล็กๆ ในร่างกายของเจ้าเป็นพันหมื่นชิ้นแล้วเคี้ยวให้ละเอียดกินลงท้องไปทีละชิ้นอย่างไร
แรงกัดของเผยไหวกวงค่อยๆ เพิ่มขึ้น เสิ่นหุยที่อยู่ในห้วงฝันรู้สึกเจ็บ นางส่งเสียงครางเบาๆ ขมวดคิ้วพลางดึงมือของตนเองกลับไป แต่ไม่ระวังสะบัดถูกปากของเผยไหวกวงเข้า
เผยไหวกวงหัวเราะเบาๆ ปลายลิ้นเลียมุมปากที่ถูกเสิ่นหุยตบ
แม้ว่าเสิ่นหุยกับเผยไหวกวงจะแยกตัวออกมาจากขบวนเรือของฮ่องเต้ แต่ยังคงรักษาความเร็วที่ใกล้เคียงกัน ในช่วงปลายเดือนสามขบวนเรือของฮ่องเต้ก็เข้าจอดเทียบท่าที่ริมฝั่งแม่น้ำของเมืองอันชาง
เมืองอันชางเป็นจุดแวะพักจุดสุดท้ายก่อนไปถึงเมืองกวนหลิง
หลังจากขบวนเรือของฮ่องเต้หยุดพักที่นี่สามสี่วัน เสิ่นหุยกับเผยไหวกวงก็นั่งรถม้ามาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน
สถานที่แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้เมืองหรงหยาง เสิ่นหุยคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีในการเลือกซื้อของขวัญให้นางกำนัลข้างกาย นางไม่เพียงจะเลือกซื้อของขวัญให้คนข้างกายเท่านั้น ยังจะเลือกซื้อให้คนในครอบครัวด้วย
เนื่องจากขบวนเรือของฮ่องเต้มาหยุดพักที่นี่ เสิ่นหุยกังวลว่านางกำนัลจะพบนางตอนขึ้นฝั่งมาซื้อของขวัญ จึงติดรอยแผลเป็นไว้บนใบหน้า แสดงเป็นภรรยาอัปลักษณ์อีกครั้ง
เสิ่นหุยกับเผยไหวกวงไปร้านค้าซื้อลูกกวาดมาจำนวนหนึ่งแล้วกลับไปเรือนหลังใหม่ที่เผยไหวกวงเพิ่งซื้อไว้เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ อิ๋งเฉินกำลังเก็บกวาดห้อง ซุ่นซุ่ยกับซุ่นเหนียนต่างไม่อยู่เรือน พวกเขาไปที่ตลาดเพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้ใหม่
เสิ่นหุยเพิ่งนั่งลงพร้อมกับเผยไหวกวง เห็นเงาร่างสีดำเงาหนึ่งวาบผ่านไปก็ตกใจ
เผยไหวกวงกวาดตามองไปอย่างเย็นชา “เดินไม่เป็นหรือ”
คนที่มาจากสำนักบูรพาหน้าซีดเผือด คุกเข่าลงทันที “จั่งอิ้น ขออภัยด้วยขอรับ”
“ว่ามา”
เห็นเผยไหวกวงไม่คิดจะหลบเลี่ยงเสิ่นหุย คนที่มาแจ้งข่าวจึงพูดว่า “วันก่อนฝ่าบาททรงถูกลอบปลงพระชนม์ขอรับ”
เสิ่นหุยมองอย่างตกใจ ใจนึกอยากจะถามหนึ่งประโยคว่า ‘ตายแล้วหรือยัง’
แต่นางรู้ว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้น มิฉะนั้นสถานการณ์ในยามนี้คงไม่สงบเช่นนี้
เพราะขณะที่ฮ่องเต้ถูกลอบสังหารมีคนเอาตัวเข้าขวางกระบี่ช่วยชีวิตไว้ได้ คนที่ช่วยขวางกระบี่ให้ฮ่องเต้ก็คือเซียวมู่
“ใครนะ” เสิ่นหุยคิดว่าคงเป็นคนที่ชื่อสกุลเดียวกัน
แต่จากรายละเอียดตามคนที่มาแจ้งข่าวพูด คนผู้นั้นคือญาติผู้พี่ของเสิ่นหุยอย่างไม่ต้องสงสัย
เสิ่นหุยงุนงง จะเป็นไปได้อย่างไร ญาติผู้พี่มาอยู่ที่เมืองอันชางได้อย่างไร อีกทั้งในใจญาติผู้พี่เกลียดแค้นฮ่องเต้อย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ได้ยินเขาก่นด่าความโง่เขลาโหดเหี้ยมบ้าตัณหาของฮ่องเต้ไม่น้อย เขาจะช่วยขวางกระบี่ให้ฮ่องเต้ได้อย่างไร
นอกเสียจาก…นี่คือกลยุทธ์ทุกข์กาย
เผยไหวกวงเหลือบมองเสิ่นหุยด้วยสายตาเย็นชา สังเกตทุกความรู้สึกบนใบหน้าของนาง
คนที่มาแจ้งข่าวพูดต่อไปว่า “ฝ่าบาททรงแต่งตั้งคุณชายเซียวขึ้นเป็นผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วขอรับ”
“เหลวไหล! การแต่งตั้งและปลดขุนนางทำตามใจชอบได้หรือ” เสิ่นหุยถูกการกระทำเหลวไหลของฮ่องเต้ทำให้โกรธเคืองจนทุบโต๊ะ เครื่องมือชงชาบนโต๊ะสะเทือนกระทบกันเสียงดังกังวาน
เผยไหวกวงเอนกายไปด้านข้าง ชาในถ้วยชาบนโต๊ะจะได้ไม่กระเซ็นใส่ร่างเขา เขาพูดช้าๆ ว่า “เป็นก็เป็นไปเถิด แค่ผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายเท่านั้น”
แค่ผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายเท่านั้นหรือ เสิ่นหุยเบิกตาโตพลางอ้าปากค้าง
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 16 เม.ย. 69