หร่านเจียงโยนดาบคืนไปให้องครักษ์แล้วหมุนกายเดินก้าวยาวๆ จากไป ทุกคนต่างก็แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง ไม่มีใครกล้าเอ่ยวาจาแม้เพียงประโยคเดียว
เหมียวลั่วชิงเดินกลับไปอย่างเงียบเชียบเหมือนคนอื่นๆ หัวใจนางถูกบีบรัดจนทรมานยิ่ง เพราะมีอยู่ชาติหนึ่งนางเองก็ประสบกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับชิวเยวี่ย ถูกเขาตัดมือ ตัดเท้า และเชือดคอทีละดาบ จากนั้นค่อยส่งเข้าคุกอาญาหลวง
ชิวเยวี่ยพบจุดจบเช่นเดียวกับนางในชาตินั้นอย่างมิมีผิดเพี้ยน
จนกระทั่งได้เกิดใหม่ครานี้เหมียวลั่วชิงจึงรู้ว่าชิวเยวี่ยก็เป็นนักฆ่าเช่นกัน ชาติที่แล้วนางอาจจะตายก่อนชิวเยวี่ยจึงไม่รู้เรื่องนี้ ส่วนครั้งนี้เป็นเพราะนางอ้างว่าล้มป่วยปล่อยให้ชิวเยวี่ยทำหน้าที่แทน จึงเกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้ขึ้น
ทุกครั้งที่คืนชีพขึ้นมาใหม่ หากนางเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลอบสังหารก็จะส่งผลทำให้บางเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป เหมียวลั่วชิงจึงยิ่งมั่นใจว่าขอเพียงนางไม่ทำตัวเป็นปรปักษ์กับหร่านเจียง นางจะต้องเปลี่ยนจุดจบอันน่าอนาถเหล่านั้นได้แน่
เมื่อเหมียวลั่วชิงเกิดความมั่นใจดังนี้นางก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา ทำให้เมฆหมอกและความเจ็บปวดรวดร้าวที่เกี่ยวพันกับความทรงจำเดิมๆ ลดลงไปไม่น้อย นางย่างก้าวอย่างแผ่วเบาและเร็วขึ้นหมายจะกลับห้องครัวเพื่อไปทำงานต่อ
เรื่องของชิวเยวี่ยทำให้ไม่มีใครกล้าปริปาก ไม่มีใครกล้าซุบซิบตามอำเภอใจ ใต้เท้าอาจจะตรวจสอบเรื่องการลอบสังหารภายในจวน หากยามนี้ใครกล้าเอ่ยปากออกมาเพียงประโยคเดียวอาจตายก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้แต่ละคนจึงก้มหน้างุดๆ ทำงานต่อไป รักษาความเงียบสงบไว้
เดิมทีเหมียวลั่วชิงนึกว่าตนจะพ้นเคราะห์แล้ว ใครจะนึกว่าพอผ่านไปเพียงชั่วครู่องครักษ์คนหนึ่งก็มายังห้องครัว ซักถามด้วยน้ำเสียงดังกึกก้อง
“สาวใช้ชิงเอ๋อร์อยู่ที่ใด”
เหมียวลั่วชิงตะลึงพรึงเพริดโดยพลัน นางแอบประหลาดใจ ภายใต้ความเงียบงันนั้นนางรู้สึกได้ถึงสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาโดยไม่ได้นัดหมาย
นางหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น สายตาขององครักษ์ผู้นั้นก็จับจ้องมาที่นางเช่นกัน
องครักษ์คนนั้นเดินขึ้นหน้าก้าวใหญ่ “เจ้าก็คือชิงเอ๋อร์?”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“ตามข้าไปพบใต้เท้า”
เหมียวลั่วชิงตอบรับเบาๆ เสียงหนึ่งแล้วก็ก้มหน้าก้มตาเดินตามองครักษ์ออกจากห้องครัวไป
นางยังคงประหลาดใจไม่หาย ครุ่นคิดไปต่างๆ นานา เหตุใดหร่านเจียงจึงต้องการพบนาง เขาพบเบาะแสอะไรหรือ หรือเขาเริ่มสงสัยในตัวนางเข้าแล้ว
เหมียวลั่วชิงเกร็งไปทั่วร่าง สมองคิดไปหลากหลาย ท้ายที่สุดนางก็แน่ใจว่าตนเองไม่ได้มีพิรุธแต่อย่างใด หร่านเจียงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะสงสัยในตัวนาง มิสู้เฝ้าสังเกตการณ์ไปก่อน ใคร่ครวญไปทีละก้าวแล้วกัน หากว่าเค้าลางไม่ดี…
ครั้นนึกถึงจุดจบน่าอนาถเมื่อชาติที่แล้วนางก็หน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันใด นางตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เมื่อเทียบกับการที่ต้องถูกเขาทรมาทรกรรม มิสู้ฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเลยจะดีกว่า
นางเดินตามองครักษ์มาถึงห้องหนังสือแล้วก้มหน้างุดๆ เดินเข้าห้องไป พอเดินผ่านประตูก็เห็นพ่อบ้านจ้าวคุกเข่าอยู่บนพื้น
พ่อบ้านจ้าวเงยหน้ามองปราดหนึ่งหลังจากที่นางเดินเข้ามาในห้อง แววตาคู่นั้นแฝงไปด้วยความเกลียดชังทำให้นางรู้สึกถึงลางร้าย
“ใต้เท้า ชิงเอ๋อร์มาถึงแล้วขอรับ” ครั้นองครักษ์กล่าวจบ เหมียวลั่วชิงพลันรู้สึกได้ว่าหร่านเจียงตวัดสายตาอันเฉียบคมและแฝงความกดดันมาที่ตัวนาง
“เจ้าเงยหน้าขึ้นซิ” สุ้มเสียงบุรุษเพศทรงอำนาจและเย็นยะเยือกยิ่งนัก