ทดลองอ่าน Our Secret รักในความลับ บทที่ 3 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

Our Secret รักในความลับ

ทดลองอ่าน Our Secret รักในความลับ บทที่ 3

หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพปกติ

คุณชายโจวยังคงอ่านหนังสืออ่านนอกเวลาสบายๆ ของเขาเหมือนเดิม ติงเซี่ยนก็ยังคงต่อสู้กับวิชาคณิตศาสตร์ตัวดีอย่างเอาเป็นเอาตายไม่จบไม่สิ้น เลิกเรียนก็ยังคงจูงมือกับข่งซาตี๋ไปห้องน้ำเหมือนเดิม ด้วยรูปร่างหน้าตาของข่งซาตี๋จึงมักทำให้ผู้ชายห้องอื่นๆ สนใจ ขณะที่ติงเซี่ยนก็เหมือนเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่เดินข้างกายเธอ

ส่วนตำแหน่งกรรมการด้านศิลปวัฒนธรรมของข่งซาตี๋ก็ถูกหยางฉุนจื่อตัดหน้าแย่งไปแล้ว

แม้ว่าข่งซาตี๋จะไม่เคยพูดอะไรต่อหน้าเธอ แต่ติงเซี่ยนก็รู้สึกได้ว่าข่งซาตี๋ไม่พอใจ แถมทำท่าเป็นศัตรูกับหยางฉุนจื่ออีกด้วย

ความรู้สึกนึกคิดของหญิงสาวช่างละเอียดอ่อน แค่มองเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าสองคนนั้นไม่ถูกกัน

แต่สิ่งเหล่านี้ใช้ไม่ได้กับพวกผู้ชาย สองคนนี้จะตีกันอยู่แล้ว ทางนั้นยังเกาศีรษะงงๆ ถามอยู่เลยว่าพวกเธอทำอะไรกัน

แน่นอน หยางฉุนจื่อไม่ได้สนใจท่าทีที่เป็นศัตรูของข่งซาตี๋เลย เธอยังคงเป็นเทพธิดาแห่งสายลมฤดูใบไม้ผลิที่ลอยไปลอยมา เวลาเจอกันระหว่างทางก็พยักหน้ายิ้มให้กัน หลังจากนั้นก็เดินจากไปราวกับเทพธิดาเหาะกลางอากาศ

ข่งซาตี๋ที่อยู่ทางด้านนี้เกือบจะกัดฟันตัวเองแตก จากนั้นก็พ่นออกมา “เสแสร้ง”

เสแสร้งที่ไหนกัน ติงเซี่ยนรู้สึกว่าหยางฉุนจื่อดูธรรมชาติมาก ธรรมชาติเสียจนเหมือนเทพธิดาที่ลอยลงมาจากบนฟ้า ดังนั้นจึงตบไหล่ข่งซาตี๋เบาๆ และปลอบโยน

“ความอิจฉาทำให้ไม่สวยนะ”

ข่งซาตี๋ตกใจรีบคลำหน้าตัวเอง “จริงเหรอ”

ติงเซี่ยนมองเงาหลังหยางฉุนจื่อแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง “จริง”

ทันใดนั้นข่งซาตี๋กลับบีบไหล่เธอไว้และพูดอย่างจริงใจ “พูดตามตรง ฉันรู้สึกว่าถ้าเธอแต่งตัวสักหน่อยก็ไม่ได้ขี้เหร่ไปกว่ายายนั่นนะ” พูดจบก็พิจารณาใบหน้าเธอ “จริงนะ เธอก็แค่หน้าผากกว้างไปหน่อย ไปตัดหน้าม้าบังไว้หน่อยดีมั้ย สุดสัปดาห์นี้ไปตัดผมเป็นเพื่อนฉันนะ”

พูดง่ายๆ ก็คืออยากให้เธอไปเป็นเพื่อนตัดผม

“อยากให้ฉันไปเป็นเพื่อนตัดผมก็บอกมาตรงๆ เถอะ แต่สุดสัปดาห์นี้ฉันต้องติวหนังสือให้น้องชาย ออกมาไม่ได้”

ข่งซาตี๋กอดแขนเธอพลางอ้อนวอน “ทำไมชวนเธอทุกครั้งไม่ว่างตลอดเลย”

ติงเซี่ยนพูดเสียงเบา “ก็ไม่มีเวลาจริงๆ”

“โอเค” ข่งซาตี๋พูดอย่างหมดหวัง “งั้นฉันคงต้องไปกับเพื่อนเก่าแล้วล่ะ แต่ฉันพูดจริงๆ ความจริงแล้วเธอสวยมากนะ แค่หน้าผากกว้างไปหน่อยเลยดูเหมือนคนหน้าผากใหญ่ ถ้าปิดหน่อยจะสวยมาก”

ติงเซี่ยนจะกล้าตัดผมหน้าม้าได้อย่างไร แค่คิดยังไม่กล้าเลย เส้นผมบนศีรษะกระดิกเส้นเดียว แม่ก็เล่นงานเธอแล้ว

“หมอดูบอกว่าหน้าผากกว้างอีกหน่อยจะได้เป็นใหญ่เป็นโต ปิดไม่ได้”

ข่งซาตี๋ฟังแล้วหัวเราะฮ่าๆ “เธอยังเชื่อเรื่องพวกนี้อีกเหรอ”

ทั้งสองคนกลับมาที่ห้องเรียน โจวซือเยวี่ยคุยเล่นกับซ่งจื่อฉี หลังพิงเก้าอี้สบายๆ เหมือนเคย

ติงเซี่ยนเพิ่งนั่งลงก็มีกระดาษส่งมาให้แผ่นหนึ่ง เธอจ้องดู…ใบลงสมัครกีฬาสี

“อะไร”

คุณชายโจวนั่งไขว่ห้าง “สมัครสิ”

ห้องสามมีผู้หญิงน้อย มีแค่สิบกว่าคนเท่านั้น แต่ละคนต้องลงแข่งสองรายการจึงจะครบจำนวน ติงเซี่ยนรู้ดีว่าไม่สามารถเป็นตัวถ่วงของห้องได้ เลยถือกระดาษใบสมัครคิดอยู่นาน และตัดสินใจเลือกกีฬาสองรายการที่คิดว่าพอจะเอาตัวรอดได้ นั่นก็คือกระโดดไกลกับกระโดดสูง

พอเขียนเสร็จก็เห็นหยางฉุนจื่อเดินมาตรงหน้า ยื่นกระดาษสองแผ่นให้โจวซือเยวี่ย

“กรอกกับเพื่อนร่วมโต๊ะนายหน่อย”

หลังจากนั้นติงเซี่ยนก็เห็นโจวซือเยวี่ยเอาขาที่ไขว่ห้างลงทันที

นี่คือความแตกต่าง

คุณชายน้อยคนนี้เคยรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าเธอที่ไหนกัน ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาจนจะถึงฟ้าอยู่แล้ว เขาก็ไม่เห็นจะชักกลับ

เมื่อจับสังเกตร่องรอยเหล่านี้ได้ก็พบต้นสายปลายเหตุทั้งหมด

ยังดีที่รู้ตัวเร็ว

ติงเซี่ยนได้สติกลับมาก็ก้มศีรษะลง

ลมพัดเบาๆ หน้าต่างขยับช้าๆ ข้างหูได้ยินเสียงตอบ “อือ” อย่างจริงจังแบบที่ไม่ค่อยเห็นนักของเด็กหนุ่มคนนี้ ดูเหมือนเขาพยายามลดท่าทีเล่นๆ ในยามปกติลง

หยางฉุนจื่อไม่พูดจามากความกับใคร แม้แต่โจวซือเยวี่ยก็ไม่ยกเว้น วางแบบฟอร์มลงบนโต๊ะเขาแล้วก็เดินจากไป กลับเป็นโจวซือเยวี่ยที่มองตามหลังเธอสักพัก หลังจากนั้นก็ยกมุมปากเหมือนเยาะเย้ยตัวเอง ยื่นแบบฟอร์มอีกแผ่นให้ติงเซี่ยน

ติงเซี่ยนรับมา ชำเลืองมองแวบหนึ่ง มันคือแบบฟอร์มรวบรวมข้อมูลความสามารถพิเศษ

เธอเกือบจะกรอกลงในตารางด้วยจิตใต้สำนึกว่าวาดรูป แต่พอคิดไปได้หนึ่งวินาทีก็ลบทิ้งและเขียนใหม่อย่างจริงจังว่าสเก็ตช์ภาพ

“ฉันว่าเธออยากหาคนทำบอร์ดกระดานข่าว” โจวซือเยวี่ยเขียนว่า ‘ไม่มี’ หลังจากนั้นก็ส่งเสียงฮึเบาๆ เมื่อเห็นความสามารถพิเศษของติงเซี่ยน

ติงเซี่ยนพับกระดาษอย่างระมัดระวัง “ฉันเต็มใจ”

ตอนอยู่เหยียนผิง เธอเป็นคนทำบอร์ดกระดานข่าวเป็นเวลาสามปี เรื่องเล็กน้อยแบบนี้สบายมากสำหรับเธอ แถมยังเป็นสิ่งเดียวที่เธอสนใจนอกเหนือจากการเรียนด้วย

 

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ วันรุ่งขึ้นหลังจากส่งแบบฟอร์มไปแล้ว เทพธิดาหยางฉุนจื่อก็มาหาติงเซี่ยนด้วยตัวเอง และขอให้เธอมาร่วมทำบอร์ดกระดานข่าวด้วยกัน

ติงเซี่ยนลังเลสักครู่ เธอก็คิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องทำบอร์ดกระดานข่าว แต่ไม่เคยคิดว่าจะทำกับหยางฉุนจื่อ นอกจากนี้เรื่องการทำบอร์ดกระดานข่าวก็ไม่ใช่หน้าที่ของกรรมการด้านศิลปวัฒนธรรม

“ทำไม กลัวเหรอ” โจวซือเยวี่ยเลิกคิ้วมองเธอ

กลัวกับผีอะไร ติงเซี่ยนค้อนเขาแล้วจึงหันไปตอบหยางฉุนจื่อ “ได้”

เทพธิดายิ้มให้เธอ “ดี บอร์ดกระดานข่าวสัปดาห์แรกหัวข้อหลักคือกีฬาสี อาทิตย์หน้าจะมีการตรวจแล้ว ช่วงนี้อาจต้องรบกวนเธอเลิกเรียนแล้วอยู่ต่อนะ”

ติงเซี่ยนพยักหน้า

หลังจากหยางฉุนจื่อจากไป โจวซือเยวี่ยก็ก้มหน้าหัวเราะอย่างเย็นชา จู่ๆ ติงเซี่ยนก็หันไปพูด

“ตอนนี้นายอิจฉาฉันมากเลยใช่มั้ยล่ะ”

โจวซือเยวี่ยหันมามองเธอ สีหน้างุนงง จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ “อิจฉา…เธอ?”

ติงเซี่ยนพยักหน้า สายตาเคลื่อนไปที่แผ่นหลังของหยางฉุนจื่อ ความหมายก็คือ ‘ฉันได้ทำบอร์ดกระดานข่าวกับหยางฉุนจื่อ นายอิจฉาฉันมากเลยใช่มั้ย’

โจวซือเยวี่ยมองอยู่นานก็ไม่เข้าใจ สายตามองตามเธอไปสองสามวินาทีก็หันกลับมา จู่ๆ ก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง

“หมายความว่ายังไง”

ติงเซี่ยนยิ้มค้าง รู้สึกว่าตัวเองโง่เง่ามากจริงๆ

ทำไมต้องถามคำถามแบบนี้

เธอตัดสินใจไม่พูดต่อ แลบลิ้นและโบกมือตอบกลับไป “ไม่มีอะไรๆ ฉันว่าง รีบทำการบ้านเถอะ”

โจวซือเยวี่ยมองเธอสามวินาทีอย่างไม่เข้าใจ และ ‘เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก’ หลังจากนั้นก็พ่นออกมาคำหนึ่งอย่างเย็นชา

“บื้อ”

นายสิบื้อ นายบื้อมาก นายบื้อที่สุด ติงเซี่ยนตอบในใจ

ปรากฏว่าเด็กหนุ่มพลิกหน้าหนังสืออย่างสบายๆ สายตาจับจ้องไปที่หนังสือ หนังตาดูเหมือนขี้เกียจจะยกขึ้น

“มีอะไรก็พูดมา ชอบเก็บไว้แบบนี้ ไม่กลัวเก็บไว้จนบูดหรือไง”

“นายนั่นแหละบื้อ” ไม่เคยเห็นใครน่าด่าขนาดนี้

พูดจบก็ไม่สนใจเขา เปิดหนังสือแบบฝึกหัดเริ่มทำโจทย์

โจวซือเยวี่ยยกมุมปาก อารมณ์ดีขึ้น

ภายในห้องเรียนจู่ๆ ก็เกิดเสียงดัง ข้างหน้าต่างมีเงาร่างหนึ่งเดินผ่านไป ข่งซาตี๋หันมาตบโต๊ะติงเซี่ยนด้วยความตื่นเต้น

“เดือนโรงเรียน เดือนโรงเรียน! รีบดูเดือนโรงเรียนเร็ว!”

เอ๊ะ มีเดือนโรงเรียนด้วยเหรอ

ติงเซี่ยนคิดมาตลอดว่าเดือนประจำโรงเรียนมัธยมเยี่ยนซานก็คือโจวซือเยวี่ย ดูท่าเธอน่าจะเป็นกบในกะลาจริงๆ จากนั้นก็มองออกไปด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น มีเด็กหนุ่มผอมสูงคนหนึ่งยืนคุยอยู่กับหยางฉุนจื่อที่ระเบียงด้านนอก

เดือนโรงเรียนรูปร่างหน้าตาสมเป็น ‘เดือนโรงเรียน’ จริงๆ

ย้อมผมสีแดง จอนโกนจนเกลี้ยงเกลา หน้าผากไว้ผมหน้าม้าหนาดก สำหรับติงเซี่ยนในนาทีนั้น นี่นับว่าทันสมัยมาก แต่เขาหน้าตาดูดีจริงๆ แทบจะใช้คำว่าสวยมาบรรยายได้เลย สวยกว่าผู้หญิงเสียอีก

นี่ๆๆ…ใครบอก

เธอยังชอบแบบสะอาด เท่ๆ และดูสง่าแบบโจวซือเยวี่ยมากกว่า

ส่วนเด็กเปรี้ยวๆ อย่างข่งซาตี๋ชอบคนหน้าตาแบบนี้ “เซี่ยนเซี่ยน เธอว่า…เธอว่าเขาเหมือนดาราเกาหลีมั้ย คนที่ดังมากๆ ช่วงนี้อะ”

เด็กสาวที่ไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์แบบติงเซี่ยน แค่ดาราในประเทศเธอยังรู้จักไม่ครบเลย จะไปรู้จักดาราเกาหลีได้อย่างไรกัน

จากนั้นข่งซาตี๋ก็ขมวดคิ้ว เอานิ้วชี้เคาะขมับเบาๆ ในที่สุดก็คิดออก “ฮยอนบิน! หล่อระเบิดไปเลยใช่มั้ย”

“ใช่ๆๆ หล่อสุดๆไปเลย” ติงเซี่ยนพูดผสมโรง “เขาอยู่ห้องไหนเหรอ ชื่ออะไร”

“ซย่าซือหาน ห้องแปดมั้ง ชื่อก็เพราะมากเลยเนอะ ใช่มั้ย”

ติงเซี่ยนพยักหน้าถี่เหมือนตำกระเทียม เห็นด้วยกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว “เพราะมากเลย”

ขณะที่พวกเธอพูดก็ได้ยินคำสองคำลอยมาเข้าหู…

ซ่งจื่อฉี “บ้าผู้ชาย”

โจวซือเยวี่ย “ซื่อบื้อ”

พวกเธอทั้งคู่ทำเป็นไม่ได้ยินและถกกันต่อไป

ติงเซี่ยนถาม “คะแนนเรียนเป็นยังไง” ที่จริงแล้วเธออยากจะถามว่าคะแนนดีกว่าโจวซือเยวี่ยไหม

“เป็นเด็กที่เข้ามาโดยอัตโนมัติเพราะเรียน ม.ต้น ที่นี่ คะแนนไม่ค่อยดี แต่ก็เป็นเดือนโรงเรียน เชิดหน้าโชว์หน่อยก็โอเคแล้ว เธอไม่รู้สึกเหรอว่าการเดินเคียงคู่เขามันเท่สุดๆ ไปเลย”

ติงเซี่ยนอยากบอกว่าไม่รู้สึก แต่เมื่อเธอมองโจวซือเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

ในจังหวะเดียวกันโจวซือเยวี่ยก็หัวเราะส่งเสียงออกมา “ถ้าซย่าซือหานรู้ว่าห้องสามมีพวกเธอสองคน เดาว่าครั้งหน้าคงไม่กล้ามาหาหยางฉุนจื่อแล้ว”

ชิ

สองคนที่ระเบียงคุยกันเสร็จ หยางฉุนจื่อก็กอดหนังสือกลับเข้ามา ซย่าซือหานที่กำลังจะไปก็มองมาที่ประตูด้านหลังและทักทายโจวซือเยวี่ยคำหนึ่ง หลังจากนั้นก็ก้าวยาวๆ เดินจากไป

ต่อมาติงเซี่ยนถึงรู้ว่าเพื่อนร่วมโต๊ะเธอคนนี้มีชื่อเสียงขนาดไหน

โจวซือเยวี่ยมีชื่อเสียงมากตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยมต้นแล้ว เพื่อนเยอะ และเป็นเพื่อนกับ ‘คนทุกประเภท’ เพราะว่าเขาเก่งคณิตศาสตร์ และมักเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งระดับประเทศก็เลยรู้จักนักเรียนต่างโรงเรียนไม่น้อย

แทบจะทุกห้องต้องมีคนสองคนที่รู้จักเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจี่ยงเฉินและซ่งอี๋จิ่นซึ่งเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก แม้แต่หยางฉุนจื่อกับซย่าซือหาน แต่ก่อนก็ล้วนเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมห้องกับเขา

หลังซย่าซือหานจากไป จู่ๆ โจวซือเยวี่ยก็มองเธอและพูดขึ้นมา “ดูไม่ออกว่าเธอชอบแนวนี้?”

รอยยิ้มเขาสะดุดตาติงเซี่ยนมาก สาวน้อยพึมพำจากจิตใต้สำนึก “ไม่มีใครกำหนดว่าฉันต้องชอบแบบนายนี่นา…”

ในห้องเรียนมีเสียงอึกทึกครึกโครม เสียงพึมพำจึงดังมาไม่ถึงหู โจวซือเยวี่ยได้ยินไม่ชัด เขาจึงส่งเสียง “ฮะ” ออกมา

ติงเซี่ยนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เธอจึงมองเขาอย่างลนลาน “ไม่มีอะไร”

“ฉันรู้สึกว่าพักนี้เธอดูวิตกจริตแปลกๆ…” โจวซือเยวี่ยชำเลืองมองเธอ “ไม่ใช่เรียนจนเป็นบ้าไปแล้วหรอกนะ?”

ติงเซี่ยนไม่สนใจเขา เธอฟุบลงบนโต๊ะ

ภายในโรงเรียนมีเสียงประกาศช่วงกลางวันดังขึ้น เป็นเสียงผู้หญิงอ่อนหวานน่าฟังดังเข้าหู

…มีลมอ่อน มีเมฆขาว มีเธอข้างกายฉัน

คอยรับฟังจิตใจที่มีความสุขและตื่นเต้นของฉัน

ความปรารถนาของฉันแท้จริงแล้วน้อยนิด แค่เพียงได้ใช้ชีวิตเช่นฤดูร้อนครั้งนั้น

แค่เพียงได้ผ่านอีกครั้ง เช่นนั้นอีกสักครั้ง

บทกลอน ‘เดินเคียงข้างคุณ’ ของสีมู่หรง[1] ที่อ่านโดยผู้จัดรายการหญิงไพเราะน่าฟังมาก เสียงเหมือนนกนางแอ่นเกาะบนกิ่งไม้ เสียงนั้นดังไปทุกซอกทุกมุมในรั้วโรงเรียน ก้องกังวาน และเข้าหูเธออย่างต่อเนื่อง

ติงเซี่ยนฟังแล้วเคลิบเคลิ้มไปถึงหัวใจ แววตาเศร้าลง จู่ๆ ข้างหูก็ได้ยินเสียงคนข้างๆ พูดอย่างไม่เข้าใจอารมณ์ประเภทนี้

“ทำไมต้องอ่านอะไรพวกนี้ด้วย สู้อ่านสมการเลขก็ไม่ได้ ทั้งหนวกหู ทั้งเสียเวลา”

“…” นายไปตายกับคณิตศาสตร์ของนายเถอะไป!

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in Our Secret รักในความลับ

  • Our Secret รักในความลับ

    ทดลองอ่าน Our Secret รักในความลับ บทที่ 2

    By

    บทที่ 2 เพื่อนร่วมโต๊ะน้ำค้างนำพาให้เกิดน้ำท่วมภูเขา  การแอบรักคือการคุยเรื่องไม่มีสาระสำคัญอะไรกับเธอ แต่คุยเรื่องของเธอกับสายลมที่พัดผ่าน ...

  • Our Secret รักในความลับ

    ทดลองอ่าน Our Secret รักในความลับ บทที่ 1

    By

    บทนำ เดือนกันยายน ปี 2550 ที่แดดร้อนระอุ นักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยชิงหวา* เริ่มเข้าเรียน เมืองทั้งเมืองเวลานี้เหมือนโถเซรามิกที่อากาศไม่สามารถ...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

community.jamsai.com