เซียวเซียวเหลือบมองฉินย่าหนานแวบหนึ่ง อีกฝ่ายช่างเป็นคนพูดไม่รู้จักคิดจริงๆ ปกติก็ยังพอรู้ขอบเขต แต่พักนี้มักจะผิดปกติ ดูเหมือนจะปากจัดกว่าเมื่อก่อนไม่น้อย แล้วก็มักจะแอบพุ่งประเด็นมาที่เธอด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือเมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ เพียงแต่เธอไม่ได้ใส่ใจเท่านั้น
ทุกคนพากันคิดอยู่ในใจเงียบๆ การประชุมยังดำเนินต่อไป
ด้วยเวลาที่มีจำกัด การปรับแบบของเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวจึงใช้ข้อเสนอแนะที่เซียวเซียวเสนอมาไปทำต่อ อเดอลีนกลับมาพูดถึงเสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในซีซั่นถัดไป
“สำหรับหัวข้อ ‘ชีวิตใหม่’ พวกคุณมีความคิดอะไรบ้าง” โปรเจ็กเตอร์ตัดกลับไปที่หัวข้อชีวิตใหม่ อเดอลีนกอดอกมองไปที่ทุกคน
เธอยังไม่ได้เริ่มออกแบบชุดโอตกูตูร์ในหัวข้อชีวิตใหม่เพราะยังต้องการให้คนรุ่นใหม่ได้นำเสนอแนวคิดออกมาก่อน
“ผมคิดว่าชีวิตใหม่น่าจะไปทางเด็กสาววัยรุ่น มีแบรนด์เครื่องสำอางที่มีภาพลักษณ์แบบเดียวกันนี้ ดังนั้นน่าจะใช้สีชมพูเป็นสีหลัก เลือกใช้สีชมพู สีฟ้า สีเหลืองไข่ไก่ที่ดูเด็กดูอ่อนเยาว์เหมือนกับฤดูใบไม้ผลิซึ่งชีวิตใหม่กำลังผลิยอดออกมา” เนื่องจากก่อนหน้านี้เซียวเซียวได้รับการชมเชย ทำให้หลายคนมีความกล้าที่จะพูดมากขึ้น คนที่ชอบความสนุกสนานครึกครื้นอย่างจ้าวเหอผิงจึงยกมือขึ้นแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
“ฉันมีความคิดเหมือนกับพี่จ้าว ทั้งเรายังสามารถเพิ่มลูกไม้และดอกไม้เล็กๆ เข้าไปได้” ดีไซเนอร์อีกคนพูดตามทันที
“ไม่ได้ กลุ่มลูกค้าของเราคือผู้หญิงอายุยี่สิบถึงสามสิบห้า เด็กมากไปคงไม่เหมาะ ฉันกลับคิดว่าน่าจะทำให้ผู้หญิงที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่ได้ความรู้สึกของเด็กสาวกลับคืนมา ความสดใสเยาว์วัยที่อยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่ายดูเปิดเผย”
แต่ละคนมีความคิดแตกต่างกัน ต่างเสนอความคิดของตนและพูดคุยกันอย่างครึกครื้น นี่คือสิ่งที่อเดอลีนอยากเห็นจึงไม่ได้คิดจะห้ามปราม
ฉินย่าหนานกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะไว้แน่น อ้าปากเล็กน้อยพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกับปลาที่อยู่ในแม่น้ำอันแห้งเหือด ต้องพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ “ไม่ ที่พวกเธอพูดมามันไม่ถูก”
เสียงที่ค่อนข้างดังนั้นดึงดูดสายตาของทุกคนกลับมา เสียงที่ปรึกษาหารือกันก็เงียบลง
“ต้นกำเนิดชีวิตใหม่ก็คือใบเหอฮวนและดอกซานซู่” ฉินย่าหนานลุกขึ้นยืน นำเสนอมุมมองของตัวเองอย่างเชื่อมั่น “ใบเหอฮวนหมายถึงการลาจาก ส่วนดอกซานซู่หมายถึงการเกิดใหม่…”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมา เซียวเซียวถึงกับต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างงุนงง
“ชีวิตใหม่น่าจะหมายถึงการรับรู้ของชีวิต” ฉินย่าหนานพูดอย่างตื่นเต้น เหมือนกับศิลปินซึ่งกำลังจมอยู่ในแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นมาจนไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้
ดวงตาสีฟ้าอมเทาของอเดอลีนเป็นประกายขึ้นมาทันที “พูดได้ดีมาก”
หัวข้อชีวิตใหม่นี้เกิดจากการที่อาร์ตแอดไวเซอร์ไปถ่ายรูปป่าในแอฟริกามาให้เธอดูจนเกิดแรงบันดาลใจ ทั้งรูปต้นอ่อนที่เพิ่งงอกจากดิน นกน้อยที่เพิ่งออกจากไข่ น้ำในลำธารที่ไหลเชี่ยวยามเข้าสู่ฤดูฝน ใบเหอฮวนที่ผลิบานในยามเช้าตรู่ สิ่งเหล่านี้สร้างความรู้สึกรักและศรัทธาต่อชีวิต ทำให้เธอกำหนดหัวข้อ ‘ชีวิตใหม่’ ขึ้นมา การประชุมใหญ่คราวที่แล้วเธอไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน ไม่คิดว่าเด็กรุ่นใหม่จะมองได้ลึกซึ้ง