everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 1-4 #นิยายวาย
บทที่ 3
ปลาถูกโยนลงหม้อน้ำมัน แมวนั่งอยู่บนเบาะเข็ม
ในร้านกาแฟมีลูกค้าทั้งหมดเจ็ดคน ผู้หญิงห้าผู้ชายสอง และมีแค่เฉียวโม่ที่สวมเสื้อสีขาว
เยี่ยนฉือมองมือถืออีกครั้ง แล้วเงยหน้าขึ้นจ้องเฉียวโม่
เฉียวโม่ก็มองมาที่เขาในเวลาเดียวกัน
ลางร้ายนับพันนับหมื่นพลุ่งพล่านขึ้นในหัวของเยี่ยนฉือราวภูเขาไฟปะทุ แม็กมาเต็มไปทุกหนแห่ง แผดเผาความสุขทั้งหมดของเขาจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว
ดวงตาของเยี่ยนฉือมืดครึ้มลง รู้สึกหัวหมุนจนแทบระเบิด
ทั้งสองคนตัวแข็งทื่อไปประมาณสามนาที
เฉียวโม่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาก่อน เขายังคงเป็นเหมือนยามปกติ สีหน้าเย็นชา ดูเหมือนไม่มีความสนใจในอะไรและดูเหมือนไม่สนใจใครทั้งนั้น
เฉียวโม่ดูลำบากใจเล็กน้อย ลองเรียกอย่างลังเล ‘รุ่นพี่?’
น้ำเสียงของเขาน่าฟังมากจริงๆ เหมือนกับเสียงน้ำพุพุ่งออกมาซู่ๆ ที่นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่ฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าวนี้โดยไม่ตั้งใจ
จากนั้นเฉียวโม่ก็อ้าปากน้อยๆ ดวงตาเผยให้เห็นความประหลาดใจ หลังจากเงียบไปนาน แก้มทั้งสองข้างของเขาก็แดงระเรื่ออย่างไม่รู้สาเหตุ เขาพึมพำ ‘หรือว่า…พี่ก็คืออาจารย์’
หางเสียงของเขาสั่นเครือ เป็นเสียงสะอื้นที่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเยี่ยนฉือฟังออก
เยี่ยนฉือไม่อยากเชื่อว่าเฉียวโม่ผู้แสนเย็นชาจะส่งเสียงที่ไม่เข้ากับตัวเองออกมาได้
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับความจริง สบสายตาเฉียวโม่
เห็นได้ชัดว่าประกายในดวงตาเยี่ยนฉือหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหมือนกับดวงดาวที่สิ้นแสงเพราะการมาถึงของพายุฝน
เขาเกือบจะโพล่งออกมาว่า ‘ทำไมถึงเป็นนายไปได้’
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เช่นเดียวกับความรังเกียจและผิดหวังที่ซ่อนอยู่ในนั้น
เฉียวโม่ยืนตะลึงอยู่ที่เดิม สีแดงระเรื่อบนแก้มค่อยๆ จางหายไป เขาหลุบตาลงคล้ายทำตัวไม่ถูก ก่อนค่อยๆ ก้มหน้าลง ปลายนิ้วที่ม้วนชายเสื้อเริ่มบิดแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทว่าใบหน้าที่เย็นชาของเขานั้นกลับไม่ได้ฉายอารมณ์ที่ชัดเจนเลยแม้แต่น้อย
แต่ในสายตาของคนอื่น เขาเย็นชาจนราวกับทำให้อุณหภูมิรอบด้านลดต่ำลง
นี่คือ ‘การเจอกันครั้งแรก’ ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
เวลาคนอื่นนัดเจอตัวจริงกันล้วนมีแต่เสียงหัวเราะเคล้าความสุข
ไม่แน่ว่าอาจพัฒนาไปอีกขั้นเสียด้วยซ้ำ
แต่การนัดเจอตัวจริงของเยี่ยนฉือกลับเป็นเหมือนปลาที่ถูกโยนลงหม้อน้ำมัน แมวที่นั่งอยู่บนเบาะเข็ม* และมีมีดพร้าเล่มใหญ่จ่ออยู่ที่ท้ายทอยของเขา
อันตรายเกินไปแล้ว
ไป๋อี้หนิงพูดไว้ไม่ผิด เดตออนไลน์คือการเปิดกล่องสุ่ม
เพียงแต่ไม่มีใครเคยบอกว่ากล่องสุ่มที่เขาเฝ้าฝันถึง เปิดออกมาแล้วจะกลายเป็นเฉียวโม่ไปซะได้
เยี่ยนฉือกับเฉียวโม่มองหน้ากันท่ามกลางความเงียบงันอันเนิ่นนาน ต่างคนต่างไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
เยี่ยนฉือด่วนสรุปไปว่าการพบเจอกันครั้งแรกของพวกเขาพังไม่เป็นท่าแล้ว
ถึงอย่างไรเยี่ยนฉือก็รู้ดีว่าตัวเองรังเกียจเฉียวโม่ ส่วนเฉียวโม่ก็ยิ่งรังเกียจเขา เรื่องราวที่ซับซ้อนวกวน วนเวียนอยู่แบบนี้ สุดท้ายจะเหลือเพียงความรู้สึกรังเกียจต่อกัน
การฝืนใจมานั่งดื่มกาแฟด้วยกันในสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าเลย
‘จู่ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตอนบ่ายยังมีสอบอีกวิชา’
‘…’
‘มีอะไรค่อยติดต่อกันนะ ไว้เจอกัน’
เยี่ยนฉืออ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นรีบยุติการพบหน้าอันแสนกระอักกระอ่วนนี้และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เขาเฉียดผ่านตัวเฉียวโม่ไปราวกับสายลมร้อน ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำ
เขาไม่รู้ว่าเฉียวโม่ที่อยู่ข้างหลังจะมีสีหน้ายังไง แต่ก็พอจะเดาได้คร่าวๆ ว่าเฉียวโม่คงจะโล่งใจมากแน่ๆ
โดยทั่วไปการพูดตามมารยาทในสถานการณ์แบบนี้คือการบอกเป็นนัยว่า ‘ไม่ต้องติดต่อมาอีกนะ’
ไม่ว่าผู้ใหญ่คนไหนก็เข้าใจกันทั้งนั้น
นอกเสียจากว่าคนคนนั้นจะไม่มีวิจารณญาณเอาซะเลย
วันนี้อุณหภูมิข้างนอกสูงถึงสามสิบแปดองศาเซลเซียส เยี่ยนฉือตากแดดจนแทบจะเป็นลม เขาวิ่งกลับหอพักมาตลอดทางท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาข้างในหอพักก็พบกับอากาศที่เย็นยะเยือกราวกับถ้ำน้ำแข็ง
เครื่องปรับอากาศแสดงอุณหภูมิสิบแปดองศาเซลเซียส
ตั้งแต่ไป๋อี้หนิงยอมจ่ายค่าเครื่องปรับอากาศหอพักอย่างใจกว้าง ทุกคนก็ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ
‘โย่ว ทำไมกลับมาเร็วจัง’ ไป๋อี้หนิงกำลังห่อตัวเล่นเกมอยู่ในผ้าห่ม สองมือเคาะอยู่บนคีย์บอร์ดกับเม้าส์อย่างเมามัน ไม่สนใจเยี่ยนฉือเลยสักนิด ‘ฉันนึกว่าคืนนี้นายจะไม่กลับหอแล้วซะอีก’
เยี่ยนฉือกำลังรู้สึกหดหู่เลยไม่ได้พูดอะไร
จู่ๆ ไป๋อี้หนิงก็ทุบโต๊ะอย่างโกรธเกรี้ยว ตะโกนเสียงดังว่า ‘บ้าเอ๊ย! ลูกพี่โดนคู่แข่งเล่นงานซะแล้ว! เหล่าเยี่ยน เดี๋ยวนายล็อกอินเข้าไอดีฉันทีแล้วช่วยฉันเก็บแต้มเลื่อนแรงก์สำหรับฤดูกาลนี้หน่อย! เล่นสองคนก็ได้ ราคาเดิม ถ้าฉันไม่พยายามมากกว่านี้คงตามไม่ทันแน่ๆ!’
เยี่ยนฉือตอบแค่ ‘อืม’
ไป๋อี้หนิงเพิ่งจะรู้สึกว่าเยี่ยนฉือดูแปลกไป จึงเหลือบมองเขาด้วยความสงสัย ‘ทำไมทำหน้าเหม็นบูดแบบนั้นล่ะ นายรอแป๊บนะ เดี๋ยวลูกพี่เล่นตานี้จบแล้วจะไปดูแลนายเอง’
ในหอพักชายคำว่า ‘ลูกพี่’ สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ปีนี้ทั้งคู่ก็อายุยี่สิบแล้ว เยี่ยนฉืออายุมากกว่าไป๋อี้หนิงหนึ่งเดือน เห็นได้ชัดว่าไป๋อี้หนิงต้องการจะข่มเขาทางวาจา
เยี่ยนฉือพูดว่า ‘ไปให้พ้น’
เขาหันไปก็เห็นว่าเตียงสองหลังถูกจัดเก็บอย่างสะอาดสะอ้าน
ไป๋อี้หนิงนั่งยองอยู่บนเก้าอี้ พูดส่งๆ ว่า ‘ชิวเหยียนกับโจวอิงเพิ่งออกไปเมื่อกี้ รีบไปขึ้นรถน่ะ’
‘แล้วนายล่ะ’
‘คราวนี้ฉันไม่กลับ แม่ฉันรับคุณตามาอยู่ด้วยน่ะ วันๆ เขาเอาแต่บ่นฉัน แล้วก็ชอบเปรียบเทียบฉันกับน้องชาย’
ไป๋อี้หนิงมีน้องชายฝาแฝดเทียมอีกคนที่เรียนในมหาวิทยาลัย C เหมือนกัน แต่คนละวิทยาเขต
เยี่ยนฉือรินน้ำมาดื่มจนหมดแก้วภายในไม่กี่อึก มือของเขาใหญ่และหยาบกร้านเล็กน้อย เห็นข้อต่อชัดเจน แก้วที่เขาถืออยู่ในมือเป็นแก้วพลาสติกราคาไม่กี่หยวนที่ขายอยู่หน้ามหาวิทยาลัย ถึงจะไม่ได้ดูสวยอะไรแต่ทนทานมาก
เขาวางแก้วลงแล้วถาม ‘นายจะอยู่ที่มหา’ลัยช่วงปิดเทอมฤดูร้อนด้วยเหรอ’
‘ไม่อยู่’
ไป๋อี้หนิงหรี่ตามองอย่างเจ้าเล่ห์
‘ก็พี่ชายฉันทำงานแถวนี้ไง ช่วงนี้เขาต้องไปทำงานนอกสถานที่ ก็เลยให้ฉันไปช่วยดูบ้านให้ นายอยากไปอยู่ด้วยกันไหมล่ะ เขารู้ว่านายเป็นเหมือนพวกเราเลยไม่ได้ว่าอะไร อีกอย่างอินเตอร์เน็ตที่นั่นก็แรงมากด้วย นายจะได้รับงานรับจ้างเล่นเกมสบายๆ หน่อย’
‘ไม่ล่ะ ฉันรับงานสอนพิเศษตามบ้านช่วงปิดเทอมแล้ว ได้เงินดีกว่ารับจ้างเล่นเกมตั้งเยอะ’ เยี่ยนฉือพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนถึงค่อยรับงาน เขาอธิบายเพิ่มว่า ‘จะเก็บแต้มเลื่อนแรงก์ช่วงปิดเทอมน่ะไม่ง่ายหรอกนะ’
ไป๋อี้หนิงหันไปพูดอย่างเสียดาย ‘ที่มหา’ลัยคนเยอะอาจถูกคนจับได้ง่าย ไปบ้านพี่ฉันเถอะ พวกเราจะแปลงร่างเป็นแมวเมื่อไหร่ก็ได้ มีอิสระจะตาย’
‘…’
เยี่ยนฉือไม่เหมือนไป๋อี้หนิงในจุดนี้ เขาไม่ชอบแปลงร่างเป็นแมว
ถ้าจะพูดว่าไป๋อี้หนิงเป็นเลือดบริสุทธิ์ อย่างนั้นเยี่ยนฉือก็เป็นเลือดผสม
เยี่ยนฟางซานพ่อของเยี่ยนฉือเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ซย่าหย่าแม่แท้ๆ ของเขาเป็นมนุษย์สายพันธุ์แมวที่หน้าตาสะสวยเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาสองคนหย่ากันนานแล้ว
เหตุผลคือตอนเยี่ยนฉืออายุสองขวบไม่ระวังกลิ้งตกบันไดจนได้รับบาดเจ็บ เขาแปลงร่างเป็นแมวต่อหน้าเยี่ยนฟางซานอย่างควบคุมไม่ได้
เหตุการณ์นี้ทำให้ตัวตนของซย่าหย่าถูกเปิดโปง เยี่ยนฟางซานรับไม่ได้ที่คนที่นอนร่วมเตียงเคียงหมอนกันมาคือแมวตัวหนึ่ง
การมีอยู่ของมนุษย์สายพันธุ์แมวแทบจะเหมือนกับเรื่องเล่าลึกลับในเมือง บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ
โดยทั่วไปแล้วเลือดผสมจะถูกมองว่าเป็น ‘ของมีตำหนิ’ ในหมู่มนุษย์สายพันธุ์แมว เพราะไม่มีความสามารถในการแปลงร่างเป็นแมว
แต่เยี่ยนฉือมีร่างกายที่พิเศษ เขาสามารถสืบทอดสายเลือดมนุษย์สายพันธุ์แมวของซย่าหย่าได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่หน้าตาก็ยังคล้ายฝั่งแม่มาก จนแทบไม่เหลือเค้าของเยี่ยนฟางซานเลย
มนุษย์สายพันธุ์แมวล้วนมีรูปลักษณ์โดดเด่น และมีหน้าตาดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว
ในหมู่พวกเขาบางคนจะเกี่ยวดองกับมนุษย์ การสืบทอดทางสายเลือดจึงค่อยๆ เจือจางลง ขณะที่บางคนก็เลือกคบหากับสายพันธุ์เดียวกันเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป
เมื่อการเลือกแตกต่างกันไป ผลลัพธ์ย่อมแตกต่าง
เพื่อให้กลมกลืนกับสังคมมนุษย์ได้เป็นอย่างดี พวกเขาแทบทั้งหมดจึงกระจัดกระจายไปตามการเคลื่อนคล้อยของเวลา แต่สำหรับมนุษย์สายพันธุ์แมวที่สามารถแปลงร่างเป็นแมวได้นั้น พวกเขามีความสามารถเฉพาะตัวอย่างหนึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด…ขอแค่พวกเขาสบตากันก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับตัวเองหรือเปล่า
เยี่ยนฉือกับไป๋อี้หนิงก็รู้จักกันด้วยวิธีนี้ แถมยังบังเอิญได้เป็นรูมเมตกันด้วย
ไป๋อี้หนิงเรียกสิ่งนี้ว่า ‘พรหมลิขิตสวรรค์สร้าง’ ยิ่งรู้ว่าเยี่ยนฉือยังเป็นยอดฝีมือด้านการรับจ้างเล่นเกม เขาก็ประกาศทันทีว่าตัวเองกับเยี่ยนฉือคือพี่น้องที่สุดแสนจะจริงใจต่อกัน
* ปลาที่ถูกโยนลงหม้อน้ำมัน แมวที่นั่งอยู่บนเบาะเข็ม หมายถึงการตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรืออันตราย ทำให้จิตใจไม่สงบ
Comments



