ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 1-4 #นิยายวาย – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 1-4 #นิยายวาย

4 of 4หน้าถัดไป

บทที่ 4

ใครหลอกใครกันแน่

 

‘โอเค้!’

ไป๋อี้หนิงชูสองมือขึ้น ในที่สุดเขาก็เล่นเกมตานี้จบสักที จิตวิญญาณแห่งการซุบซิบของเขาเริ่มร้องดัง ‘ปิ๊บๆ’

เขาห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนเล็ก แล้วนั่งลงบนเตียงข้างเยี่ยนฉืออย่างร่าเริง ‘ไหนๆๆ บอกฉันหน่อยซิว่าทำไมนายกลับมาเร็วขนาดนี้’

เยี่ยนฉือหมุนตัวไปอีกทางอย่างวุ่นวายใจ หลังสงบอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งเขาก็หยิบผ้าขนหนูออกมาจากตู้ ‘นายลบ MO ออกจากลิสต์รายชื่อเพื่อนในเกมเถอะ’

‘หา?’

‘จากนี้คงจะไม่ติดต่อกันแล้ว’

เยี่ยนฉือไม่ได้บอกไป๋อี้หนิงว่า ‘MO’ ก็คือ ‘เฉียวโม่’ เพราะเขากลัวว่าเจ้าแมวโง่ตัวนี้จะตกใจจนหัวใจขาดเลือดฉับพลัน

ในมหาวิทยาลัย C มีใครบ้างไม่รู้ว่าเฉียวโม่คือนายน้อยรองของเฉียวเซิ่งกรุ๊ป เป็นเศรษฐีรุ่นสองอย่างแท้จริง

ส่วนพ่อแม่ของไป๋อี้หนิงก็เป็นหัวหน้าแผนกสาขาย่อยของตระกูลเฉียวในเมือง D

ฉะนั้นถ้าไป๋อี้หนิงรู้ว่าคนที่ชอบพูดแซวเขาในเกมคือนายน้อยรองของตระกูลเฉียวล่ะก็ เกรงว่าคงช็อกจนวิญญาณหลุดออกจากร่างตรงนี้เลย

ไป๋อี้หนิงเห็นว่าเยี่ยนฉือมีท่าทีแปลกไป สองมือกำผ้าห่มไว้แน่น จึงพูดอย่างประหลาดใจ ‘คงไม่ใช่เพราะนายเห็นว่าไม่เวิร์กแล้วหนีกลับมาหรอกนะ!’ เขาเดินตามหลังเยี่ยนฉือด้วยท่าทางเกินจริง จงใจถามว่า ‘แหมๆๆ ไหนว่าไม่คบคนที่หน้าตาไง’

‘…’

‘วันหลังนายก็อย่าโพล่งอะไรออกมาง่ายๆ แบบนั้นสิ ยกก้อนหินทับเท้าตัวเอง* ชัดๆ’

ไป๋อี้หนิงพูดเก่ง แต่ไหนแต่ไรมาเยี่ยนฉือก็ไม่เคยชนะเขาได้สักที เยี่ยนฉือเลิกคิ้วอย่างทนต่อไปไม่ไหว กระโดดสุดตัวก่อนจะ ‘อัด’ ไป๋อี้หนิงจนเขาร้องโอ๊ยๆ ไม่หยุด

ไป๋อี้หนิงเป็นแค่แมวติดอินเตอร์เน็ตที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย จะเป็นคู่ต่อสู้ของเยี่ยนฉือได้ยังไง เขาขยับกรอบแว่นของตัวเองให้เข้าที่ พยายามดิ้นหลุดจากการกดขี่ของเยี่ยนฉืออย่างยากลำบาก ชูสองมือยอมแพ้ ‘ฉันยอมแพ้ๆ! สุภาพบุรุษพูดกันดีๆ ไม่ลงไม้ลงมือกันหรอกนะ!’

เยี่ยนฉือรู้ว่าตัวเองไม่ใช่สุภาพบุรุษ เขายืดเส้นยืดสายแล้วพูดว่า ‘ไหนพูดอีกทีซิ’

‘อ๊ากกก…เมี้ยว!’

ไป๋อี้หนิงแปลงร่างเป็นแมว กระโดดพรวดขึ้นลงหนีวุ่นวายไปทั่ว สุดท้ายทั้งคนทั้งแมวก็หายใจหอบ สงบลงได้ในที่สุด

ไป๋อี้หนิงหอบหายใจ ถามขึ้นอย่างสงสัยไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ‘เหล่าเยี่ยน แล้วเขา…เขาหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนั้นเลยเหรอ อย่ามาล้อเล่นน่า ปกตินายก็ไม่คบคนที่หน้าตานี่นา ฉันไม่ได้ว่านายเลยนะจริงๆ นายดูสิว่าตอนนี้เพิ่งจะกี่โมงเอง’

ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสอง เวลาในการนัดเจอตัวจริงครั้งนี้สั้นเกินไปแล้ว

‘อย่างน้อยนายก็ต้องนั่งสักยี่สิบนาทีก่อนไหม แล้วค่อยหาเหตุผลขอตัวออกมาแบบเนียนๆ MO จะต้องอึดอัดใจตายแน่ๆ ปกตินายไม่ทำให้คนอื่นอึดอัดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ…’

ไป๋อี้หนิงพูดแทน MO ด้วยความไม่พอใจอยู่หลายประโยค แต่เยี่ยนฉือกลับไม่พูดอะไรเลย เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเยี่ยนฉือไม่เพียงแต่เศร้าสร้อย แต่ยังแฝงด้วยความหดหู่อยู่บ้าง ให้ความรู้สึกเหมือน ‘แมวไร้บ้าน’ ตัวหนึ่ง

ต่อให้ไป๋อี้หนิงจะโง่แค่ไหนก็รู้ว่าไม่ควรจี้ใจดำใคร เสียงพูดของเขาก็เลยเบาลงเรื่อยๆ บ่นพึมพำพลางกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงตัวเอง

ประตูห้องน้ำถูกกระแทกปิดเสียงดัง ‘ปัง’ แรงกระแทกนั้นทำให้ไป๋อี้หนิงที่อยู่บนเตียงเผลอหลุดเสียงสะอึกแบบแมวออกมา

ไป๋อี้หนิงใช้อุ้งเท้าแมวลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ บ่นเสียงเบาว่า ‘คนอกหักนี่อารมณ์รุนแรงจริงๆ’ ใบหน้าแมวน้อยของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ‘ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ทำไมเหล่าเยี่ยนถึงได้โมโหขนาดนี้…’

เขาบ่นออกมาไม่หยุด

‘เมี้ยวๆๆ’ นึกยังไงก็นึกไม่ออก

ตามหลักแล้วเยี่ยนฉือไม่ได้เป็นฝ่ายแสดงความรู้สึกออกมาก่อน ในเมื่อไม่ได้ชอบพอกัน อย่างนั้นก็ควรทำตัวแบบเมื่อก่อน คบหากันเป็นเพื่อนธรรมดาๆ ก็ได้นี่นา

มีอะไรน่าโกรธกัน

ไป๋อี้หนิงไม่เห็นเยี่ยนฉือเศร้าสร้อยแบบนี้มานานแล้ว เขากระโดดลงจากเตียงอย่างหดหู่ หยิบปลาแห้งจากกระปุกขนมที่มุมโต๊ะมาเคี้ยว เคี้ยวพลางบ่นอย่างไม่กลัวตาย ‘นายก็ไม่ได้ไปเจอไอ้สารเลวเฉียวโม่นั่นสักหน่อย ต้องถึงขนาดให้ฉันลบเขาออกจากเพื่อนเลยเหรอ จริงจังขนาดนั้นเชียว ปกติ MO น้อยก็ดีจะตาย…’

ยังไงเขาก็ไม่ลบหรอก

 

ในห้องอาบน้ำ เสียงน้ำดังซู่ซ่า…

เยี่ยนฉือยืนนิ่งอยู่ใต้ฝักบัว ร่างกายเผลอเกร็งโดยไม่รู้ตัว เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง แม้ใจเย็นลงแล้ว แต่ในหัวยังคงมีแต่ภาพของเฉียวโม่ที่ผลักประตูร้านเข้ามาท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าวนเวียนไปมาซ้ำๆ

เขายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ

ทำไมถึงเป็นเฉียวโม่ไปได้

คนที่ตัวเองชอบมาตั้งครึ่งปีจะเป็นใครก็ได้ แต่จะเป็นเฉียวโม่ไม่ได้ ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม

เยี่ยนฉือถอนหายใจยาว ความรักของเขายังไม่ทันเริ่มก็ถูกบีบให้จบลงซะแล้ว

 

ในคืนเดียวกัน

ขณะที่เยี่ยนฉือกำลังล็อกอินเข้าไอดีของไป๋อี้หนิงเพื่อเล่นเกมแทนอยู่นั้น เขาก็ได้รับข้อความส่วนตัวในเกม

MO เป็นคนส่งมา

เยี่ยนฉือแปลกใจ ขนาดเกิดเรื่องอย่างวันนี้แล้วเฉียวโม่ยังเป็นฝ่ายส่งข้อความมาหาก่อนอีกเหรอ

เขาครุ่นคิดแล้วคลิกเข้าไปอ่าน

 

MO รุ่นพี่ นั่นพี่เหรอ

 

เฉียวโม่เป็นคนที่รู้จักกาลเทศะ เขาเปลี่ยนคำเรียกอย่างมีสติ ไม่ได้เรียกเยี่ยนฉือว่า ‘อาจารย์’ อีก

ปลายนิ้วของเยี่ยนฉือสัมผัสอยู่บนแป้นพิมพ์ครู่หนึ่ง แล้วก็ถอนมือกลับโดยไม่ได้ตอบอีกฝ่าย เพียงคลิกเข้าสู่ระบบสุ่มจับคู่สมาชิกในทีม รอให้การแข่งขัน PK* เริ่มต้นขึ้น

ข้อความส่วนตัวของ MO เด้งมาอีกครั้ง

 

MO ผมเห็นพี่ในโหมดจัดอันดับ ผมรู้ว่าทุกครั้งที่พี่หยาง* ลงแรงก์ คนที่สู้จริงๆ คือพี่

MO เรื่องวันนี้ผมขอโทษจริงๆ คือว่าผมพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่

 

เยี่ยนฉือโต้แย้งในใจ นายยิ่งกว่าพูดไม่เก่งอีกไม่ใช่เหรอ

ไอดีเกมของไป๋อี้หนิงมีชื่อว่า ‘ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด’ เป็นชื่อที่เน้นยาวไม่เน้นสาระ

 

ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด อืม

 

หลังได้รับคำตอบจากเยี่ยนฉือ ความเร็วในการพิมพ์ข้อความของเฉียวโม่ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

MO ตอบกลับทันที สอบช่วงบ่ายราบรื่นดีไหมครับ

ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด พอได้

MO อืมๆ ราบรื่นก็ดีแล้ว

 

เมื่อเห็นคำว่า ‘อืมๆ’ สองคำนี้ เยี่ยนฉือก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา เขาไม่สามารถเชื่อมโยง MO ที่พูดจาอ่อนโยนและเอาใจใส่คนนี้กับภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่แสนเย่อหยิ่งลูกนั้นได้เลย

ท่าทีของเยี่ยนฉือแข็งกร้าวขึ้นมาก

แต่ MO กลับไม่รู้สึกอะไร เขาพูดคุยสัพเพเหระต่อ แถมคำพูดของเขายังดูสับสนมาก ไม่รู้ว่าพยายามจะสื่ออะไรกันแน่

อันที่จริง MO ไม่ใช่คนช่างพูดเลย

เยี่ยนฉือต่างหากที่ตามตื๊ออีกฝ่ายอย่างไม่ลดละมาเป็นเวลานาน ทั้งจับมือสอนเขาเล่นเกมอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ทั้งคอยคุยกับเขาตอนดึกๆ ถึงทำให้ MO รู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย

อบอุ่นจน MO เรียกเขาว่า ‘อาจารย์’ ไม่ขาดปาก มีแต่ประโยค ‘อาจารย์ดีกับผมจังเลย’ แฝงอยู่ในตัวอักษรแต่ละบรรทัด

พอมาคิดดูดีๆ เยี่ยนฉือก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองกำลังหลอกเฉียวโม่อยู่

เขาลูบหน้าอย่างรู้สึกผิด

เมื่อมองดูข้อความที่เด้งขึ้นมาในหน้าต่างแชตอย่างต่อเนื่อง เยี่ยนฉือก็เงียบไป ไม่รู้ว่าจะตอบกลับยังไงดี

ที่จริงแล้ว MO ในเกมจริงใจกับเขามาก

แต่เขาไม่มีวันลืมว่าเมื่อก่อนเฉียวโม่ปฏิบัติต่อเขายังไง สายตาที่ก้มมองลงมาอย่างดูถูกเหยียดหยามแบบนั้น ต่อให้อีกฝ่ายมีใบหน้าที่ดึงดูดเยี่ยนฉือนับครั้งไม่ถ้วน แต่ท่าทีแบบนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก

ไม่ใช่แค่นี้

เยี่ยนฉือจำได้แม่นว่าความเข้าหน้ากันไม่ติดของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นในบ่ายฤดูหนาววันหนึ่ง…

 

เยี่ยนฉือที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูได้ยินเฉียวโม่พูดกับเฉียวเฟยหร่านลูกพี่ลูกน้องจากมหาวิทยาลัยเดียวกันเต็มสองหูว่า ‘รุ่นพี่เยี่ยนฉือน่ะเหรอ ฉัน…ฉันจะไปชอบเขาได้ยังไง!’

เฉียวเฟยหร่านมีท่าทีรู้สึกผิดเหมือนเพิ่งแอบไปทำอะไรที่ไม่น่าภูมิใจมา พอเขาได้ยินแบบนี้ก็ผ่อนลมหายใจแรงราวกับยกภูเขาออกจากอก ก่อนจะยืนยันอย่างตื่นเต้น ‘พี่โม่ พี่ไม่ได้โกหกผมใช่ไหม’

เฉียวโม่พูด ‘ไม่ได้โกหก เฟยหร่าน นายเลิกล้อเล่นบ้าๆ กับฉันสักทีได้ไหม’ น้ำเสียงที่ไม่แยแสของเขาไม่ได้แสดงความรังเกียจรุนแรง แต่เหมือนอยากรีบกำจัดข่าวลือมากกว่า…ราวกับว่าชื่อเยี่ยนฉือนี้ไม่ควรถูกพูดถึงร่วมกับเฉียวโม่

ความหนาวเหน็บของเฉียวโม่ทำให้ฤดูหนาวลากยาวอย่างไม่มีกำหนด อุณหภูมิลดฮวบ แม้แต่ชานมร้อนที่เยี่ยนฉือถืออยู่ในมือก็เย็นชืดอย่างรวดเร็ว

บนมือถือ ข้อความอยากใส่ใจเรื่องชาวบ้านตามปกติของไป๋อี้หนิงเด้งขึ้นมา

 

เหล่าเยี่ยน เป็นไงบ้าง นายเอาชานมไปให้เขาแล้วหรือยัง ได้วีแชตมาไหม ฮ่าๆ ฉันบอกนายแล้ว! นายน้อยรองของตระกูลเฉียวแอบมองนายอยู่ เขาต้องชอบนายแน่ๆ! นายก็อยากรู้จักเขาอยู่พอดีไม่ใช่เหรอ!’

 

เยี่ยนฉือกัดฟัน เม้มปาก อดทนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนชานมลงถังขยะ

 

เขาตอบ ก็ไม่เป็นยังไง แล้วพิมพ์ต่อ ต่อไปอย่าล้อเล่นอะไรแบบนี้อีก

 

บ่ายวันเดียวกันใบสมัครฝึกงานช่วงปิดเทอมฤดูหนาวที่เยี่ยนฉือส่งไปที่เฉียวเซิ่งกรุ๊ปถูกยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นว่าเพื่อนร่วมชั้นที่ด้อยกว่าเขาในทุกด้านมาแทนที่

เยี่ยนฉือจำเพื่อนร่วมชั้นคนนี้ได้ เขาเป็นเพื่อนสนิทของเฉียวเฟยหร่าน

ตามปกติแล้วการได้ฝึกงานตั้งแต่ปีสองของมหาวิทยาลัยถือเป็นโอกาสทองที่ใช่ว่าใครก็ไขว่คว้ามาได้ง่ายๆ เห็นได้ชัดว่าเยี่ยนฉือทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าจะได้โอกาสนี้มา แต่เพราะคำพูดแค่ประโยคเดียวของใครบางคนกลับทำให้เยี่ยนฉือพลาดโอกาสนี้ไปอย่างง่ายดาย

 

ในเวลานี้เยี่ยนฉือจ้องข้อความในเกมที่ MO ส่งมาอย่างต่อเนื่อง เขาสลับหน้าจอไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้ตอบกลับ

ใครจะไปวางความแค้นหรือลืมความบาดหมางในอดีตได้จริงๆ แค่เพราะเล่นเกมด้วยกันไม่กี่ตากันล่ะ

อย่างน้อยก็ไม่ใช่เยี่ยนฉือ

จะว่าไปก็ตลก เมื่อก่อนเขามีเรื่องอยากจะพูดกับ MO ไม่รู้จบ แต่ตอนนี้พอคิดว่า MO ก็คือเฉียวโม่ เขาก็หมดความอยากที่จะคุยกับอีกฝ่ายแล้ว

พอได้เห็นคำพูดที่ไม่เข้าท่าของ MO เยี่ยนฉือก็เริ่มนึกสงสัยขึ้นมาจริงๆ เขาเป็น ‘โรคจิตเภท’ หรือเปล่า

 

* ยกก้อนหินทับเท้าตัวเอง เป็นสำนวน หมายถึงหาเรื่องใส่ตัว

* PK ย่อมาจากคำว่า Player Killing เป็นภาษาอินเตอร์เน็ตที่ชาวจีนนิยมใช้ หมายถึงการแข่งขันหรือการต่อสู้

* หยาง แปลว่าแกะ ซึ่งในจุดนี้มีที่มาจาก ‘ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด

  

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

4 of 4หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 1-2

บทที่ 1 ฤดูเหมันต์ ผืนดินถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งสุดลูกหูลูกตาจรดเส้นขอบฟ้า ทั้งเมืองฉางอันจมอยู่ในสายหมอกเหน็บหนาวขาวพร...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 3-4

บทที่ 3 หนึ่งก้านธูปให้หลังจิงเจ๋ออารักขาเจ้านายขึ้นไปที่ห้องพิเศษชั้นสามของโรงน้ำชาอย่างทุลักทุเล ประตูหน้าต่างปิดสนิท ...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 5-6

บทที่ 5 “?” เขาไม่ตื่นเกร็งลนลานแต่อย่างใด น้ำเสียงราบเรียบผ่อนคลาย นิ่งคิดอย่างตั้งใจจริง ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเจียงจื้ออีน...

คู่พันภพบรรจบรัก

ทดลองอ่าน คู่พันภพบรรจบรัก บทที่ 1

บทที่ 1 นั่นคือโรงเรียนประถมที่อยู่ชายขอบเมืองแห่งหนึ่ง ฝนฤดูใบไม้ผลิตกลงมาหลายวันแล้ว ทำให้ใบไม้สีเขียวอ่อนในสวนของโรงเ...

community.jamsai.com