ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย

บทที่ 14

นายมันวาสนาดีจริงๆ!

 

กลุ่มเมฆมีแสงยามเย็นส่องลอดมาลอยอ้อยอิ่งอยู่ริมขอบฟ้า คล้ายบทนำสู่ค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง แสงสลัวสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระจกอพาร์ตเมนต์

เฉียวโม่ที่นอนเต็มอิ่มเริ่มรู้สึกตัวตื่น ทั้งร่างกายของเขาผ่อนคลาย จำไม่ได้เลยว่าตัวเองฝันอะไรไปบ้าง

เจ้าเหมียวที่อยู่ในอ้อมกอดกระดิกหู ดึงดูดความสนใจของเฉียวโม่

เฉียวโม่ “!”

คิ้วตาของเฉียวโม่ฉายแววยินดีหลายส่วน คิดไม่ถึงว่าเจ้าเหมียวจะเป็นฝ่ายกระโดดเข้ามาในอ้อมกอดของเขาด้วยตัวมันเอง มันซบอิงอยู่ในอ้อมอกของเขาขณะหลับพริ้มอย่างมีความสุข มุมปากเฉียวโม่ยกยิ้มน้อยๆ แล้ววางเจ้าเหมียวกลับไปบนเบาะนุ่มอย่างเบามือ

หลายวันมานี้เฉียวโม่สัมผัสได้ถึงความสุขล้ำลึกของการเติมแมว แม้แต่อาการนอนไม่หลับก็ทุเลาลงไปไม่น้อย ถึงขั้นที่งีบกลางวันก็ยังเผลอหลับยาวไปจนถึงช่วงค่ำโดยไม่รู้ตัว

เขานอนลงข้างเจ้าเหมียวแล้วมองมันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนใช้ปลายนิ้วลูบหัวของมันเบาๆ

“เมี้ยว…”

เฉียวโม่อดพูดกล่อมไม่ได้ว่า “เด็กดีๆ”

เขาฉวยโอกาสตอนเจ้าเหมียวกำลังหลับสวมหมวกแฟลตแก๊ป* เปิดประตูอย่างเบามือแล้วลงไปข้างล่าง

ตอนกลับมาในมือของเฉียวโม่ก็ถือพัสดุกลับมาด้วย

เขาปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา

เยี่ยนฉือที่นอนอยู่บนเบาะอ้าปากหาวอย่างเกียจคร้าน ไม่แม้แต่จะเหลือบตาขึ้นมอง

จนกระทั่งเสียงฉีกพัสดุของเฉียวโม่กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของเขาในฐานะแมว เขาจึงลุกขึ้นช้าๆ ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง ดวงตากลมโตจับจ้องอยู่ที่เฉียวโม่ กล่าวอีกนัยหนึ่งเขากำลังจ้องกล่องกระดาษในมือของเฉียวโม่

แต่ว่าเฉียวโม่กลับไม่สนใจ ทันทีที่ได้ของที่เพิ่งซื้อมาใหม่เขาก็เข้าห้องครัวไปอย่างกระตือรือร้น

ในใจของเยี่ยนฉือเต็มไปด้วยความโหยหาที่มีต้นตอมาจากนิสัยของแมว เขาเดินเข้าไปใกล้กล่องใบนั้นช้าๆ ยื่นหัวไปดมสองที จากนั้นก็ยกขาขึ้น ใช้อุ้งเท้ากระทุ้งเบาๆ เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างปลอดภัยแล้ว ฉับพลันนั้นสมองของเขาก็ว่างเปล่า กระโจนเข้าไปเล่นในกล่องกระดาษทันที

ผ่านไปครู่หนึ่งเยี่ยนฉือก็ออกมาพร้อมกับคาบใบจัดส่งสินค้าอยู่ในปาก

บนกระดาษเขียนไว้ว่า…

 

‘ไข่ปลาคาเวียร์นำเข้ายี่ห้อ XX

ราคาต่อหน่วย: 888 หยวน

จำนวน: 5’

 

ในหัวของเยี่ยนฉือเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม มองราคาอยู่สามรอบ

เยี่ยนฉือ เฉียวโม่ นายฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว

พอคิดอีกทีเยี่ยนฉือก็เปลี่ยนความคิด เฉียวโม่ นายมันวาสนาดีจริงๆ

แม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะไม่มีความสุขในวัยเด็ก แต่ว่าเฉียวโม่คาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิด แตกต่างจากสถานการณ์ยากลำบากอันเลวร้ายของเยี่ยนฉือโดยสิ้นเชิง

ยี่ห้อคาเวียร์ดูคุ้นตาจัง

เยี่ยนฉือนึกออกแล้ว

เขาเคยได้ยินไป๋อี้หนิงบอกว่าคาเวียร์ยี่ห้อนี้พิเศษสุดๆ สำหรับมนุษย์สายพันธุ์แมวอย่างพวกเขาแล้ว มันมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาก และมีแต่มนุษย์สายพันธุ์แมวอย่างพวกเขาเท่านั้นที่หลงใหลในรสชาติประเภทนี้อย่างลึกซึ้ง

ไป๋อี้หนิงประเมินเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไม่เกินจริงเลยว่า ‘ตอนเด็กๆ พอพ่อแม่ฉันเปิดฝากระปุก พวกเราก็กลายเป็นลูกแมวร้องขออาหารกันหมด! แม่บอกว่าร่างแมวของฉันน่ารักที่สุด ฉันเลยมักจะเป็นคนแรกที่แปลงร่าง แล้วได้กินคำแรกของคาเวียร์!’

พ่อแม่ครอบครัวตระกูลไป๋มักใช้มันเป็นรางวัลสำหรับลูกๆ ที่มีพัฒนาการในการสอบ

แต่ตั้งแต่อายุแปดขวบ ไม่ว่าเยี่ยนฉือจะเรียนดีหรือทำตัวเชื่อฟังมากแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับรางวัลเลยสักครั้ง กระทั่งเยี่ยนฟางซานพ่อของเขายังกลัวว่าเขาจะกลายร่างเป็นแมวด้วยซ้ำ ในบ้านจึงแทบไม่เอาปลาหรือกุ้งขึ้นโต๊ะอาหารเลย ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

เยี่ยนฉือรู้ดีว่าเยี่ยนฟางซานรังเกียจเขา แต่หลังจากซย่าหย่าจากไป พ่อก็ต้องเลี้ยงดูเขาอย่างไม่มีทางเลือก

วัยเด็กที่แสนจืดชืดและปราศจากความรักทำให้จิตใต้สำนึกของเยี่ยนฉือต่อต้านความเป็นมนุษย์สายพันธุ์แมวของตัวเองอยู่เสมอ ก่อนเกิดอุบัติเหตุเขาไม่ได้แปลงร่างเป็นแมวมาเกือบสิบปีแล้ว

วันเวลาผ่านไป เยี่ยนฉือเติบโตขึ้นมาโดยไม่คาดหวังอะไรอีก เพียงแต่ช่องว่างส่วนนั้นในใจของเขาคงไม่มีวันเติมเต็มได้อีกตลอดชีวิต

เขาคิดว่าตัวเองไม่อะไรกับมันแล้ว เพียงก้มหน้าก้มตาเล่นกล่องกระดาษต่อไป

สิบนาทีต่อมา เฉียวโม่ถือชามอาหารแมวใบเล็กออกมาจากครัวด้วยความรวดเร็วปานสายลม

กลิ่นหอมของคาเวียร์ลอยมาแตะจมูก เยี่ยนฉือโผล่หัวครึ่งหนึ่งออกมาจากในกล่องทันที สายตาของเขาแอบมองตามมือของเฉียวโม่อย่างเงียบๆ พอแน่ใจแล้วว่านั่นคือชามอาหารของตัวเอง เขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่สมจริงเอาเสียเลย

ไม่ช้าเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้

เยี่ยนฉือไม่อยากจะเอาเปรียบเฉียวโม่

เขาคิดว่าต่อให้เฉียวโม่เอาอาหารให้เขากิน เขาก็ไม่จำเป็นต้องกิน เขาไม่อยากรับน้ำใจของเฉียวโม่ ไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร และไม่อยากให้เฉียวโม่ได้ใจจนเกินไป

ในหัวเขามีแต่ ‘ไม่อยาก…’ เต็มไปหมด

สุดท้ายเฉียวโม่กวักมือเรียกเขา “เสี่ยวเฮย มานี่สิ”

เยี่ยนฉือพุ่งออกไปราวกับลูกศรโดยไม่คิด

ก่อนจะเบรกตัวเองอย่างแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความตระหนก ประมาทซะแล้ว!

เขานึกถึงคำว่า ‘ลูกแมวร้องขออาหาร’ ของไป๋อี้หนิง พลันรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาซะดื้อๆ เยี่ยนฉือกัดฟัน สรุปกับตัวเองว่า เมื่อกี้ฉันคงสติหลุดไปแล้วจริงๆ

เป็นแมวนี่น่ารำคาญจริงๆ พอมาอาศัยใต้ชายคาคนอื่นก็ทำอะไรก็ไม่ได้เลยสักอย่าง

หลังจากเยี่ยนฉือพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ทำทีเดินเข้าไปใกล้อย่างไม่ค่อยพอใจ เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดฝืนแล้วส่งเสียงเบาๆ ว่า “เมี้ยว?” นายทำอะไรน่ะ

เขาถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

เฉียวโม่ไม่อาจมองทะลุความคิดซับซ้อนในใจของเยี่ยนฉือได้ เขาแค่ถูกภาพของเจ้าเหมียวที่พุ่งเข้าหากระแทกเข้ากลางใจเต็มแรง

เฉียวโม่วางชามอาหารแมวลงบนพื้น สายตากวาดผ่านกล่องกระดาษที่ถูกเจ้าเหมียวเล่นจนเละเทะแล้วหัวเราะอย่างเอ็นดู “ได้กลิ่นแล้วล่ะสิ ถึงกับเลิกเล่นกล่องเลยนะ”

อย่างที่คาดไว้ ในชามมีอาหารแมวบดละเอียดคลุกกับคาเวียร์เต็มถ้วย

เยี่ยนฉือจ้องชามอาหารนั้นอย่างตั้งใจ น้ำลายแทบไหลมาถึงกลางอก

เขามองคาเวียร์ด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนจะมองเฉียวโม่ แล้วร้องถามอย่างตกตะลึง “เมี้ยวๆ” ให้ฉันเหรอ

“ถ้านายกินอาหารแมวไม่ลงจริงๆ…” เฉียวโม่ผลักชามอาหารแมวเข้าไปใกล้เยี่ยนฉืออีกหน่อย พูดอย่างไม่กลัวความยุ่งยากว่า “ฉันก็จะหาอาหารอย่างอื่นมาให้นายกินแทนแล้วกัน”

เฉียวโม่พึมพำกับตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม

“เมื่อก่อนก็ยังกินได้อยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงไม่ชอบกินแล้วล่ะ หรือว่าอาหารแมวยี่ห้อนี้จะเปลี่ยนสูตรนะ”

เยี่ยนฉือกระดิกหูอย่างรู้สึกผิด

ไม่ใช่ว่าเขากินอาหารแมวไม่ได้ เหตุผลที่เขาไม่กินอาหารแมว ข้อหนึ่งเพราะที่บ้านมีปลาแห้งให้กินไม่ขาดอยู่แล้ว อีกข้อเป็นเพราะเขาอยากหาเรื่องเฉียวโม่

ทว่าเขาในวันนี้ไม่อาจฝืนใจตัวเองได้อีกแล้ว

หลังจากก่อกวนมาพักใหญ่ เขาพบว่านอกจากเฉียวโม่จะตีก้นเขาสองสามทีและพยายามหาวิธีให้เขากินอาหารแมวแล้ว ก็ไม่เคยมีความคิดจะโยนเขาออกจากบ้านเลย

ที่สำคัญที่สุดคือเฉียวโม่ก็เหมือนกับเขาที่เคยผ่านการถูกทอดทิ้งมาก่อน

ภายใต้ ‘ความเข้าใจ’ และความสัมพันธ์ใหม่ที่ค่อยๆ สร้างไปทีละขั้นแบบนี้ เยี่ยนฉือยอมรับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนว่าถ้าเขาเป็นแค่แมวธรรมดาตัวหนึ่งจริงๆ การชอบเฉียวโม่ในฐานะ ‘เจ้าของ’ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ส่วนเขาในฐานะมนุษย์ อันที่จริงก็มีใจให้เฉียวโม่มานานแล้ว

สิ่งนี้ทำให้เขาหวนนึกถึงฤดูหนาวในวันนั้นขึ้นมาอีกครั้ง นึกถึงชานมร้อนแก้วนั้นที่เขายังไม่ทันได้ให้เฉียวโม่ นึกถึงโควตาฝึกงานที่ถูกแย่งไป ทุกคนมักพูดว่าฝ่ายที่ชอบก่อนจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ อย่างนั้นเยี่ยนฉือก็แพ้เฉียวโม่มาสองครั้งแล้ว

ครั้งแรกคือแพ้ให้รุ่นน้องเฉียวโม่ ครั้งที่สองคือแพ้ให้ลูกศิษย์ MO

อารมณ์ของเยี่ยนฉือเริ่มห่อเหี่ยว เขาไม่อาจตัดสินได้เลยว่าเฉียวโม่เป็นคนแบบไหนกันแน่

เขาเองก็เป็นคนประเภทปากแข็งเหมือนเป็ดตาย* ด้วย

ถึงจะเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่อยากยอมรับต่อหน้าคนอื่นว่าที่เขาต่อต้านเฉียวโม่แบบนี้ ก็เพราะว่าตัวเองเคยถูกทำร้ายความรู้สึกมาก่อน

แต่พูดกันตามตรง การที่เฉียวโม่ไม่ชอบเขาก็เป็นสิทธิ์ของเฉียวโม่เหมือนกัน ส่วนโควตาที่ถูกแย่งไปนั้น ก็ไม่ใช่เพราะเฉียวโม่ตั้งใจแย่งเองสักหน่อย พอได้อยู่ด้วยกันตลอดหลายวันนี้ เขาก็รู้สึกว่าเฉียวโม่ไม่ได้ ‘เลวร้าย’ อย่างที่คิด

เยี่ยนฉือครุ่นคิดสารพัด ในดวงตาเขามีประกายบางอย่างแวบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็ไม่กล้ามั่นใจมากนัก เขาเดินวนรอบชามอาหารแมว ก้มหน้าดมอยู่หลายครั้ง แต่ในใจกลับทรมานจนไม่อาจลงมือกินได้

ทันใดนั้นหัวของเขาก็ถูกเฉียวโม่ลูบเบาๆ

เฉียวโม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนระคนจนใจ ไหล่ลู่ตกลงเล็กน้อย “ยังไม่ยอมกินอีกเหรอ” เขาไม่มีท่าทีจะตำหนิที่เจ้าเหมียวทำคาเวียร์ชามหนึ่งเสียเปล่าเลย เพียงหันหลังกลับไปเอาปลาแห้งกับทูน่ากระป๋องมาแทน

เฉียวโม่เป็นคนขี้บ่นอยู่แล้ว แต่น้ำเสียงของเขาเป็นธรรมชาติเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง ฟังแล้วอบอุ่นอย่างมาก

“ต้องซื้อมาเพิ่มซะแล้วสิ เสี่ยวเฮย คราวหน้าพวกเราลองกินรสอื่นดีไหม ฉันเห็นในรีวิวบอกว่ารสกุ้งก็อร่อยมากนะ…”

เฉียวโม่พูดพลางหันกลับมา เห็นว่าเจ้าเหมียวก้มหน้าลงไปในชามอาหารแมวแล้ว

เฉียวโม่ “หืม??”

เยี่ยนฉือถูกเฉียวโม่ตามใจจนมึนงงไปหมด เขาไม่เล่นตัวอีก ก้มหน้าลงเคี้ยวคาเวียร์คำเล็กๆ อย่างช้าๆ ก่อนในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำใหญ่ๆ และในที่สุดเขาก็ก้มหน้ากินอย่างตะกละตะกลาม

“เมี้ยว!” อาหย่อย!

“เมี้ยวๆ!” ที่แท้คนวาสนาดีก็เป็นฉันนี่เอง!

เจ้าเหมียวทำหน้ามีความสุขอย่างเกินจริง กินอย่างเอร็ดอร่อยจนหยุดไม่ได้

เฉียวโม่ประหลาดใจเป็นที่สุด เขากลัวว่าเจ้าเหมียวจะสำลักอาหาร จึงเอ่ยเสียงอ่อนอย่างทึ่มทื่อว่า “ค่อยๆ กินนะ ค่อยๆ กินหน่อย” พลางแกะกระปุกคาเวียร์ใหม่อีกกระปุก ไม่ทันรอให้เจ้าเหมียวกินหมด เขาก็ใช้ช้อนเล็กๆ ตักคาเวียร์เพิ่มเข้าไปในชามอาหารแมวอีก

เฉียวโม่ขอคำยืนยันกับเจ้าเหมียว “ชอบใช่ไหม”

เยี่ยนฉือตอบเขาด้วยการกระทำ

เฉียวโม่หยิบมือถือขึ้นมากดซื้อคาเวียร์ยกลังแบบไม่คิดมาก

จากนั้นเขาก็เปิดวีแชต กดเปิดกล่องข้อความสนทนาที่ตั้งชื่อว่า ‘พี่ชาย’

 

เฉียวโม่ พี่ ขอบคุณที่แนะนำคาเวียร์ให้ผมนะ

เฉียวโม่ [ลูกแมวโขกหัวขอบคุณ.jpg]

* หมวกแฟลตแก๊ป หรือหมวกไอวี่ (Ivy) เป็นหมวกที่มีปีกหมวกแข็งเล็กๆ ที่ด้านหน้า ทรงหมวกจะรับกับศีรษะพอดี มีต้นกำเนิดจากอังกฤษ

* ปากแข็งเหมือนเป็ดตาย หมายถึงคนดื้อดึงไม่ยอมรับผิดทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจถึงความผิดของตัวเอง โดยเปรียบกับเป็ดที่ถึงแม้ตัวตายไปแล้ว แต่ปากของมันยังคงแข็งอยู่

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 1-2

บทที่ 1 ฤดูเหมันต์ ผืนดินถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งสุดลูกหูลูกตาจรดเส้นขอบฟ้า ทั้งเมืองฉางอันจมอยู่ในสายหมอกเหน็บหนาวขาวพร...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 3-4

บทที่ 3 หนึ่งก้านธูปให้หลังจิงเจ๋ออารักขาเจ้านายขึ้นไปที่ห้องพิเศษชั้นสามของโรงน้ำชาอย่างทุลักทุเล ประตูหน้าต่างปิดสนิท ...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 5-6

บทที่ 5 “?” เขาไม่ตื่นเกร็งลนลานแต่อย่างใด น้ำเสียงราบเรียบผ่อนคลาย นิ่งคิดอย่างตั้งใจจริง ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเจียงจื้ออีน...

คู่พันภพบรรจบรัก

ทดลองอ่าน คู่พันภพบรรจบรัก บทที่ 1

บทที่ 1 นั่นคือโรงเรียนประถมที่อยู่ชายขอบเมืองแห่งหนึ่ง ฝนฤดูใบไม้ผลิตกลงมาหลายวันแล้ว ทำให้ใบไม้สีเขียวอ่อนในสวนของโรงเ...

community.jamsai.com