ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย

บทที่ 15

ลูกหน้าตาดีที่สุดในตระกูลของเราแล้ว

 

หลายวันก่อนหน้านี้

เฉียวโม่มือลั่นส่งคลิปที่เขาต้องการส่งให้ฟีเจอร์ผู้ช่วยส่งไฟล์ในวีแชตไปยังกลุ่มครอบครัวที่ตัวเองปักหมุดไว้

ถ้าคลิปนั้นมีชื่อล่ะก็ คงจะเป็น ‘เสี่ยวเฮยผู้กินปลาแห้งอย่างบ้าคลั่ง’

พอเขารู้ตัวอีกทีก็ยกเลิกข้อความไม่ได้แล้ว

เขาเหลือบดูเวลา กัดริมฝีปากเบาๆ หวังว่าตัวเองไม่ได้รบกวนเวลาการทำงานของทุกคน

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงความวิตกกังวลของเฉียวโม่ก็ค่อยๆ หายไป

ทั้ง ‘สี่’ คนในกลุ่มไม่มีใครตอบกลับเลย

ตอนนี้พ่อแม่ของเขาทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนพี่ชายก็ดูแลสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศ ทุกคนต่างยุ่งจนไม่อาจปลีกตัวมาได้ มีแค่เฉียวโม่ที่ไม่มีอะไรทำ

ก่อนหน้านี้เฉียวโม่ก็เคยถามเฉินหลิงว่ามีอะไรที่เขาพอจะช่วยได้หรือเปล่า

เฉินหลิงโบกมือ พูดกับลูกชายอย่างเอาอกเอาใจว่า ‘ลูกอายุเท่านี้ก็ไปเล่นให้สนุกเถอะ งานที่บริษัทน่าเบื่อจะตาย เดี๋ยวพ่อกับแม่แล้วก็พี่ชายของลูกจะจัดการเอง ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวลูกก็เคยมาฝึกงานอยู่หลายวันไม่ใช่เหรอ แม่เห็นเวลาลูกมาทำงานทุกวันดูจะหมดแรง เหมือนขนมแป้งข้าวเหนียวที่โดนทิ้งจนเฉาเลย’

น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แต่ดูเหลาะแหละ ไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลย

เฉินหลิงนึกว่าเฉียวโม่ไม่สนใจด้านนี้เลยพูดว่า ‘ไว้ลูกเรียนจบแล้ว อยากทำอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องผูกมัดอยู่กับเฉียวเซิ่งกรุ๊ปหรอก’

เฉียวซือสิงพ่อของเฉียวโม่ก็เห็นด้วยกับคำพูดนี้เหมือนกัน

รวมถึงเฉียวอวี่ด้วย

ถึงอย่างไรทุกคนก็เคยเห็นว่าเฉียวโม่กลายเป็น ‘ขนมแป้งข้าวเหนียว’ หมดพลังเวลาอยู่ที่บริษัทมาก่อน

 

บ่ายที่ชวนง่วงเหงา เจ้าเหมียวกำลังงีบหลับ

เฉียวโม่กอดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไว้ในอ้อมแขน หน้าจอคือเกมที่เขาเล่นมานานกว่าครึ่งปี หลังจากทำภารกิจประจำวันเสร็จเขาก็นอนเหยียดยาวอยู่บนพรมอย่างเบื่อหน่าย มองรูปโพรไฟล์วีแชตรูปหนึ่งอย่างเหม่อลอย

เมื่อก่อนเขาตั้งชื่อรูปโพรไฟล์นี้ว่า ‘อาจารย์’ แต่ตอนนี้กลายเป็น ‘รุ่นพี่เยี่ยนฉือ’ แล้ว

เฉียวโม่แตะเปิดแชตด้วยปลายนิ้วอย่างเศร้าสร้อย เห็นข้อความที่เขาส่งไปเรื่อยเปื่อยตลอดเดือนที่ผ่านมา บางข้อความก็ยาว บางข้อความก็สั้น บางข้อความมีอีโมจิ บางข้อความก็ไม่มี

ตัวอย่างเช่น บทสนทนาที่เขาพยายามชวนคุยด้วยเรื่องของแมว…

 

รุ่นพี่ ช่วงนี้ผมเลี้ยงแมวตัวหนึ่ง ชื่อว่าเสี่ยวเฮย มันน่ารักมากเลย

พี่ได้ดูคลิปของเสี่ยวเฮยแล้วหรือยัง

ช่วงนี้มันไม่ยอมเชื่อฟังเลย ชอบร้องเมี้ยวๆ ไปทางหน้าต่าง แถมไม่ให้ผมเข้าใกล้ หงุดหงิดง่ายด้วย ผมถามสัตวแพทย์มา เขาบอกว่ามันอาจจะกำลังติดสัด

 

ไม่มีคำตอบ

เขาเริ่มคุยเรื่องเกม…

 

ดันเจี้ยน* ใหม่นี่ยากมากเลย ผมพยายามเคลียร์ตั้งหลายรอบ แต่เคลียร์ไม่ได้สักที

ถ้าพี่อยู่ด้วยคงเคลียร์ได้สบายมากแน่ๆ

 

ข้อความล่าสุดเขาเพิ่งส่งออกไปเมื่อคืน

 

รุ่นพี่ ผมคิดอยู่นานมาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพวกเราถึงไม่เหมาะกัน ก่อนหน้านี้ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า’

 

ตั้งหลายข้อความขนาดนี้ แต่ไม่มีสักข้อความที่ถูกตอบกลับ

แต่ในเมื่อเฉียวโม่สามารถส่งความผ่านวีแชตได้ตลอด แสดงว่าเยี่ยนฉือไม่ได้ลบเขาออกจากเพื่อน

เฉียวโม่วางมือถือลง ใช้หลังมือเช็ดความชื้นจางๆ ที่หางตาออกอย่างเศร้าใจ

ทันใดนั้นมือถือที่วางอยู่ข้างๆ ก็สั่น เฉียวโม่นึกว่าเยี่ยนฉือตอบกลับตัวเองแล้ว รีบฉวยขึ้นมาอย่างว่องไว แต่พอมองให้ชัดแล้วกลับเป็นข้อความส่วนตัวจากเฉียวอวี่

 

เฉียวอวี่ เลี้ยงแมวละเหรอ

 

ปกติเฉียวอวี่ไม่พูดมาก ยิ่งไม่ชอบส่งข้อความในกลุ่ม เพราะไม่อยากฟังเฉินหลิงบ่นว่าเขาเย็นชากับเฉียวโม่

 

เฉียวโม่ เก็บได้ข้างทางน่ะ ชื่อเสี่ยวเฮย

เฉียวอวี่ ชอบแมวเหรอ

เฉียวโม่ตอบตามตรง ชอบ

เฉียวอวี่มีความอดทนกับน้องชายมาก ไม่วางท่าเคร่งขรึมเหมือนเวลาที่อยู่ในบริษัท เขาถามต่อว่า ชอบแบบไหน

เฉียวโม่ หา?

เฉียวอวี่ ฉันจะให้เลขาฯ ไปที่ฟาร์มแมว เลือกมาให้นายสักตัวหนึ่ง

เฉียวโม่รีบปฏิเสธ ในบ้านมีแมวแค่ตัวเดียวก็พอแล้ว

เฉียวอวี่นึกว่าเป็นเพราะอพาร์ตเมนต์เล็กเกินไปจึงบอกว่า พ่อกับแม่ไม่ชอบที่อพาร์ตเมนต์นายเล็กเกินไปเลยให้คนไปเลือกห้องในชุมชนแถวๆ มหาลัย C มาสองสามห้อง แล้วค่อยไปเลือกก่อนถึงวันเกิดนาย

 

เฉียวโม่สะดุ้งโหยง ห้องชุดนี้เขาอยู่ยังไม่ทันร้อนเลยด้วยซ้ำ

 

ห้องที่อยู่ตอนนี้ก็ดีมากๆ แล้ว! ผมชอบมาก ไม่ต้องเปลี่ยนให้ผมหรอก ผมชินกับห้องเล็กๆ มากกว่า

 

เฉียวอวี่ไม่ได้ตอบ

 

เฉียวโม่รู้ว่าพวกเขายุ่งกันมาก รู้ความมากพอ และไม่อยากให้พวกเขาต้องเสียเวลาด้วย จึงพูดไปตามตรงว่า พี่ ที่จริงตอนนี้พี่กับพ่อแม่ก็ดีกับผมมากๆ แล้ว

 

หนึ่งนาทีผ่านไป

เฉียวอวี่ส่งข้อความเสียงกลับมา เขาน่าจะกำลังเดินอยู่ เพราะได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านสูทของเขา

เสียงของเขาทุ้มต่ำ มั่นคง และน่าฟัง กล่าวอย่างมีเหตุผลและเป็นกลางว่า “ชุมชนที่พ่อแม่เลือกอยู่ใกล้กับที่ที่ฉันพัก ฉันจะได้ไปหานายสะดวกขึ้น แม่จะได้สบายใจหน่อย”

ประโยคถัดมา

“พวกเขาแค่พยายามชดเชยให้นาย ฉันแนะนำว่านายไม่จำเป็นต้องปฏิเสธทุกเรื่องหรอก แบบนั้นจะทำให้พวกเขาเสียใจได้นะ”

เฉียวโม่ถึงกับพูดไม่ออก คำพูดมากมายเต็มอกถูกคำว่า ‘ชดเชย’ สองคำนี้มาขวางไว้ กลายเป็นน้ำขมที่ตีขึ้นมา ปลายจมูกของเขาพลันร้อนๆ

ยิ่งครอบครัวดีกับเขาเท่าไร เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจตอบแทนอะไรได้เลย

เขาเม้มริมฝีปากเงียบๆ กดกลุ่มเมฆหมอกหนาที่ก่อตัวขึ้นในใจลงไป มันหนักอึ้งจนเขาไม่อาจขจัดออกไปได้

ตอนสามทุ่มกว่าๆ ในที่สุดเฉียวโม่จึงค่อยๆ เรียบเรียงคำพูดที่สุภาพขึ้นมาได้

 

พี่ ผมจะไปเลือกห้องกับพ่อแม่ก็ได้ แต่พี่ไม่ต้องส่งแมวมาให้ผมจริงๆ ช่วงนี้เสี่ยวเฮยอ่อนไหวมาก อารมณ์ก็ร้ายมากด้วย ไม่ยอมกินอาหารแมวเลยสักคำ ผมกังวลว่าถ้าที่บ้านมีแมวตัวอื่นเพิ่มเข้ามา มันจะอดข้าวประท้วงจนตายแน่ๆ

 

หลังจากส่งข้อความไปแล้ว ช่องแชตก็ไร้การเคลื่อนไหว

เฉียวโม่เดาว่าเฉียวอวี่น่าจะกำลังทำโอทีอยู่ เขาเองก็ชินกับชีวิตของครอบครัวที่วุ่นวายกับงานแล้ว จึงไม่ได้รอการตอบกลับจากเขา

เขากำลังจะล็อกหน้าจอมือถือ ก็มีข้อความหนึ่งที่ยังไม่อ่านเด้งขึ้นมา

 

เฉียวอวี่ นายลองใช้คาเวียร์ยี่ห้อ XX ผสมอาหารแมวดูสิ มันต้องกินแน่

 

จากนั้นก็เด้งมาอีกสองข้อความ

 

เฉียวอวี่ ฉันทำงานอยู่ นายแค่อ่านก็พอ ไม่ต้องตอบหรอก

เฉียวอวี่ ยุ่งอยู่ ห้ามตอบเด็ดขาด

 

ข้อความสุดท้ายดูไม่ใช่น้ำเสียงของเฉียวอวี่เลย

เฉียวโม่มองซ้ำสองรอบด้วยความสงสัย รู้สึกว่ามันแปลกอยู่บ้าง แต่เขาก็เชื่อฟังคำพูดของพี่ชายอย่างเคร่งครัด ไม่ได้รบกวนอีก รักษาระยะห่างไว้อย่างระมัดระวัง

เพราะถ้าจะให้นับกันจริงๆ เฉียวโม่กับเฉียวอวี่เพิ่งมารู้จักกันได้ไม่กี่ปีเอง ระหว่างนี้ทั้งคู่แทบไม่ได้เจอกันและสื่อสารกันน้อยมาก ดังนั้นแม้พวกเขาจะเป็นพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกัน แต่ก็ยังไม่อาจพูดได้ว่าเข้าใจกันดีนัก

 

ทั้งหมดนี้ต้องย้อนกลับไปตอนที่เฉียวโม่ยังไม่ครบสามขวบดี เขาถูกแก๊งลักพาตัวเด็กอุ้มหายไปเพราะความเลินเล่อของพี่เลี้ยง

กว่าตระกูลเฉียวจะพาเขากลับมาได้ เขาก็อายุสิบหกปีเข้าไปแล้ว

การพลัดพรากไปหลายปีทำให้เฉียวโม่รู้สึกแปลกแยกกับครอบครัวอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงเวลาหลายปีที่อยู่กับพ่อแม่บุญธรรม เฉียวโม่ก็มีปัญหาทางจิตใจอยู่ไม่น้อย ตอนนั้นเขาพูดคุยกับคนอื่นอย่างปกติไม่ได้ด้วยซ้ำ จนต้องพักการเรียนไปหนึ่งปี

ตอนนั้นหลังจากพ่อแม่บุญธรรมเพิ่ง ‘ซื้อ’ เขามาได้ไม่กี่ปี พวกเขาก็ตั้งครรภ์ลูกของตัวเอง แต่เพราะก่อนหน้านั้นได้ลงทุนลงแรงจัดการเรื่องทะเบียนบ้านให้เฉียวโม่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่อาจทิ้งเขาไปอย่างง่ายดาย

เฉียวโม่จึงกลายเป็นส่วนเกินใน ‘บ้าน’ หลังนั้นไปโดยปริยาย

แม้เขาจะไม่ได้ถูกทำร้ายหรือกดขี่อย่างรุนแรง แต่การถูก ‘ครอบครัว’ จงใจทำตัวเย็นชาใส่ ปล่อยให้โดดเดี่ยว ถูกเพิกเฉย แถมยังถูกมองว่าเป็นภาระตลอดหลายปีนั้น ก็ค่อยๆ หล่อหลอมให้เฉียวโม่กลายเป็นคนปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก

เป็นเพราะเฉินหลิงยอมละทิ้งงานทุกอย่างมาคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด พาเขาไปบำบัดทางจิตใจ ถึงทำให้เฉียวโม่กลับมาเป็นอย่างทุกวันนี้ได้

ช่วงเวลานั้นเพราะเฉียวโม่ไม่สามารถเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เฉินหลิงจึงจ้างครูสอนพิเศษเฉพาะในแต่ละวิชาเพื่อมาสอนเขาแบบตัวต่อตัว เธอยังอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา บางครั้งก็ลงมือสอนเองด้วยซ้ำ

เฉินหลิงเป็นคนฉลาดมาก จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ถ้าจะพูดว่าในชีวิตการทำงานของสามีภรรยาใครเป็นผู้นำแล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่าเป็นเฉินหลิง ส่วนเฉียวซือสิงคือผู้สนับสนุน

เธอพลิกผลการเรียนของเฉียวโม่จากอันดับท้ายๆ ขึ้นมาได้สำเร็จ จนเขาสอบติดมหาวิทยาลัย C ที่เต็มไปด้วยคนเก่งมากมาย

วันที่ได้รับจดหมายตอบรับเข้ามหาวิทยาลัย เฉินหลิงสั่งให้พี่เลี้ยงทำอาหารเต็มโต๊ะ และเปิดไวน์แดงฉลองสองขวด

เธอดื่มจนเมา ชูแก้วไวน์พลางหมุนตัวอย่างร่าเริงอยู่ในวิลล่า โดยมีเฉียวซือสิงเดินตามหลังพลางปรามไม่ให้เธอดื่มต่อ

เธอถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ครอบงำ แต่ยังคงยิ้มเอ่ยด้วยความสดใส ‘ซือสิง วันนี้ฉันมีความสุขมากจริงๆ!’ พูดจบเธอก็ชี้ไปที่โซฟา สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มเคร่งเครียด พูดเสียงแข็งว่า ‘เฉียวอวี่ เจ้าลูกอกตัญญู!’

เฉียวอวี่ตะโกนตอบ ‘แม่ นั่นมันโซฟา!’

เฉินหลิงเหยียบเท้าข้างหนึ่งขึ้นไปบนโซฟา พูดอย่างดุดัน ‘ลูกอกตัญญู!’

เฉียวอวี่ตอบเสียงเรียบ ‘ผมไปทำอะไรอีกล่ะครับ’

เฉินหลิงเอามือปิดหน้า แกล้งร้องไห้ ‘ตอนเด็กๆ แกเคยบอกว่าแม่เป็นแม่ที่สวยที่สุดในโลก! ตอนนี้ปากแกเย็บติดกันหมดแล้ว ฮือๆๆ…’

‘…’

เฉินหลิงสะบัดมือของเฉียวซือสิง พุ่งเข้าไปตรงหน้าเฉียวอวี่ ตำหนิว่า ‘แกยังเปลี่ยนตัวเลขบนเค้กวันเกิดฉันจาก ‘27’ เป็น ‘47’ ด้วย! 27 เป็นตัวเลขนำโชคของฉันนะ แกมันลูกเนรคุณ! ฉันบอกให้แกเป็นคนติดดิน ทำทุกอย่างด้วยความเรียบง่าย ทำอะไรต้องซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา! แต่แกกลับเอาสิ่งพวกนี้มาจัดการฉันเหรอ…’

เธอคออ่อนมาก พอเมาแล้วก็พูดจาไม่รู้เรื่อง

เฉินหลิงสะดุดล้ม

เฉียวโม่ที่กำลังกินข้าววางตะเกียบลงทันที ลุกขึ้นไปประคองเธอ ‘แม่ ดื่มให้น้อยหน่อยเถอะครับ’

น้ำเสียงของเฉียวโม่แผ่วเบา หลังหูแดงเล็กน้อย มองแล้วน่ารักเป็นพิเศษ เฉินหลิงเห็นแล้วหัวใจเต้นแรง

ดวงตาของเธอแดงก่ำ หันหลังมากอดเฉียวโม่ คราวนี้ปล่อยโฮออกมาจริงๆ ‘ลูกแม่’ เธอพยายามปาดน้ำตาอย่างสุดความสามารถ รับปากกับเฉียวโม่ว่า ‘วางใจนะ ไม่ต้องกลัว แม่จะไปที่มหา’ลัยด้วยกันกับลูก ต่อไป…ต่อไปเรื่องยุ่งวุ่นวายที่บริษัทอะไรนั่นแม่จะไม่ยุ่งอีกแล้ว!’

เฉียวโม่ส่ายหน้า ตบไหล่เฉินหลิงอย่างงุ่มง่าม พูดอย่างรู้ประสาว่า ‘ผมอยากไปเรียนด้วยตัวเองครับ’

คำพูดนี้ทำเอาทุกคนตกตะลึง

ด้วยสถานการณ์ของเฉียวโม่ พวกเขาไม่แน่ใจว่าเฉียวโม่จะไปมหาวิทยาลัยคนเดียวและพบปะกับคนแปลกหน้ามากมายขนาดนั้นได้หรือเปล่า

อีกอย่าง…เฉียวโม่ยังเคยถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเพราะบุคลิกภาพของเขาด้วย

นี่คือเหตุผลหลักที่เฉียวโม่พักการเรียนในตอนนั้น

เฉียวโม่ดูออกว่าพวกเขากำลังเป็นกังวล จึงพูดอย่างลังเล ‘ที่นี่ไม่มีใครรู้จักผม ไม่มีใครรังแกผมอีกหรอกครับ’ แก้มของเขาแดงก่ำ ใบหูเหมือนจะลุกเป็นไฟได้ เขากำสองมือแน่น พยายามอย่างมากที่จะพูดออกมา ‘แม่ครับ ผมรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่แม่ทำให้ผมมาก ผะ…ผมคิดว่า…ผมน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว’

เฉียวโม่เข้าใจดีว่าเฉินหลิงเป็นแม่ที่ดีมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด เธอเหมาะจะเปล่งประกายในโลกของธุรกิจที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยความพยายามตลอดหลายปีมากกว่า

เฉียวโม่ไม่อยากกักขังคนที่รักและดูแลเขาจากใจจริง เขามักรู้สึกว่าคนที่ติดค้างครอบครัวคือตัวเขาเองต่างหาก

ตั้งแต่เขากลับมา ทุกคนในตระกูลเฉียวต่างปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี ดีเสียจนเหมือนกำลังปกป้องวัสดุเปราะบางที่แตกหักง่าย

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เฉียวโม่ต้องการเลย

เพียงแต่เฉียวโม่ยังไม่ถนัดเรื่องการสื่อสาร หรือพูดได้ว่าเขายังกลัวการพูดคุยกับคนอื่นมากเกินไป แม้สภาพจิตใจของเขาจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะพูดคุยกันแบบต่อหน้าหรือสร้างมิตรภาพกับคนแปลกหน้าได้

เขาคาดหวังอย่างโง่งม ‘ผมก็ไม่ได้อยู่โรงเรียนประจำสักหน่อย แค่ไปเรียนเท่านั้น คงไม่มีใครอยากคุยกับผมหรอกครับ’

เฉียวซือสิงได้ยินดังนั้นก็ทำลายจินตนาการของเฉียวโม่ลงอย่างราบคาบ พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ลูกหน้าตาดีที่สุดในตระกูลของเราแล้ว หนีไม่พ้นหรอก’

เฉินหลิงยกสองมือเห็นด้วย

ในเวลานี้สองสามีภรรยาจู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หันไปมองลูกชายคนโตที่อยู่ข้างๆ

มือที่ถือกาแฟของเฉียวอวี่หยุดชะงัก รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

เฉินหลิงคล้องแขนของเฉียวโม่ โน้มตัวไปกระซิบข้างหูเขาว่า ‘ลูกดูพี่ชายของลูกสิ’

เฉียวโม่งุนงง แต่ก็หันไปมองตามอย่างเชื่อฟัง

เฉินหลิงชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนพลางพูดว่า ‘เย็นชาหยิ่งยโส ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา มองทุกอย่างเป็นอากาศ ทัศนคติแบบนี้ต่างหากที่จะไม่โดนใครทำให้ขายหน้าเอาง่ายๆ แล้วก็ไม่ทำให้คนอื่นตามติดแจ เพราะว่าเขาไม่มีหัวใจ’ เฉินหลิงถอนหายใจ ‘ถ้ายังไงลูกก็ลองฝืนใจเลียนแบบเขาดูแล้วกัน’

เฉียวอวี่ ‘?’

 

วันต่อมาเฉียวอวี่ซื้อเค้กมาก้อนหนึ่ง บนเค้กเขียนไว้ว่า

 

‘สุขสันต์วันเกิดอายุ 27 ปีของคุณนายเฉิน’

* ดันเจี้ยน คือพื้นที่ในเกมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเอาไว้ใช้ทำภารกิจ โดยมีรางวัลเป็นไอเทมต่างๆ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 1-2

บทที่ 1 ฤดูเหมันต์ ผืนดินถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งสุดลูกหูลูกตาจรดเส้นขอบฟ้า ทั้งเมืองฉางอันจมอยู่ในสายหมอกเหน็บหนาวขาวพร...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 3-4

บทที่ 3 หนึ่งก้านธูปให้หลังจิงเจ๋ออารักขาเจ้านายขึ้นไปที่ห้องพิเศษชั้นสามของโรงน้ำชาอย่างทุลักทุเล ประตูหน้าต่างปิดสนิท ...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 5-6

บทที่ 5 “?” เขาไม่ตื่นเกร็งลนลานแต่อย่างใด น้ำเสียงราบเรียบผ่อนคลาย นิ่งคิดอย่างตั้งใจจริง ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเจียงจื้ออีน...

คู่พันภพบรรจบรัก

ทดลองอ่าน คู่พันภพบรรจบรัก บทที่ 1

บทที่ 1 นั่นคือโรงเรียนประถมที่อยู่ชายขอบเมืองแห่งหนึ่ง ฝนฤดูใบไม้ผลิตกลงมาหลายวันแล้ว ทำให้ใบไม้สีเขียวอ่อนในสวนของโรงเ...

community.jamsai.com