ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 13-16 #นิยายวาย

4 of 4หน้าถัดไป

บทที่ 16

ช่วยใช้เงิน

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

ณ ห้องประชุมใหญ่เฉียวเซิ่งกรุ๊ป

กริ๊ง…กริ๊ง…

มือถือของเฉียวอวี่ดังขึ้นอย่างไม่รู้จักเวลา ภายในห้องประชุมเงียบสงัดเหมือนป่าช้าทันที

ลูกน้องที่พูดไปได้แค่ครึ่งเดียวเงียบเสียงลง เขายืนนิ่งอยู่กับที่อย่างอึดอัดพลางมองเฉียวอวี่ผู้เย็นชาอย่างขลาดเขลา บนโปรเจ็กเตอร์ด้านหลังเขามีไฟล์โปรเจ็กต์ที่ยังเล่นไม่เสร็จกำลังฉายอยู่

สีหน้าของเฉียวอวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากของลูกน้อง

ในบริษัทเฉียวเซิ่งกรุ๊ป เฉียวอวี่มีอีกฉายาหนึ่งที่เหมือนหลุดออกมาจากเกมว่า ‘พญายมภูเขาน้ำแข็ง’

ลูกน้องที่ถูกขัดจังหวะเป็นคนแอบตั้งฉายานี้ให้เขาเอง

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าแม้เฉียวอวี่จะอายุยังน้อย แต่วันๆ เอาแต่ทำตัวเคร่งขรึมเหมือนคนแก่ ไม่พูดเล่น ไม่ยิ้มง่ายๆ และแสดงท่าทางเข้มงวดสุดๆ

เขาเพิ่งจะเข้าบริษัทมาได้แค่ปีเดียวก็จัดการปรับคนในทีมอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นพวกเก๋าเกมในบริษัทที่มักจะคอยจับปลาในน้ำขุ่นและฝีมือไม่ถึงขั้นต่างถูกเขาปลดออกอย่างไร้เยื่อใย ส่วนคนอื่นๆ เฉียวอวี่ก็จะให้ฝ่ายบุคคลพิจารณาเรื่องอายุงานและความสามารถเพื่อปรับเงินเดือนและสวัสดิการให้อย่างเหมาะสม

เฉียวอวี่คนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะในการทำงาน โดยเขาแบ่งการให้รางวัลและการลงโทษอย่างชัดเจน

แต่วันนี้คิดไม่ถึงว่าเฉียวอวี่กลับไม่ได้ปิดเสียงมือถือระหว่างที่เข้าประชุม

ทุกคนในห้องประชุมต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

เฉียวอวี่พูด “ขอโทษด้วย เป็นความผิดของผมเอง” เขาเปลี่ยนมือถือเป็นโหมดเงียบอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนพูดกับลูกน้องที่ถูกตัวเองขัดจังหวะว่า “พูดต่อได้”

ลูกน้องพยักหน้าทันที “จากข้อมูลครั้งนี้เราสามารถ…” ลูกน้องพูดจนปากคอแห้งผาก เหงื่อท่วมเต็มหน้า ทั้งที่รายงานบทวิเคราะห์ที่ไม่ยาวนักไปได้ครึ่งเดียวแต่กลับพลาดไปแล้วหลายจุด

เฉียวอวี่พูดแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบว่า “วิเคราะห์ข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้หน่อย” ครั้งนี้เขาไม่ได้ตำหนิลูกน้องที่กำลังประหม่า แค่พูดโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่มือถือ “พูดต่อเลย”

ระหว่างนั้นเขาก็เปิดข้อความของเฉียวโม่ไปด้วย

 

เฉียวโม่ พี่ ขอบคุณที่แนะนำคาเวียร์ให้ผมนะ

เฉียวโม่ [ลูกแมวโขกหัวขอบคุณ.jpg]

 

เฉียวอวี่จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยแนะนำอะไรแบบนี้ให้เฉียวโม่ด้วย

 

เฉียวอวี่ คาเวียร์อะไร

 

เฉียวอวี่รู้สึกว่านี่ผิดปกติ จึงเลื่อนขึ้นไปดูหน้าแชตของพวกเขาสองคน แต่ไม่เจออะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งเนื้อหาบางส่วนยังขาดหายไปแบบ ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ เหมือนมีคนจงใจทำ

 

เขาตอบทันที แคปที่แชตกันมาให้ฉันดูหน่อย

 

เฉียวโม่งุนงง แต่เขาไม่ได้ไปคิดเกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ จึงแคปหน้าจอส่งให้พี่ชายดู

ในรูปเฉียวอวี่เห็นข้อความสามข้อความที่อยู่หลังจากรูปโพรไฟล์ของตัวเองอย่างชัดเจน เวลาส่งคือสามทุ่มยี่สิบห้านาที

เวลานั้นถ้าเขาจำไม่ผิดล่ะก็ เขาน่าจะกำลังอาบน้ำ

เฉียวอวี่นึกย้อนอย่างละเอียด

ทันใดนั้นสีหน้าเย็นชาของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาก้มหน้าลง อ่านน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกครั้งซึ่งเขาไม่ได้เป็นผู้ส่งเลย

โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ยุ่งอยู่ ห้ามตอบเด็ดขาด มันช่างตลกซะจริง

เฉียวอวี่ดูรูปแคปหน้าจอนั้นอยู่หลายรอบ

เขาที่อารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะเรื่องงานกลับเผลอยกมุมปากซ้ายขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนี้ผุดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวจนแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต เลขาฯ ที่นั่งอยู่ข้างๆ กระแอมไอเบาๆ ทีหนึ่ง เขาถึงเลิกคิ้วขึ้นเพื่อกลบเกลื่อน แต่สีหน้าสนอกสนใจก็ยังเผยออกมาให้เห็นอยู่ดี

จังหวะนั้นเองลูกน้องที่กำลังพูดอยู่หันกลับมา แล้วสบเข้ากับใบหน้าเปื้อนยิ้มของเฉียวอวี่เข้าพอดี

ลูกน้องรู้สึกสันหลังเย็นวาบ ความคิดแล่นพล่าน สามปีที่ผ่านมาฉันอุตส่าห์ตั้งอกตั้งใจทำงานที่เฉียวเซิ่งกรุ๊ป แต่คิดไม่ถึงเลยว่าระบบทุนนิยมจะเป็นเหมือนสายน้ำเชี่ยวกรากที่ไร้ความเมตตา พัดพาให้ดอกไม้ที่บอบบางอย่างฉันแตกสลาย สวรรค์ได้โปรดเมตตา ดูเหมือนว่าฉันจะมาถึงทางตันแล้วจริงๆ

ลูกน้องแอบหลั่งน้ำตาเงียบๆ รู้สึกอกสั่นขวัญแขวน “ท่านประธานเสี่ยวเฉียวครับ ผะ…ผมพูดจบแล้ว”

เฉียวอวี่เก็บมือถือ พอได้ยินลูกน้องพูดก็เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มในดวงตาของเขาจางหายไป สีหน้ากลับมาเย็นชาอีกครั้ง

ลูกน้องหัวใจแตกสลาย รอคอยการโจมตีครั้งสุดท้ายของเฉียวอวี่

รออยู่นาน สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงประกาศเลิกประชุมของเฉียวอวี่ เขาดูอารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ทุกคนเหนื่อยกันแล้ว วันนี้ก็เลิกงานเร็วหน่อย กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ”

เฉียวอวี่ยกมือให้เลขาฯ เดินเข้ามาใกล้ กระซิบสองสามประโยค จากนั้นก็เดินออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว

ลูกน้อง “หืม?”

ลูกน้องที่เหลือ “เย้!!”

ทุกคนรอดตายแล้ว

 

ด้านนอก เฉียวอวี่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว มือถือก็สั่น

 

เป็นเฉียวโม่ที่ส่งความห่วงใยมา พี่เป็นอะไรรึเปล่า

เฉียวอวี่ ช่วงนี้ยุ่งมาก ความจำไม่ค่อยดี

เฉียวโม่จึงวางใจลง แค่ถามเพิ่มอีกประโยค พี่ พี่รู้จักคาเวียร์นี้ได้ยังไง พี่ก็เลี้ยงแมวเหรอ

 

เฉียวโม่รู้สึกเสียใจทันทีที่เขาส่งข้อความออกไป จึงกดยกเลิกข้อความ

 

ขอโทษด้วยครับ

 

เฉียวโม่นึกขึ้นได้รางๆ ที่เฉินหลิงเคยบอกว่าเฉียวอวี่จริงจังเกินไป กังวลว่าอีกหน่อยจะหาแฟนไม่ได้ จึงแนะนำเขาว่า ‘เลี้ยงสัตว์สักตัวเถอะ ลูกแมวเป็นไง’

เฉียวอวี่ตอบกลับอย่างเด็ดขาด ‘ผมไม่เอาหรอก’

เฉียวซือสิงดุเขา ‘แกก็ไม่เอาอะไรทั้งนั้นแหละ’

เฉียวอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงทุ้มว่า ‘อืม โดยเฉพาะแมว ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่’

 

เมื่อนึกถึงตรงนี้ เฉียวโม่ก็ไม่กล้าถามอะไรมากอีก เขาก้มตัวลงหยิบชามอาหารแมวที่ถูกกินจนเกลี้ยงเข้าไปในห้องครัว เพิ่งจะเปิดก๊อกน้ำล้างมือก็ได้รับคำตอบเรียบง่ายจากเฉียวอวี่

 

เฉียวอวี่ ใช่ ฉันเลี้ยงแมว

เฉียวโม่เกือบทำมือถือหลุดมือ หลังจากหายประหลาดใจแล้วก็ถามทันทีว่า พันธุ์ไหนเหรอครับ

 

เฉียวอวี่ส่งรูปมาให้ เป็นลูกแมวสีขาวตัวหนึ่งที่ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ มันโผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่งจากกล่อง ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

ดูจากรูปแล้วเหมือนรีบถ่าย แถมรูปก็ยังเบลอๆ

พวกเขาทั้งสองคนสมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ แม้แต่ชื่อก็ยังตั้งแนวๆ เดียวกัน

 

เฉียวอวี่ มันชื่อเสี่ยวไป๋*

 

พอเฉียวโม่คิดว่าเดี๋ยวพวกเขาทั้งคู่ก็จะกลับไปอยู่บ้านด้วยกันระยะหนึ่งแล้ว ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่แมวสองตัวจะได้เจอกัน แต่พอคิดถึงท่าทางหวงอาหารของแมวที่บ้านตัวเองแล้ว…เขาอดเป็นห่วงเล็กน้อยไม่ได้

หลังล้างชามอาหารแมวเสร็จ เฉียวโม่ก็จัดการกับมื้อเย็นของตัวเองแบบง่ายๆ จากนั้นก็นั่งเอกเขนกบนโซฟา เปิดเว็บสั่งขนมแมวมาเพียบ รวมถึงขนมที่ตัวเองชอบด้วย

หลังจากเยี่ยนฉือกินอิ่มและนอนพักอยู่บนคอนโดฯ แมวครู่หนึ่ง ก็ยังไม่ลืมที่จะเหลือบมองเฉียวโม่ขณะเดินผ่านเขาเพื่อแอบดูยอดเงินที่จ่ายในตะกร้าสินค้า

เยี่ยนฉือ “…”

เวลารับของคนอื่นมา มักพูดอะไรได้ไม่ค่อยเต็มปากนักหรอก

เยี่ยนฉือไม่พูดอะไรอีกแล้ว เขาก้าวเท้าเบาๆ เดินผ่านไป ก่อนจะกระโดดพรวดกลับขึ้นไปนั่งนิ่งอยู่บนคอนโดฯ แมวอย่างว่าง่าย

อันที่จริงเยี่ยนฉือไม่รู้เลยว่าการที่เฉียวโม่ใช้เงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้ไม่ใช่เพราะนิสัยเขาเอง แต่เป็นเพราะคำขอของเฉินหลิง

ตอนเด็กๆ เฉียวโม่มีพ่อแม่บุญธรรมที่ดูแลแค่เรื่องกินให้อิ่มครบสามมื้อ เขาไม่เคยได้รับความใส่ใจ ไม่มีแม้แต่เงินติดกระเป๋า เขามักจะอิจฉาเพื่อนๆ ที่แวะซื้อขนมกินที่ร้านขายของเล็กๆ หลังเลิกเรียนได้ และอิจฉาเด็กวัยเดียวกันที่มีเครื่องเขียนและของเล่นหลากหลายให้เลือกใช้

เด็กทั้งถนนต่างก็รู้ว่าเฉียวโม่ใส่แต่เสื้อผ้าที่ใส่ต่อจากคนอื่น ส่วนเครื่องเขียนก็เป็นของที่คนอื่นใช้จนเก่าแล้วถึงได้มา

หลายครั้งเฉียวโม่ในวัยเด็กจะจ้องขนมเค้กผ่านหน้าต่างจนเจ้าของร้านไล่ตะเพิดไป

หลังจากเฉินหลิงรู้เรื่องพวกนี้เข้า เธอก็นอนร้องไห้ทั้งคืนอย่างทุกข์ใจ

วันต่อมาเธอจึงเตรียมบัตรไว้ใบหนึ่ง

ตอนนั้นเฉียวโม่เพิ่งกลับมาอยู่ที่เมือง C ได้ไม่นาน ยังไม่คุ้นเคยกับคนในครอบครัวสักเท่าไร

พอเฉินหลิงยื่นบัตรใบนั้นให้ การตอบสนองแรกของเขาคือการปฏิเสธ

ชีวิตของเฉินหลิงรายล้อมไปด้วยความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่ง เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ‘นี่คือเงินติดกระเป๋าของลูก’

เฉียวโม่ห่อไหล่ด้วยใบหน้าแดงจัด เขายังพูดคำขอบคุณดีๆ ไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ ได้แต่ก้มหน้าพูดจาอ้ำๆ อึ้งๆ มือที่ถือบัตรไว้เต็มไปด้วยเหงื่อ

เฉียวโม่เหมือนมีสำลีติดอยู่ในลำคอ น้ำเสียงติดขัด ‘ผะ…ผมไม่ต้องใช้ก็ได้…’ เขากัดฟันแน่นด้วยความประหม่า หลุบตาลงอย่างหดหู่ใจ เขารู้ดีว่าตัวเองนอกจากเรื่องหน้าตาแล้ว ไม่มีอะไรที่ดูสง่างามเหมือนคนในตระกูลเฉียวเลยสักอย่าง

เฉินหลิงเห็นเฉียวโม่เป็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ในใจปวดร้าวราวกับถูกมีดกรีดทั่วทุกตารางนิ้ว

เธอเกลียดพวกแก๊งลักพาตัวเข้าไส้ และเกลียดพวกผู้ซื้อที่ไร้ความรับผิดชอบไม่แพ้กัน เฉินหลิงเม้มริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมสติ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มของเฉียวโม่ที่เห็นชัดว่ายังเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาคนหนึ่ง

เฉินหลิงกุมมือของเฉียวโม่ไว้แน่นโดยไม่ตั้งแง่รังเกียจแม้แต่น้อย น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับต้นหลิวที่พัดไหวอยู่ในสายลมฤดูใบไม้ผลิ ‘โม่โม่ ช่วยอะไรแม่สักอย่างได้ไหม’

‘…ช่วย?’ เฉียวโม่พูดคำออกมาอย่างยากลำบาก ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน

‘พ่อกับแม่ไม่มีอะไรเยอะมากหรอก ก็แค่มีเงินเยอะไปหน่อย นี่เป็นภาระที่หนักหนาเกินไป พี่ชายของลูกก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร ยังไงก็จะทำงานพาร์ตไทม์ส่งเสียตัวเองเรียนให้ได้ แม่โมโหแทบแย่เลยนะ แม่กับพ่อของลูกหาเงินมาอย่างยากลำบาก ก็เพื่อให้พวกลูกได้มีชีวิตที่ดีเท่านั้นเอง นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยใช่ไหม’ เธอยิ้มพร้อมถามย้ำ ‘ว่ายังไง’

เฉียวโม่พยักหน้าอย่างแรง

เธอยกมือขึ้นพนม พูดอย่างดีใจ ‘ตอนนี้ดีแล้วล่ะ ลูกกลับบ้านมาแล้ว จะได้ช่วยแม่ใช้เงินซะที!’

เฉินหลิงทำหน้าตาราวกับว่า ‘ลูกคือเสาหลักของบ้านเรานะ’ น้ำเสียงสบายๆ ของเธอแฝงไว้ด้วยมุกตลก เหมือนตั้งใจกลบเกลื่อนความเคร่งเครียดของเฉียวโม่

เฉียวโม่แค่พูดไม่เก่ง แต่ไม่ได้โง่ ไหนเลยจะไม่รู้ว่าเฉินหลิงตั้งใจพูดแบบนี้

เฉียวโม่พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองที่กำลังสั่นไหว ในใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้งที่เฉินหลิงเลือกใช้วิธีผ่อนคลายแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย

ในแง่หนึ่ง…ที่เยี่ยนฉือได้กินคาเวียร์ก็ต้องขอบคุณเฉินหลิงด้วยเหมือนกัน

* เสี่ยวไป๋ หมายถึงเจ้าตัวน้อยสีขาว

  

โปรดติดตามตอนต่อไป

4 of 4หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 1-2

บทที่ 1 ฤดูเหมันต์ ผืนดินถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งสุดลูกหูลูกตาจรดเส้นขอบฟ้า ทั้งเมืองฉางอันจมอยู่ในสายหมอกเหน็บหนาวขาวพร...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 3-4

บทที่ 3 หนึ่งก้านธูปให้หลังจิงเจ๋ออารักขาเจ้านายขึ้นไปที่ห้องพิเศษชั้นสามของโรงน้ำชาอย่างทุลักทุเล ประตูหน้าต่างปิดสนิท ...

ตำนานรักฉบับท่านหญิง

ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 5-6

บทที่ 5 “?” เขาไม่ตื่นเกร็งลนลานแต่อย่างใด น้ำเสียงราบเรียบผ่อนคลาย นิ่งคิดอย่างตั้งใจจริง ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเจียงจื้ออีน...

คู่พันภพบรรจบรัก

ทดลองอ่าน คู่พันภพบรรจบรัก บทที่ 1

บทที่ 1 นั่นคือโรงเรียนประถมที่อยู่ชายขอบเมืองแห่งหนึ่ง ฝนฤดูใบไม้ผลิตกลงมาหลายวันแล้ว ทำให้ใบไม้สีเขียวอ่อนในสวนของโรงเ...

community.jamsai.com