everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 17-20 #นิยายวาย
บทที่ 18
นายเหยียบย่ำความจริงใจของคนอื่น!
สุดท้ายแล้วเยี่ยนฉือก็เป็นแมวที่กินคาเวียร์ของเฉียวโม่ไปไม่น้อย เขาเองก็เป็นคนมีจิตสำนึกในบุญคุณอยู่บ้าง จึงวางความบาดหมางระหว่างทั้งสองลง กระโดดไปข้างหน้า มุดเข้าไปในอ้อมกอดของเฉียวโม่อย่างอ่อนโยน
“เมี้ยว?” เป็นอะไรไป
ไหล่ของเฉียวโม่สั่นเทิ้ม เขาก้มหน้าลง พยายามระงับความเศร้าของตัวเองที่พวยพุ่งออกมาดุจสายน้ำ
เยี่ยนฉือไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นเฉียวโม่เป็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเอาหางไปพันที่ข้อมือของเฉียวโม่ไว้ เขาร้อง “เมี้ยว” อยู่นานก็ยังไม่ได้คำตอบว่าเฉียวโม่ร้องไห้เพราะอะไร
เขาร้องเสียงแหลม “เมี้ยว!” พูดมาสิ!
“อึก!”
เฉียวโม่สะดุ้งเฮือกทั้งตัว เสียงแมวที่เปลี่ยนโทนทำให้เขาตกใจจนเผลอสะอึก ดวงตาที่เปียกชื้นใสแจ๋ว
หยดน้ำตาเท่าเมล็ดถั่วร่วงเผาะลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว กระแทกเข้าที่หน้าผากของเยี่ยนฉือพอดิบพอดี
เยี่ยนฉือพลันสมองว่างเปล่า นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก็ก่อนจะโน้มตัวเข้าหา เลียแก้มเฉียวโม่เบาๆ อย่างปลอบโยน ลิ้นที่ไม่เรียบลื่นนักสัมผัสรสเค็มปร่าของน้ำตา สัมผัสที่อ่อนนุ่มนั้นทำให้เฉียวโม่หดคอหนี
“เสี่ยวเฮย…”
พอเยี่ยนฉือได้สติคืนมา เฉียวโม่ก็กอดเขาไว้แน่นแล้ว
“หยุดเลียได้แล้ว…”
น้ำตาของเฉียวโม่ยังคงไหลรินมาถึงปลายคางของเขาเป็นระยะ เขาสูดน้ำมูกแรงๆ หนึ่งที อกกระเพื่อมตามแรงสะอื้น แล้วพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“มันจั๊กจี้น่ะ”
เยี่ยนฉือเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง แล้วใช้อุ้งเท้าแมวเล็กๆ ซับหยดน้ำตาซึ่งค้างอยู่ตรงปลายคางของเฉียวโม่ให้อย่างแผ่วเบา ความรู้สึกเจ็บปวดบางเบาวนเวียนอยู่ในร่างกายของเยี่ยนฉือ เขาคิด เฉียวโม่ต้องพบเจอกับวัยเด็กที่ขาดความรักมามากแค่ไหนกันนะ ถึงทำให้เขายอมถอดเปลือกนอกที่เสแสร้งออก แล้วกลายเป็นคนที่เปราะบางขนาดนี้เวลาที่อยู่คนเดียว
“เมี้ยว…”
โทนเสียงของเยี่ยนฉืออ่อนลงไม่น้อย
เมื่อมีเจ้าเหมียวคอยอยู่เป็นเพื่อน เสียงสะอื้นของเฉียวโม่ก็ค่อยๆ สงบลง เขาพึมพำเบาๆ ว่า “ยังไงนายก็ดีที่สุด” เขาเอาแก้มถูไถกับใบหน้าของเจ้าเหมียว เหมือนเด็กน้อยที่กำลังน้อยใจ แล้วพูดเสียงอู้อี้ “พวกเขา…พวกเขาไม่สนใจฉันแล้ว”
ความโมโหของเยี่ยนฉือเดือดพล่าน อยากถามเหลือเกินว่า ไอ้หน้าโง่ตัวไหนที่ไม่สนใจนาย
แต่ว่าเยี่ยนฉือพูดไม่ได้ หรือต่อให้พูดได้ พวกเขาสองคนถือว่าเป็นอะไรกันล่ะ เยี่ยนฉือรู้สึกหงุดหงิดอย่างอธิบายไม่ถูก เขาจงใจหันหน้ามาสะกิดหยดน้ำตาบนแก้มของเฉียวโม่ออกเบาๆ
“เมี้ยว” เลิกร้องไห้ได้แล้ว
“เมี้ยวๆ?” ฉันก็สนใจนายอยู่ไม่ใช่หรือไง
“เมี้ยวๆ…เมี้ยว” ไม่ต้องไปสนใจไอ้หน้าโง่พวกนั้นหรอก ฉันจะเล่นกับนายเองนะ
ด้วยวัยของพวกเขา คำว่า ‘เล่น’ อาจจะฟังดูเด็กน้อยไปหน่อย แต่เยี่ยนฉือกลับรู้สึกว่าในฐานะแมว คำนี้แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว
เฉียวโม่ฟังไม่เข้าใจเหมือนเดิม แต่เขารู้ว่าเจ้าเหมียวกำลังเป็นห่วงเขา ในใจของเขาจึงอุ่นซ่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขากอดเจ้าเหมียวแน่นไม่ยอมปล่อย พอสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้วเยี่ยนฉือก็โดนกอดจนแทบหายใจไม่ออก
เยี่ยนฉือยอมให้เฉียวโม่กอดนานเกินไปจนเริ่มเมื่อยตัว จึงยืดขาข้างหนึ่งออกอย่างช้าๆ เตรียมหลุดออกมาจากอ้อมแขนของเฉียวโม่
“เมี้ยว” ให้ฉันได้หายใจหน่อยสิ
เฉียวโม่พูดด้วยความซาบซึ้งอย่างมาก “ฉันจะซื้อคาเวียร์ให้นายเยอะๆ เยอะๆ เลยนะ”
เยี่ยนฉือหดขากลับทันที สบตากับเฉียวโม่ ก่อนพูดจาอย่างชอบธรรมและหนักแน่น “เมี้ยวๆ” งั้นฉันจะฝืนใจให้นายกอดอีกหน่อย
คาเวียร์ราคา 888 หยวน ซื้อใจเจ้าเหมียวได้สำเร็จ
หลายวันต่อมา อารมณ์ของเฉียวโม่เริ่มย่ำแย่
บางครั้งเขานั่งเหม่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ บางครั้งก็จ้องมือถือแบบไร้จุดหมาย กระเป๋าเดินทางของเขาเก็บแล้วก็เปิด เปิดแล้วก็เก็บ วนไปวนมาไม่รู้จบ
เขารู้ดีว่าถ้าเขากลับบ้านในสภาพแบบนี้พ่อแม่ต้องเป็นห่วงแน่ เฉียวโม่จึงตัดสินใจไม่กลับบ้านเสียเลย อ้างว่า ‘เสี่ยวเฮยกลัวคนแปลกหน้า’ และขออยู่ที่อพาร์ตเมนต์นี้ต่อ
แต่ว่าหลังจากพ่อแม่ของเฉียวโม่กลับจากต่างประเทศ เฉียวโม่ก็เริ่มออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น
คนขับรถจะมารับเฉียวโม่กลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านแทบทุกวัน จากนั้นก็จะมาส่งเขากลับอพาร์ตเมนต์ก่อนสี่ทุ่มตรงเวลา ระยะทางไปกลับไม่ไกล เฉียวโม่จึงไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไร แต่ความเหงาจากการอกหักครั้งที่สองยังคงเกาะติดไม่จางหาย ทำให้เขามักจะเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ สีหน้าก็เหนื่อยล้าเป็นพิเศษ
เยี่ยนฉือเห็นแบบนี้ก็เข้าใจผิดไปเองว่าเฉียวโม่กำลังถูกบังคับให้ไปกินข้าวกับครอบครัว เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจตามไปด้วย ไม่ว่าจะในฐานะแมวหรือในฐานะคน เขาก็เหมือนจะไม่มีสิทธิ์อยู่ดี
ส่วนเฉียวโม่ที่ไม่พาแมวไปด้วยก็เพราะกลัวว่ามันจะไปชวนเสี่ยวไป๋ทะเลาะ แต่ไม่รู้เลยว่าท่าทีของเขาแบบนี้ในสายตาเยี่ยนฉือกลับดูเหมือนคนที่ ‘ฝืนยิ้มทั้งที่ไม่อยากไป’ มากกว่า
ทั้งสองคนต่างมีความกังวลใจของตัวเอง แต่ไม่เข้าใจกันเลยสักนิด
อารมณ์ของเยี่ยนฉือเริ่มเปลี่ยนไปมาก เขาพยายามทำความเข้าใจเฉียวโม่ที่ภายในอ่อนนุ่มแต่กลับต้องแสร้งทำตัวเย็นชาคนนี้ ทั้งยังเข้าอกเข้าใจในทุกสิ่งที่เฉียวโม่พบเจออย่างมาก
พอเห็นเฉียวโม่ดูไร้ชีวิตชีวา เยี่ยนฉือก็ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่ เมื่ออยู่ในอพาร์ตเมนต์ เวลาเฉียวโม่เดินไปไหน เยี่ยนฉือก็จะคอยเดินตามไปด้วย เหมือนบอดี้การ์ดแมวผู้ซื่อสัตย์
เยี่ยนฉือมองว่าพฤติกรรมของตัวเองนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนค่าอาหารที่เขาได้รับ พอมีข้ออ้างแบบนี้แล้วเขาก็ยิ่งเกาะติดเฉียวโม่ได้อย่างเปิดเผย
แม้แต่ตอนที่เฉียวโม่นั่งดูหนังบนโซฟา เยี่ยนฉือก็จะนั่งข้างๆ ด้วยเสมอ
หลังจากตามติดอยู่หลายวัน เฉียวโม่ก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ยกเว้นเรื่องที่เขาไม่แตะเกมนั้นอีกเลย นอกนั้นก็ปกติดีทุกอย่าง
บ่ายที่แสนเกียจคร้านวันหนึ่ง หนึ่งคนกับหนึ่งแมวนั่งดูหนังอยู่บนโซฟา
รสนิยมของทั้งคู่ก็คล้ายกัน ต่างก็ชอบหนังแนวสืบสวนลึกลับทั้งคู่
เฉียวโม่กอดถุงขนมไว้ในมือ เขาอยากถามมานานแล้ว “นายดูรู้เรื่องด้วยเหรอ”
เยี่ยนฉือจ้องหน้าจออย่างตั้งใจ ไม่ตอบอะไรสักคำ ตรงหน้าเขามีจานใบเล็กวางอยู่ บนนั้นมีปลาแห้งสองตัวที่ถูกแทะไปไม่กี่คำ
เฉียวโม่ถูกเมินซะแล้ว เขาหยิบเค้กชิ้นเล็กเข้าปากอย่างกลัดกลุ้มใจเล็กน้อย แก้มพองตุ่ย สายตากลับไปมองที่หน้าจอเหมือนเดิม
ตอนที่ฆาตกรในหนังกำลังจะลงมือ เยี่ยนฉือก็เผลอลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้นภาพบนหน้าจอก็เปลี่ยนไปกลายเป็นฉากจาก ‘Tom and Jerry’ ที่แมวกำลังโดนหนูหลอกล่ออย่างหนัก
เยี่ยนฉือคอแข็งทื่อ ดวงตาเต็มไปด้วยความอึ้งปนหมดคำจะพูด เขาหันมามองเฉียวโม่ที่ทำตัวเหมือนเด็กน้อยเงียบๆ
ต่างคนต่างเงียบงันไปครู่ใหญ่
เฉียวโม่หัวเราะพรืดออกมาก่อน เก๊กหน้าเศร้าตั้งหลายวัน ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมาแล้ว
เขาทิ้งตัวลงบนพรม อุ้มเจ้าเหมียวขึ้นกลางอากาศอย่างอารมณ์ดี หันหน้าแมวเข้าหาตัวเอง
“เสี่ยวเฮย นายช่างเป็นแมวอัจฉริยะจริงๆ!”
“เมี้ยว เมี้ยววว!” เลี่ยนว่ะ เลิกพูดได้แล้ว!
เยี่ยนฉือพุ่งเข้าไปหาเฉียวโม่อย่างทนไม่ไหว แล้วใช้อุ้งเท้าตบหน้าของเขาเบาๆ ด้วยแรงเหมือนกำลังนวดหน้า
เฉียวโม่หัวเราะเสียงดัง ทั้งยังเล่นกับเจ้าเหมียวด้วยท่าทางร่าเริงสดใสได้อย่างเหนือความคาดหมาย ดวงตาหยีโค้งเป็นรอยยิ้ม เขาอาศัยช่วงที่เยี่ยนฉือไม่ทันตั้งตัวแอบหอมแก้วแมวดังจุ๊บๆ สองที จากนั้นก็กอดมันไว้ในอ้อมอกแน่น
เยี่ยนฉือรู้สึกเหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกปล่อยออกไปจนหมดแล้ว
แต่ว่า…ขณะเดียวกันเยี่ยนฉือรู้สึกโล่งอก ในที่สุดเขาก็ปลอบให้เฉียวโม่มีความสุขได้
เยี่ยนฉือหลับตาแน่น ปล่อยให้เฉียวโม่เล่นซุกซนอย่างหมดทางสู้
ตอนเย็น เฉียวโม่ได้รับสายจากเฉินหลิง เขาเก็บของเรียบร้อย เตรียมตัวออกไปข้างนอก
เยี่ยนฉือเดินมาส่งเขาถึงหน้าประตู ใช้หัวชนข้อเท้าของเฉียวโม่สองทีเหมือนเป็นการปลอบโยน
เฉียวโม่เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าเหมียวอยากไปด้วย จึงพูดอย่างรู้สึกผิด “วันนี้มีญาติมาด้วย เลยพานายไปด้วยไม่ได้น่ะ”
เยี่ยนฉือเข้าใจเป็นอย่างดี
“เมี้ยวๆ” ฉันรู้ นายไม่ต้องฝืนใจหรอก
เสียงประตูปิดลงดัง ‘แกร๊ก’
เยี่ยนฉือนั่งอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปในห้องนอนของเฉียวโม่อย่างรวดเร็ว เขากระโดดขึ้นไปบนโต๊ะหนังสือ เปิดโน้ตบุ๊กของเฉียวโม่อย่างคล่องแคล่วง่ายดาย
อุ้งเท้าแมวคู่หนึ่งเคลื่อนไหวอยู่บนแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ เขาป้อนรหัสผ่านเปิดเครื่อง ‘00001111’
เนื่องจากเขาอยู่ข้างกายเฉียวโม่ตลอดเวลาจึงจำรหัสผ่านได้อย่างแม่นยำ
เยี่ยนฉือเหลือบตาดูเวลา คิดว่าป่านนี้ไป๋อี้หนิงน่าจะกลับมาจากทริปแล้ว
ตอนนี้เขาไม่มีมือถืออยู่กับตัว การใช้คอมพิวเตอร์ของเฉียวโม่ขอความช่วยเหลือน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่ก็ยังมีอุปสรรคเหลืออยู่ แอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียหลายแอพฯ ต้องใช้รหัสยืนยันจากมือถือเวลาเข้าสู่ระบบในเครื่องใหม่ เยี่ยนฉือจึงเปิดเกมที่ตัวเองเล่นอยู่เป็นประจำแทน
ตามปกติแล้วไอดีเกมของเยี่ยนฉือมีระบบความปลอดภัยหลายชั้น ใช่ว่าจะเข้าระบบได้ง่ายๆ โชคดีที่เขายังมีไอดีเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้ใช้นักอยู่ไอดีหนึ่ง ไม่มีการยืนยันตัวตนสองชั้น เสี่ยงต่อการถูกแฮก แต่ก็ล็อกอินง่ายเหมือนกัน
เยี่ยนฉืออยากลองเสี่ยงดู หลังจากจัดการทุกขั้นตอนเรียบร้อยเขาก็กดเอ็นเทอร์ด้วยอุ้งเท้าแมว
เขาจ้องมองหน้าจออย่างกังวล จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ขึ้นอยู่กับตอนนี้แหละ
[ผู้เล่นลึกลับ ขอต้อนรับเข้าสู่ดินแดนใหม่!]
[เข้าสู่ระบบสำเร็จแล้ว!]
คิ้วของเยี่ยนฉือคลายลง รัวเม้าส์คลิกออกจากโฆษณายาวเป็นพรวนทันที เปิดรายชื่อเพื่อน เลือก ‘ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด’ และดับเบิ้ลคลิกเพื่อยืนยันอินเตอร์เฟซการแชตส่วนตัว
เยี่ยนฉือ เหล่าไป๋ ฉันเจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย แปลงร่างเป็นแมวแล้วกลับร่างไม่ได้
เขาคลิกปุ่มส่ง
[การส่งข้อความล้มเหลว ผู้รับไม่ใช่เพื่อนของคุณแล้ว ไม่สามารถแชตส่วนตัวขณะออฟไลน์ได้]
เยี่ยนฉือถูกอีกฝ่ายลบเพื่อนแล้ว
เขาลองส่งอีกครั้ง
[กรุณาเพิ่มเพื่อนก่อน]
“เมี้ยวๆ” ไป๋อี้หนิง ไอ้เพื่อนตัวดี
เยี่ยนฉือจำใจดำเนินการไปตามขั้นตอนทีละขั้น เขาส่งคำขอเป็นเพื่อน แต่ช่องหมายเหตุจำกัดไว้เพียงสิบคำเท่านั้น เยี่ยนฉือจึงส่งไปสั้นๆ ว่า
‘ฉันคือเยี่ยนฉือ นายลบฉันเหรอ’
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเยี่ยนฉือก็ลบประวัติการใช้งานของตัวเองทั้งหมด เช็ดแป้นพิมพ์อย่างระมัดระวังไม่ให้หลงเหลือแม้แต่ขนแมวสักเส้นเดียว ก่อนจะค่อยๆ ปิดโน้ตบุ๊กอย่างเบามือ แล้วกระโดดลงจากโต๊ะทำงาน
การรอคอยเป็นเรื่องทรมานเหลือเกิน
วันต่อมาเยี่ยนฉือฉวยโอกาสตอนที่เฉียวโม่กลับบ้านไปกินข้าวล็อกอินเข้าระบบเกมอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นที่แทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่
[ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด ปฏิเสธคำขอเป็นเพื่อนของคุณ]
[ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด พูดว่า ‘ลบไอดีเล็กๆ ของนายแล้วมีปัญหารึไง’]
เยี่ยนฉือขอเพิ่มเพื่อนอีกครั้ง
วันต่อมาไป๋อี้หนิงก็ปฏิเสธอีก ‘คนเลว’
เยี่ยนฉือขอเพิ่มเพื่อนอีก ‘นายเป็นบ้าอะไร’
ไป๋อี้หนิงยังคงปฏิเสธ ‘นายเหยียบย่ำความจริงใจของคนอื่น!’
[ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด ออฟไลน์]
ไป๋อี้หนิงเป็นคนซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง
Comments



