everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 17-20 #นิยายวาย
บทที่ 19
นายอย่ารังแกฉัน
กลางดึกเวลาห้าทุ่มตรง เสียงปลดล็อกรหัสผ่านของประตูอพาร์ตเมนต์ดังขึ้นชัดเจน
เยี่ยนฉือที่นอนไม่หลับเพราะกำลังโกรธไป๋อี้หนิงวิ่งไปที่หน้าประตูทันที จากนั้นประตูก็เปิดแล้วปิดลง กลิ่นเหล้าจางๆ ลอยมาแตะจมูกแต่ไม่เหม็นสักเท่าไร
ไฟดวงเล็กตรงเพดานหน้าประตูสว่างตาม ชายคนหนึ่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายเฉียวโม่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเยี่ยนฉือ
ชายคนนั้นมีใบหน้าคมเข้มสะดุดตา แต่รอบตัวกลับแผ่รังสีเย็นชาที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้
เยี่ยนฉือไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนคนนี้คือเฉียวอวี่
เฉียวอวี่ตัวสูง รูปร่างก็ใหญ่และกำยำกว่าเฉียวโม่มาก บนใบหน้าที่เย็นชามีดวงตาที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ริมฝีปากบางใต้สันจมูกโด่งของเขาขยับเล็กน้อย “หลบไป”
เยี่ยนฉือถอยหลบไปสองก้าวอย่างระแวดระวัง
เฉียวอวี่ไม่มองเจ้าเหมียวตรงๆ เลยด้วยซ้ำ เขาถอดรองเท้าแล้วเดินตรงไปยังห้องนอน
เขาอุ้มเฉียวโม่ที่เมาไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขน
เยี่ยนฉืออ้าปากค้าง สมองแล่นไปไกล นึกถึงฉากดราม่าของตระกูลใหญ่ที่แอบแฝงไปด้วยการชิงอำนาจ เขาวิ่งตามไปอย่างตื่นตระหนกขณะจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของเฉียวอวี่โดยไม่ให้ห่างแม้แต่ครึ่งก้าว
ถ้าเฉียวอวี่ทำอะไรที่น่าสงสัยแม้แต่นิดเดียว ภายในอพาร์ตเมนต์ก็จะมีเสียงเตือน ‘เมี้ยวๆ’ ดังขึ้น
เฉียวอวี่วางเฉียวโม่ลงบนเตียง แล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “เฉียวโม่เมาแล้ว”
เยี่ยนฉือไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับตัวเองอยู่หรือเปล่า จึงแกล้งทำเป็นแมวธรรมดา หมอบลงไปบนพื้น เอียงหัวเล็กน้อย “เมี้ยว?”
เฉียวอวี่มองแมวที่แสร้งทำตัวน่ารักก็เงียบไปครู่หนึ่ง ทว่ากลับดูไม่หลงเหลือความอดทนเลย “เขาบอกว่าจะต้องกลับมาที่นี่ให้ได้ก็เพราะนาย” ครั้งนี้เขามองเยี่ยนฉือด้วยสายตาดูถูกดูแคลนที่เย็นเยียบยิ่งกว่าสายตาของเฉียวโม่เวลาอยู่ในมหาวิทยาลัยซะอีก
เยี่ยนฉือเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยไม่ส่งเสียง
เฉียวอวี่ก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วจัดการสิ่งที่อยู่ในมือต่อ
อย่างไรก็ดี เยี่ยนฉือจ้องเฉียวอวี่ไม่วางตา คอยเอาอุ้งเท้าสะกิดหลังมือของเฉียวอวี่อยู่เรื่อยๆ เพื่อบอกเขาว่าอย่าทำอะไรแปลกๆ
เฉียวอวี่ที่ยอมสละเวลามาส่งน้องชายกลับบ้านถูกแมวตัวนี้ก่อกวนจนหงุดหงิด น้ำเสียงของเขาแสนหยิ่งผยองขณะถามเยี่ยนฉือตรงๆ ว่า “นายจะมาทำแทนเหรอ”
คำพูดมากมายติดอยู่ในลำคอของเยี่ยนฉือ แต่กลับพูดออกมาไม่ได้สักคำ
ถ้าในเวลาปกติก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้เยี่ยนฉือมีปัญหาในการแปลงร่าง เขาจะดูแลคนเมาได้อย่างไร ได้แต่เก็บกรงเล็บของตัวเองกลับไปเงียบๆ แล้วอดทนต่อไป
เฉียวอวี่แค่นเสียงหึออกมาอย่างเย้ยหยัน
เส้นเลือดสีเขียวปูดขึ้นบนหน้าผากของเยี่ยนฉือ แม่งเอ๊ย
เฉียวโม่ที่นอนอยู่บนเตียงพลิกตัวอย่างรู้จังหวะ ทำลายบรรยากาศชะงักงันนี้ “หนาว…” เขาขดตัวเป็นก้อน พูดซ้ำด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “ฉันหนาว…”
เฉียวอวี่ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้นอีกสององศา
เยี่ยนฉือเองก็ไม่ได้อยู่เฉยเหมือนกัน เขากระโดดขึ้นไปบนเตียงอย่างคล่องแคล่ว กัดมุมหนึ่งของผ้าห่มแล้วดึงเข้าหาเฉียวโม่ ขณะเดียวกันหางของเยี่ยนฉือก็ปัดไปโดนแก้มของเฉียวโม่ ทำให้เขาเอ่ยพึมพำพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้ “เสี่ยวเฮย”
“เมี้ยว”
เยี่ยนฉือขยับเข้าไปใกล้ เอาหัวชนกับหน้าผากของเฉียวโม่อย่างปลอบประโลม
เฉียวอวี่เห็นฉากนี้เข้าพอดี
เขายืนกอดอกมองอยู่ข้างๆ อย่างใจเย็น ไม่คิดเสนอตัวช่วย ได้แต่มองไปยังแมวที่พยายามห่มผ้าให้เฉียวโม่อย่างขยันขันแข็ง
ผ้าห่มไม่เล็ก หัวของเยี่ยนฉือก็ไม่ใหญ่
หลายนาทีผ่านไป เยี่ยนฉือเหนื่อยจนหอบแฮก แถมยังโชคร้ายสะดุดผ้าห่มล้มหัวทิ่มลงกับอกของเฉียวโม่อีก
เฉียวอวี่ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป ก้าวเข้ามาดึงตัวเยี่ยนฉือออกแล้วช่วยห่มผ้าห่มให้น้องชายด้วยตัวเอง ดูเหมือนเขาจะมีอคติต่อเยี่ยนฉืออยู่บ้าง นิสัยของเขาก็ไม่ได้ดีเท่ากับตอนที่อยู่ต่อหน้าเฉียวโม่ เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า “ไม่ได้เรื่อง”
เยี่ยนฉือ “…”
เฉียวอวี่เริ่มปลดกระดุมเสื้อของเฉียวโม่
พอปลดถึงกระดุมเม็ดที่สองเยี่ยนฉือก็กระโดดขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง เหยียบหลังมือของเฉียวอวี่เอาไว้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
“เมี้ยว อ๊าววว!” อย่าแตะต้องเขานะ!
เฉียวอวี่จับเยี่ยนฉือโยนเข้าไปในที่นอนแมวข้างเตียงด้วยฝ่ามืออันทรงพลังของเขา โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเสียด้วยซ้ำ
แต่แล้วจู่ๆ เฉียวโม่กลับปัดมือของเฉียวอวี่ออก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ฉันจะนอน นะ…นายอย่ารังแกฉัน…” เขาละเมอเอ่ยอย่างสะลึมสะลือ เริ่มพูดจาไร้สาระ
เฉียวอวี่รู้สึกปวดหัว คิดในใจว่า คราวหน้าห้ามให้เฉียวโม่ดื่มเหล้าอีกเด็ดขาด แค่แก้วเดียวก็ล้มแล้ว เรื่องความคออ่อนนี่ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ
เขาพูดอย่างอดทน “ฉันจะเปลี่ยนเสื้อที่สบายกว่านี้ให้นาย”
เฉียวโม่ส่ายหน้า กอดหมอนของตัวเองแล้วขดตัว ปฏิเสธอย่างไม่ให้ความร่วมมือ “ไม่อาว…”
เฉียวอวี่ไม่คิดจะตามใจอีกฝ่าย ขณะกำลังจะบังคับให้คนบนเตียงเปลี่ยนเสื้อ มือของเขายังไม่ทันจะแตะต้องเฉียวโม่ด้วยซ้ำ มุมหนึ่งของเสื้อสูทเขาก็ถูกเจ้าเหมียวที่เผยเขี้ยวแหลมคมกัดไว้อย่างไร้ความปรานี
เขี้ยวแหลมคมแทงทะลุชุดสูทราคาแพงของเขา
เจ้าเหมียวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่เผยสีหน้าดุร้าย แยกเขี้ยวด้วยความขุ่นเคือง ก่อนปล่อยเสียงคำรามต่ำอันทรงพลังออกจากร่างเล็กๆ ของมัน
ในห้องนอนมีเพียงไฟดวงเล็กๆ ดวงเดียวที่เปิดไว้ ใบหน้าของเฉียวอวี่ภายใต้แสงสลัวนั้นยังคงเฉยเมยไม่เปลี่ยนแปลง เขาปล่อยมือในที่สุด
เจ้าเหมียวฉลาดเป็นกรด พอเห็นจังหวะเหมาะก็รีบถอนตัว คลายเขี้ยวแล้วกระโดดไปอยู่ข้างเฉียวโม่ทันที แผ่นหลังโก่งขึ้นเล็กน้อยในท่วงท่าของผู้พิทักษ์พลางจ้องเฉียวอวี่เขม็งไม่วางตา
เฉียวอวี่ลุกขึ้นอย่างสงบนิ่ง ยกมือขึ้นปัดสูทเบาๆ จากนั้นก็รินน้ำหนึ่งแก้วมาวางไว้ที่หัวเตียง
“ช่วงนี้เฉียวโม่มีเรื่องกลุ้มใจ”
“…”
เฉียวโม่สบตากับเยี่ยนฉือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงนัย “เขาค่อนข้างไร้เดียงสา ถูกหลอกง่าย” เขายืดตัวตรง เอียงศีรษะเล็กน้อย ก้มหน้ากดมือถืออย่างไม่ใส่ใจ แต่น้ำเสียงกลับเย็นเยียบผิดปกติ คำพูดก็คล้ายแฝงการข่มขู่เอาไว้ “ฉันหวังว่าเรื่องกลุ้มใจของเขาจะไม่ใช่นายที่เป็นต้นเหตุนะ”
เยี่ยนฉือรู้สึกได้ถึงความผิดปกติทันที คำพูดพวกนี้ของเฉียวอวี่เหมือนมั่นใจว่าเขาฟังรู้เรื่อง
ด้วยเหตุนี้เยี่ยนฉือจึงค่อยๆ ย่อตัวลงและดมอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นของมนุษย์สายพันธุ์แมวอยู่ในอากาศเลือนราง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมาจากตัวของเฉียวอวี่
เยี่ยนฉือถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างหวาดกลัว ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
เฉียวอวี่ไม่ได้พูดอะไรอีก
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากยืนยันว่าเฉียวโม่หลับสนิทแล้ว เฉียวอวี่ก็ออกจากอพาร์ตเมนต์ไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“เมี้ยว…”
ร่างกายที่หดเกร็งของเยี่ยนฉือผ่อนคลายลงได้สักที เขาเหงื่อแตกพลั่ก ไม่รู้ว่าเฉียวอวี่มีเจตนาร้ายอะไรกันแน่
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ เฉียวโม่ที่อยู่ข้างหลังก็ลุกขึ้นนั่ง ขัดจังหวะความคิดของเขา
เยี่ยนฉือรีบเข้าไปใกล้
“เมี้ยว?” ตื่นแล้วเหรอ
เฉียวโม่ยังงัวเงีย กลิ่นเหล้ายังไม่จางหาย เขาเพิกเฉยต่อความห่วงใยของเจ้าเหมียว ยกมือข้างหนึ่งขึ้นขยี้ตาก่อนลงจากเตียง ก่อนนั่งยองๆ อยู่บนพื้นอย่างงงๆ ยืนขึ้นช้าๆ แล้วก็เหม่อไปอีกพักหนึ่ง
เฉียวโม่ลดมือลง เดินโซเซออกจากห้องนอน
เยี่ยนฉือตามหลังมาติดๆ รู้สึกเป็นห่วงเขาอย่างมาก
“เมี้ยว?” นายจะทำอะไรน่ะ
เฉียวโม่ไม่ตอบเจ้าเหมียว เพียงเดินวนไปวนมาในห้องนั่งเล่นเหมือนแมลงวันไร้หัว เกือบล้มอยู่หลายครั้งจนต้องคอยเอามือค้ำผนังไว้ ที่ข้างเท้าเขามีแมวตัวหนึ่งคอยร้องเรียกไม่หยุด
เฉียวโม่หยุดเดินอย่างสับสนมึนงง แล้วก้มหน้าลงมอง
เยี่ยนฉือเงยหน้าขึ้น ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มที่เคยเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาสูง และภูเขาน้ำแข็งแสนเย็นยะเยือก ตอนนี้กลับยิ้มออกมาราวกับเด็กโง่ หัวเราะเสียงใส แล้วตะโกนเรียกอย่างมีความสุข “เสี่ยวเฮย!”
ในที่สุดเจ้าขี้เมาคนนี้ก็จำแมวของตัวเองได้แล้ว เขาก้มลงอุ้มมันขึ้นมา เอาแก้มตัวเองถูๆ แก้มแมวอย่างออดอ้อนพลางพูดด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ “คิดถึงจังเลย”
เยี่ยนฉือรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าแมวของเขาเห่อร้อน
“เมี้ยว!” รีบกลับไปนอนซะ!
เฉียวโม่ไม่สนใจเสียงร้องนั้น เขาใช้มือข้างหนึ่งกอดแมวไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างคอยค้ำยันผนัง เดินไปถึงห้องน้ำอย่างปลอดภัย เขาเปิดก๊อกน้ำ แปรงฟันด้วยมือเดียว ฟองยาสีฟันลอยลงมาตกบนหน้าผากของเยี่ยนฉือ
“หืม?” เฉียวโม่คาบแปรงสีฟันไว้ในปาก คว้าผ้าขนหนูมาผืนหนึ่ง พูดอย่างงัวเงีย “เช็ดๆ”
“เมี้ยว!” ถุย!
เยี่ยนฉืออยากร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา เขาคุยกับคนเมาไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ถ้าเป็นแมวธรรมดาคงเตะเจ้าของแล้วหนีไปนานแล้ว แต่เขากังวลว่าจะทำให้เฉียวโม่เจ็บ จึงทนกับการถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างเงียบๆ
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ กลิ่นเหล้าในปากเฉียวโม่ก็จางลงไปมาก เขาเองก็ดูสบายตัวขึ้น สายตาเผลอล่องลอยไปทางห้องอาบน้ำ แล้วก็พูดออกมาแบบลอยๆ “ฉัน…ฉันอยาก…”
หน้าแมวของเยี่ยนฉือบึ้งตึง ร้องเสียงสูง
“เมี้ยว!” นายไม่อยากหรอก!
เฉียวโม่ชูมือขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ ประกาศความต้องการของตัวเองเสียงดัง “รายงานครับ! ผมอยากอาบน้ำ!”
เยี่ยนฉือแทบจะสติหลุด หมายร้องห้ามสุดเสียง
ต้องขอบคุณฟ้าดินที่ในที่สุดเฉียวโม่ก็ล้มเลิกความคิดอันตรายนี้
เขานิ่งไปหลายวินาที แล้วหันกลับมาอย่างลังเล บ่นเบาๆ ว่า “ไม่มีแรงเลย อาบไม่ไหวแล้ว…”
เยี่ยนฉือโล่งใจทันที
เฉียวโม่เงื่องหงอยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดกับเจ้าเหมียวอย่างว่าง่าย “งั้นก็…ไปนอนละกันเนอะ” เขาก้าวเท้ายาวๆ ไปที่หน้าประตู แต่ไม่ทันระวังชนเข้ากับกรอบประตูเสียงดัง
หนึ่งคนหนึ่งแมวร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกัน
“เมี้ยว!”
“อ๊าก!”
เจ้าเหมียวร้องเพราะตกใจ แต่คนร้องเพราะเจ็บ
เฉียวโม่เสียการทรงตัว ถอยไปข้างหลังสองสามก้าว ตกอยู่ในท่วงท่าที่อันตรายอย่างยิ่ง
หัวใจของเยี่ยนฉือแทบลอยขึ้นมาที่ลำคอ
“เมี้ยว!”
“เฉียวโม่!”
เสียงตะโกนที่ดังขึ้นพร้อมกันนั้นทุ้มและหยาบกว่าปกติเพราะความตกใจ ในเสี้ยววินาทีก็มีมือใหญ่คู่หนึ่งโอบเอวเฉียวโม่ไว้แน่น ดึงเขาเข้ามาในอ้อมกอดอย่างมั่นคงได้อย่างน่าอัศจรรย์
ข้าวของในห้องน้ำหล่นกระจัดกระจายทั่วพื้น
“อ๊า…”
แผ่นหลังของเยี่ยนฉือที่กระแทกเข้ากับกำแพงเจ็บแปลบขึ้นมา เขาขมวดคิ้ว กัดฟันแน่น จากนั้นก็พูดว่า “เฉียวโม่ นายไม่เป็นไรนะ!”
ทันทีที่สิ้นเสียง เขาก็ตกตะลึง
เยี่ยนฉือรีบมองมือของตัวเอง ห้านิ้วปรากฏชัดเจน แม้แต่เนื้อแข็งๆ ตรงปลายนิ้วก็ชัดเจนเป็นพิเศษ ผมของเขายาวขึ้นเล็กน้อย ร่างกายเปลือยเปล่า และกำลังอุ้มเจ้าขี้เมาที่กำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขน
เยี่ยนฉือกลืนน้ำลายลงคอพร้อมความกลัวที่ยังอยู่ในใจ
เขาแปลงร่างกลับมาเป็นคนแล้ว
Comments



