everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 17-20 #นิยายวาย
บทที่ 20
นายเล่นเป็นหรือเปล่า ผมเล่นไม่เป็น
เยี่ยนฉือเคยจินตนาการสถานการณ์ที่ตัวเองแปลงร่างกลับไปเป็นคนไว้หลายรูปแบบ แต่ไม่มีแบบไหนที่จะน่าอึดอัดเท่าสถานการณ์ตรงหน้านี้แล้ว
เขาหันไปมองคนในอ้อมแขนอย่างเกร็งๆ
โชคดีที่เฉียวโม่ยังเมาอยู่ เขาซบอยู่ในอ้อมกอดของเยี่ยนฉือ หลับตาแน่นอย่างมึนงง
เฉียวโม่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมหน้าผากที่ถูกชนจนแดง สูดจมูกเบาๆ แล้วบ่นอย่างน่าสงสาร “เจ็บ เจ็บจังเลย…” เสียงของเขานุ่มนวลมาก แต่ก็เจือความแหบพร่าเล็กน้อย เหมือนกับน้ำตาลทรายบนหน้าบิสกิต ทั้งๆ ที่น้ำตาลแต่ละเม็ดเจือไปด้วยรสหวาน แต่มันกลับติดอยู่ในลำคอของเยี่ยนฉือ ทำให้เขากลืนไม่ลง
เยี่ยนฉือไม่พูดอะไร ได้แต่กลั้นหายใจไว้
เมื่อเฉียวโม่ไม่ได้รับความใส่ใจจากใครจึงซบตัวลงในอ้อมอกที่ทั้งแข็งแกร่งทั้งอบอุ่นของเยี่ยนฉือ เปลี่ยนท่าทางให้สบายขึ้น แล้วเป็นฝ่ายโอบอีกฝ่ายเข้ามา
สีหน้าของเยี่ยนฉือเปลี่ยนไปทันที ไม่กล้าหายใจแรง
เฉียวโม่เป็นเหมือน ‘ผู้วางเพลิง’ ที่ประมาทเลินเล่อ เขาคงแค่รู้สึกอุ่นจึงยิ่งแนบกายเข้ามาใกล้กว่าเดิม ผิวของทั้งสองเหมือนถูกไฟลวกรุนแรง แต่ทั้งที่ร่างกายของเยี่ยนฉือถูกปกคลุมด้วยเหงื่อเย็นที่มองไม่เห็น กลับรู้สึกทั้งร้อนทั้งหนาวในเวลาเดียวกัน
ทั้งร่างกายของเยี่ยนฉือแข็งทื่อ จะขยับก็ไม่รู้ควรขยับอย่างไร จะอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้
ไม่เพียงเท่านั้น เฉียวโม่ไม่ยอมแม้แต่ให้ลมหายใจที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าสูญเปล่า พุ่งตรงกระแทกเข้าที่กลางอกของเยี่ยนฉือ สะกิดหัวใจให้สั่นไหวราวกับกำลังถูกคนหยอกเย้า แม้แต่ริมฝีปากที่แดงก่ำภายใต้แสงไฟก็ยังสัมผัสกับแผ่นอกของเยี่ยนฉือ สัมผัสนุ่มนวลให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เหมือนจูบเบาๆ ที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว
เยี่ยนฉือกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หัวใจของเขาเต้นแรงจนเหมือนขึ้นมาติดที่ลำคอและพยายามพุ่งออกมา
ทว่าในสถานการณ์แบบนี้เฉียวโม่กลับโยกหัวเบาๆ อย่างไร้กังวล แล้วผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย
“…”
เยี่ยนฉือสูดหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกมา หน้าอกที่เป็นกล้ามเคลื่อนตัวขึ้นลงช้าๆ เขาออกแรงกอดเฉียวโม่ให้แนบชิดขึ้นราวกับกลัวอีกฝ่ายจะร่วงลงไป โดยกอดคนตรงหน้าไว้แน่นไม่ปล่อย
เฉียวโม่ไม่ค่อยตากแดด ผิวค่อนข้างขาว ตัดกับผิวสุขภาพดีของเยี่ยนฉืออย่างชัดเจน เมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟสีนวลในห้องน้ำ ความแตกต่างนี้ช่างดูคลุมเครืออย่างมาก
ไม่กี่นาทีต่อมาแผ่นหลังของเยี่ยนฉือก็ชาหนึบไปหมด
ขืนนั่งแบบนี้ต่อไปเกรงว่าเขาต้องทนอยู่ในท่านี้จนถึงเช้าแน่ๆ…
เยี่ยนฉือทน ‘การทรมาน’ นี้ไม่ไหว เขาอาศัยแรงเสียดทานจากพื้นช่วยพยุงตัวขึ้น เดินอุ้มเฉียวโม่ที่หลับสนิทกลับไปยังห้องนอน
เพื่อกันไม่ให้เฉียวโม่ตื่นขึ้นมากะทันหัน เยี่ยนฉือจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
พอเฉียวโม่หัวถึงหมอนก็ขดตัวกลมทันที
เยี่ยนฉือเคยอ่านเจอในอินเตอร์เน็ต ท่านอนแบบนี้เป็นสัญญาณของคนที่ขาดความรู้สึกปลอดภัย เขาก้มตัวลงห่มผ้าให้เฉียวโม่ มองอีกฝ่ายเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง
ร่างกายของเยี่ยนฉือยังรู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อย ไออุ่นยังไม่จางหาย เขาสามารถได้กลิ่นเหล้าจางๆ ที่มาจากตัวของเฉียวโม่
ค่ำคืนที่เงียบสงัด เยี่ยนฉือหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกจากตู้ ถึงจะคับไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าเปลือยเปล่าอยู่แบบนี้
จากนั้นเขาดึงธนบัตรใบหนึ่งที่ถูกลืมอยู่ในลิ้นชักออกมา นี่เป็นธนบัตรที่เขาเห็นโดยบังเอิญ และในวันนี้มันก็ได้ถูกนำมาใช้งานจริงสักที
โทรศัพท์มือถือกับกุญแจห้องของเยี่ยนฉือหายไปตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ เขาจึงต้องใช้เงินก้อนนี้เรียกรถไปหาไป๋อี้หนิง โชคดีที่ไป๋อี้หนิงเคยพูดถึงที่อยู่ไว้ครั้งหนึ่ง
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วเยี่ยนฉือก็เดินตรงไปที่ประตู แต่เดินไปได้ครึ่งทางเขาก็ย้อนกลับมา จัดผ้าห่มให้เจ้าขี้เมาที่นอนอยู่บนเตียงอย่างระมัดระวัง
“เสื้อผ้ากับเงินฉันจะคืนให้นายแน่” ริมฝีปากของเขาขยับน้อยๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยภาพของเฉียวโม่ พูดเสียงเบาว่า “ที่ผ่านมาก็ขอบใจนายมากนะ”
เขาหมุนตัวจากไปอีกครั้ง แต่แล้วมือข้างหนึ่งก็ถูกเฉียวโม่ดึงไว้
ปากของเฉียวโม่พึมพำบางอย่างที่เยี่ยนฉือฟังไม่ถนัด จึงโน้มเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว ได้ยินเฉียวโม่ละเมอว่า “ทำไม…ถึงไม่สนใจฉันแล้วล่ะ” เขามักจะละเมอขณะนอนหลับด้วยท่าทางน่าสงสารอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าฝันเห็นอะไรแบบไหนอีก
เยี่ยนฉือหลุบตาลงมองเฉียวโม่ด้วยความรู้สึกบางอย่างในใจอยู่นาน ริมฝีปากบางๆ เม้มแน่น
เขาดึงมือของตัวเองออก แล้วยื่นไปหาเฉียวโม่ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าผากของอีกฝ่ายก็ชักมือกลับมาอีกครั้ง ได้แต่พูดปลอบเบาๆ ว่า “ก็บอกแล้วไง อย่าไปสนใจพวกงี่เง่าพวกนั้นเลย” พูดจบเขาก็รู้สึกแปลกๆ แต่บอกไม่ได้ว่าแปลกที่ตรงไหน
เยี่ยนฉือเบือนสายตาไปทางอื่น ความรู้สึกอึดอัดตีขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
เขาคิด ถ้าหายไปเฉยๆ แบบนี้ เฉียวโม่ต้องร้องไห้ ต้องเสียใจแน่
แต่เขาจำเป็นต้องทำแบบนี้ ช่วงนี้ร่างกายของเขาผิดปกติเกินไป คืนนี้เขายังกลับคืนสภาพเดิมได้ แต่ไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้จะยังคงรักษาสภาพนี้ไว้ได้หรือเปล่า
พอคิดแบบนั้นเยี่ยนฉือก็ขบฟันแน่น ลุกขึ้นอย่างตัดสินใจเด็ดขาด แล้วเดินออกจากห้องนอนไป
เขาไม่รู้ว่าครั้งหน้าที่ตัวเองได้เจอเฉียวโม่จะเป็นสถานการณ์แบบไหน บางทีเฉียวโม่อาจจะรักษาระยะห่างตามที่ตกลงไว้ และต่างคนก็ต่างเป็นได้แค่คนแปลกหน้าในมหาวิทยาลัย
เยี่ยนฉือรู้สึกเจ็บแปลบในอก นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอึดอัดแบบนี้ ทำไมความสัมพันธ์ของพวกเขาถึงย่ำแย่ได้ขนาดนี้นะ
เขากัดฟันแน่น ท่ามกลางความรู้สึกหงุดหงิดนี้กลับเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากไป เมื่อเขาก้าวออกจากประตูบานนี้ไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเฉียวโม่อาจจะจบลงจริงๆ
ความลังเลที่เอ่อล้นนี้ทำให้ย่างก้าวของเขาช้าลง
เยี่ยนฉือหยุดชะงักอย่างควบคุมไม่ได้ เหลือบตามองไปทางห้องนอนหลายครั้ง ระหว่างที่เดินวนเวียนไปมาอย่างฝืนๆ อยู่นี้ร่างกายของเขาพลันสูญเสียพลังอย่างอธิบายไม่ถูก รู้สึกวิงเวียนทันใด
ไม่นานเหนือศีรษะของเขาก็มืดทึบไปทั้งแถบ เมื่อมองผ่านผ้าที่คลุมไว้ เขาสามารถมองเห็นแสงสว่างพร่าตาจากห้องนั่งเล่นได้อย่างเลือนราง
เยี่ยนฉือตื่นตระหนกในช่วงแรก ต่อมาก็พยายามดิ้นรน เขาใช้พลังที่มีมุดผ่านผ้าที่กองสะเปะสะปะออกมาอย่างยากลำบาก เฟอร์นิเจอร์ตรงหน้ากลับกลายเป็นสิ่งของที่ใหญ่โตมโหฬารเหมือนตอนที่เขาตื่นขึ้นมาครั้งแรก
เยี่ยนฉืออ้าปากโดยไม่ทันตั้งตัว “เมี้ยว?”
ทำไมฉันถึงกลายเป็นแมวอีกแล้วล่ะ!
ช่วงเวลากลับคืนสู่ร่างมนุษย์นั้นช่างสั้นนัก
ไม่กี่วันต่อมา ไม่ว่าเยี่ยนฉือจะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจแปลงร่างกลับไปเป็นคนได้อีก เขาได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก เหมือนกับมะเขือยาวที่ถูกน้ำค้างแข็งกัดกิน ท่าทางห่อเหี่ยวไปทั้งวัน แม้แต่คาเวียร์ที่วางอยู่ตรงหน้าก็ยังกินไปได้แค่ครึ่งชาม
ตรงกันข้ามกับเฉียวโม่ หลังตื่นจากอาการเมาแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
เขาจำได้รางๆ ว่าคืนที่เมานั้นเขาฝัน ฝันว่าเยี่ยนฉือจับมือเขาไว้ พูดคุยกับเขาแบบเผชิญหน้า น้ำเสียงไม่มีแววรังเกียจแม้แต่น้อย
ความรู้สึกนั้นเหมือนกับว่าเยี่ยนฉือก็ชอบเขาเหมือนกัน
พอเฉียวโม่ตื่นขึ้นมา หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยรสหวานล้ำ แม้จะรู้ในภายหลังว่าเป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่ง และรู้สึกผิดหวังอย่างไม่รู้จบ แต่เขาก็ไม่อาจโทษใครได้
เขายังคงชอบเยี่ยนฉืออยู่ดี
ดังนั้นหลังจากคิดไปคิดมาเฉียวโม่ก็รวบรวมความกล้าส่งข้อความยาวๆ ไปให้เจ้าแกะน้อยทางวีแชต
‘พี่หยาง ผมจะไม่ไปรบกวนเขาอีกแล้ว แต่ถ้าเขาไม่รังเกียจ มีเรื่องอะไรก็มาให้ผมช่วยได้ เขาพาผมเล่นเกมตั้งนานขนาดนี้ ผมนึกอยากขอบคุณเขามาตลอด’
ถ้าไม่ใช่เพราะเยี่ยนฉือ เฉียวโม่ก็คงไม่มีความมั่นใจจะเล่นเกมนี้ต่อไปได้
เฉียวโม่จำได้ว่าเขาและเยี่ยนฉือพบกันในเกมระหว่างภารกิจทีม
ตอนนั้นเขายังเป็นมือใหม่แกะกล่อง แม้แต่ทิศทางของภารกิจก็ยังไม่รู้เรื่อง จึงได้แต่ติดตามกลุ่มหลักอยู่นานมาก ก่อนจะฝ่าไปถึงภารกิจด่านสุดท้ายด้วยความมึนงง
[หนึ่งทีมมีสมาชิกสองคน ภารกิจคือจับตัวชะมดในหมู่บ้านทั้งหมด (0/1,000)]
เฉียวโม่มองซ้ำให้แน่ใจ หนึ่งพันตัว?!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องจำนวน พื้นที่แห่งนี้ไม่ใหญ่มาก แต่ละทีมก็เข้าๆ ออกๆ อย่างต่อเนื่อง ชะมดที่มีจำนวนไม่มากมักจะถูกกำจัดเกลี้ยงจนหมดภายในไม่กี่วินาที เดี๋ยวพอชะมดปรากฏตัว ศึกแย่งชิงก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
เฉียวโม่เล่นมาทั้งบ่าย รู้สึกเหนื่อยล้ามาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองลงภารกิจที่ยุ่งยากนี้ไปเพื่ออะไรกัน
แต่ถ้าถอนตัวออกไปตอนนี้จะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้คนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะที่เขากำลังกลัดกลุ้มอยู่นี้ ในช่องทีม ทุกคนได้จัดตั้งทีมเล็กๆ ของตัวเองแล้ว
หัวหน้าทีม แบ่งเป็นห้าทีมย่อย ตั้งประจำการห้าจุดทางทิศตะวันตก แต่ละทีมต้องจับให้ได้สองร้อยตัว
หัวหน้าทีม อย่าให้ทีมอื่นแย่งเรื่องความเร็วไปได้
เฉียวโม่รีบส่งคำขอร่วมทีม เขาสุ่มคลิกเลือกเพื่อนร่วมทีม แต่ระบบกลับแจ้งว่าอีกฝ่ายมีเพื่อนร่วมทีมอยู่แล้ว เขาจึงคลิกเลือกคนอื่นอีก แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน
สุดท้ายจึงเหลือแค่เฉียวโม่กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง
เพื่อนคนนั้นใช้ชื่อว่า ‘ลูกแกะแดนเหนือรอถูกเชือด’
หัวหน้าทีมรบเร้า ‘เจ้าลูกแกะ MO ทำไมพวกนายสองคนยังไม่มีทีมอีก’
วินาทีต่อมาคำขอร่วมทีมของลูกแกะน้อยก็เด้งขึ้นมาในระบบของเฉียวโม่
‘ตอบรับ’ หรือ ‘ปฏิเสธ’
เฉียวโม่คลิก ‘ตอบรับ’
ลูกแกะน้อยพูดน้อยมาก เขาแต่งกายด้วยชุดหรูหรา สวมใส่อุปกรณ์ระดับสูง เห็นได้ชัดว่าผู้เล่นคนนี้อยู่ในระดับเทพ ไม่นานนักเขาก็จับชะมดไปได้สามสิบตัวในรวดเดียว
เฉียวโม่มองดูกระเป๋าตัวเองที่มีชะมดแค่สามตัว น้อยจนน่าสงสาร พลอยรู้สึกหมดกำลังใจอย่างมาก
เขายังไม่ทันได้ตัดพ้อ ลูกแกะน้อยก็ชูคันศรในมือขึ้นและยิงออกไป แย่งตัวชะมดที่อยู่ข้างเท้าของเฉียวโม่มาได้
ลูกแกะน้อยยังคงไว้หน้าเขาอยู่บ้าง ถามเขาในช่องทีมว่า ‘นายเล่นเป็นปะเนี่ย’
เฉียวโม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวถ่วง ได้แต่ตามก้นคนอื่นเพื่อเก็บชะมดตัวที่เหลืออย่างหงอยๆ
[ชะมด +1]
เขามีชะมดสี่ตัวแล้ว
ในทุกคำพูดของลูกแกะน้อยเจือความดูถูก ‘แค่มาแจมเควสต์เฉยๆ ใช่มะ’
[ชะมด +1]
ชะมดของเฉียวโม่มีห้าตัวแล้ว
ลูกแกะน้อยถามต่ออย่างหมดความอดทน ‘ตกลงว่าเล่นเป็นไหม’
เฉียวโม่เห็นว่าเขาหลบเลี่ยงต่อไปไม่ได้แล้ว มือที่จับเม้าส์ก็ไม่กล้าขยับอีก
MO ผมเล่นไม่เป็น
อีกฝ่ายไม่เคยเห็นท่าทีที่ตรงไปตรงมาแบบนี้มาก่อน ตอนกำลังจะส่งเครื่องหมายคำถามกลับไป ก็เห็น MO ขอโทษกลับมาอย่างจริงจัง
‘พอจบเควสต์นี้ผมก็ไม่เล่นแล้ว ขอโทษด้วยที่เพิ่มความยุ่งยากให้คุณ’
โปรดติดตามตอนต่อไป…
Comments



