everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 21-24 #นิยายวาย
ทดลองอ่านเรื่อง คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1
ผู้เขียน : อีตั่วเสี่ยวชงฮวา (一朵小葱花)
แปลโดย : เฉินซุ่นเจิน
ผลงานเรื่อง : 暗恋对象是猫?
ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน
จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
– – – – – – – – – – – – – – – – –
Trigger Warning
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ
เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับการบูลลี่ การทำร้ายเด็ก ความรุนแรงในครอบครัว
การทำร้ายทางจิตใจ อาการป่วยทางจิต และการค้ามนุษย์
ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ
สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
** หมายเหตุ: ยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **
– – – – – – – – – – – – – – – – –
บทที่ 21
ถ้านายตกลง ก็เรียกฉันว่าอาจารย์ซะ
เกมนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของบริษัทเพื่อนเฉียวอวี่ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก และเพราะเห็นแก่มิตรภาพ เฉียวอวี่จึงเปิดบัญชีและเล่นเกมไปสองสามวัน
เขาพบว่าภารกิจหลายอย่างในเกมต้องอาศัยการร่วมมือกันเป็นทีม ด้วยความที่งานยุ่ง เขาจึงไม่อยากทุ่มเทเวลาให้กับเกมนี้มากนัก ก่อนที่เขาจะคิดได้ว่าเกมนี้มันน่าจะเหมาะกับเฉียวโม่
เฉียวอวี่จึงเปลี่ยนชื่อไอดีเป็น ‘MO’ อย่างง่ายๆ จงใจโยนไอดีนี้ให้กับอีกฝ่าย โดยอ้างว่า ‘งานยุ่งเกินไป’
ตอนนั้นเฉียวโม่เพิ่งถูกเยี่ยนฉือ ‘ปฏิเสธ’ มาไม่นาน อารมณ์หดหู่อย่างมาก ทำให้ครอบครัวเป็นกังวล เขาตั้งใจว่าจะลองเล่นเกมดูสักครั้ง จึงเปิดเกมอย่างเชื่อฟังเพื่อเล่นฆ่าเวลา
ผลปรากฏว่าเขาโดนยำเละในเกมตลอดทั้งสัปดาห์ ความรู้สึกขมขื่นจึงมีแต่เพิ่มไม่มีลดลงเลย
เฉียวโม่ไม่เคยเล่นเกม เล่นไม่เก่งยังพอให้อภัย แต่เพื่อนในเกมกลับไม่คิดแบบนั้น ในสายตาของพวกเขา เฉียวโม่เป็นแค่ตัวถ่วงที่ทำให้ทีมพัง
ระหว่างการล่าชะมด หัวหน้าทีมตรวจสอบจำนวนชะมดที่แต่ละทีมพบ และเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ทีมของเฉียวโม่ทันที
‘พวกนายสองคน ใคร AFK*’
ลูกแกะน้อยเงียบ
เฉียวโม่รวบรวมความกล้าตอบ
‘ขอโทษครับ’
เขายังคงเก็บชะมดที่หลุดรอดสายตาคนอื่นไป
แต่เมื่อมีคนเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งการเก็บชะมดตัวที่คนอื่นพลาดไป เฉียวโม่ยังรู้สึกลำบาก ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่ลูกแกะน้อยก็พลอยช้าลงไปด้วย
ทีมสองคนทีมอื่นประสานงานกันได้อย่างราบรื่น และจับชะมดกันได้ประมาณหนึ่งร้อยตัว
สองมือของเฉียวโม่คลิกเม้าส์กดแป้นพิมพ์ไม่หยุด แต่แล้วเขาก็โจมตีฝูงกระต่ายป่าเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ขณะกำลังหลบหนีอยู่นั้นเขาดันตกหน้าผา พลังชีวิตของเขาลดฮวบทันทีที่ตกลงมา จากนั้นก็ถูกกระต่ายป่ากินจนไม่เหลือซาก
[MO ถูกกระต่ายป่าฆ่าตาย]
ช่องแชตของทีมปะทุขึ้นทันที
เพื่อนร่วมทีม 1 สุดยอดอะ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!
เพื่อนร่วมทีม 2 AFK เหรอ
เพื่อนร่วมทีม 3 ขำแทบตาย แต่ก็น่ารักดี ฮ่าๆ
เพื่อนร่วมทีม 4 ยอมใจเลย จะเก่งกี่โมง
เพื่อนร่วมทีม 5 ตัวถ่วง
เฉียวโม่หน้าแดงก่ำอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่เข้าร่วมภารกิจนี้ เขากำเม้าส์แน่น จ้องนับถอยหลังการคืนชีพบนหน้าจออย่างทำอะไรไม่ถูก กัดริมฝีปากล่างด้วยความร้อนรน
ข้อความในช่องแชตทีมที่ส่งมาอย่างรวดเร็วนั้นบาดตา เขาอ่านจนรู้สึกด้านชาไปหมด เหมือนกลับไปอยู่ในสมัยมัธยมต้น กลับไปอยู่ในเมืองเล็กๆ ในวัยเด็กอีกครั้ง
เขาเป็นคนเดียวในชั้นเรียนที่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ถูกสังคมรังเกียจและไม่ชอบหน้า เขายังเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของห้อง ก้มหน้าลงฟังเพื่อนร่วมชั้นกระซิบกระซาบและวิพากษ์วิจารณ์เขา
เสียงนั้นดังหึ่งๆๆ เหมือนแมลงวันจำนวนนับไม่ถ้วนกระพือปีกอยู่ในหู…
‘วันนี้เขาใส่เสื้อขาดๆ มาอีกแล้ว ดูซกมกจังเลย’
‘เขาต้องไม่ได้อาบน้ำแน่ๆ เหม็นเปรี้ยวด้วย…’
‘แม่ฉันบอกว่าเขาถูกเก็บมาเลี้ยง’
‘หา ไม่ใช่ลูกเมียเก็บของพ่อหรอกเหรอ มิน่าล่ะ แม่ถึงไม่สนใจ’
‘เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าเขาขโมยปากกาหมึกซึมของเธอไปหรอกนะ’
‘ไม่รู้สิ’
…
เฉียวโม่ในวัยเด็กเงยหน้าขึ้นอย่างลนลาน เพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทำอย่างไร เขาจึงได้แต่หดไหล่ลงอย่างหวาดกลัวท่ามกลางเสียงหัวเราะไม่มีที่สิ้นสุด จากนั้นก็ก้มหน้าลง บิดชายเสื้อด้วยความรู้สึกต่ำต้อย สีหน้าดูมืดมนระคนอับอาย
เสื้อผ้าที่เขาใส่เป็นเสื้อเก่าๆ ที่คนอื่นไม่ต้องการแล้ว บางตัวขาดเป็นรู บางตัวเปื้อนคราบน้ำแกงที่ซักไม่ออก และไม่มีตัวไหนที่พอดีตัวเขาเลย
เขาอาบน้ำอย่างตั้งใจมากทุกครั้ง ร่างกายไม่เคยมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเลยจริงๆ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนร่วมชั้นถึงพูดแบบนั้น
อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่ลูกนอกสมรสด้วย แต่เขาเคยได้ยินเพื่อนบ้านพูดมาบ้างว่าเขาเป็นลูกบุญธรรม
เขายิ่งไม่ได้หยิบปากกาหมึกซึมของเพื่อนร่วมชั้นไป เขาไม่เคยแม้แต่จะเห็นมันด้วยซ้ำ
เฉียวโม่อยากจะอธิบายทุกอย่าง แต่เขากลับลังเลไม่กล้าพูดออกมา สายตาเหยียดหยามของคนอื่นเป็นเหมือนกับมีดสั้นคมกริบที่ขีดเส้นแบ่งระหว่างพวกเขามานานแล้ว พวกเขารู้สึกขยะแขยงจนไม่ยอมฟังสักคำที่เขาพูด
ความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจของเฉียวโม่ทำให้เขาสั่นสะท้าน แม้ในตอนนี้เขาจะออกจากสภาพแวดล้อมที่ชวนหายใจไม่ออกนี้ไปนานแล้ว แต่เขาก็อดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
ปลายนิ้วของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เหงื่อตรงขมับไหลลงมาตามแก้ม ความตื่นตระหนกแล่นเข้ามาในหัวใจ
เฉียวโม่พยายามสงบสติอารมณ์ วางมือลงบนแป้นพิมพ์และเริ่มพิมพ์อย่างหมดหนทาง เขาพิมพ์คำขอโทษหนึ่งบรรทัด ลบทิ้ง จากนั้นก็เรียบเรียงคำพูดใหม่โดยใช้ความรู้สึกหวั่นวิตกนับไม่ถ้วนมาประกอบกันเป็นคำขอโทษที่จริงจังมากขึ้น
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความสับสน ข้อความส่วนตัวก็เด้งขึ้นมา ดึงความคิดที่กำลังเตลิดเปิดเปิงของเขาให้เข้าที่
ลูกแกะน้อย เปิดไมค์คุยกันหน่อย
ริมฝีปากของเฉียวโม่ขาวซีด เขาอ่านทวนข้อความนั้นซ้ำๆ อย่างงุนงง
ลูกแกะน้อย ฉันเพิ่มนายเป็นเพื่อนแล้ว กดรับเร็วเข้า
ลูกแกะน้อย ฉันจะสอนวิธีทำเควสต์ให้นาย พิมพ์คุยไม่สะดวก เร็วสิ อย่าให้เสียเวลา
เฉียวโม่รีบทำตาม เขากัดฟันแน่น แล้วเชื่อมต่อไมค์คุยกับคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร
‘ซ่าๆ…’ เสียงคลื่นแทรกที่ปลายสายดังจนเฉียวโม่รู้สึกแสบแก้วหู เขาถอดหูฟัง แล้วเปิดลำโพงแทน
เนื่องจากนี่เป็นฟีเจอร์เสียงที่เพิ่งเข้ามาในเกม ระบบยังไม่ค่อยเสถียรเท่าไร เสียงฝั่งนั้นดังบ้างเบาบ้าง ปนกันมั่วไปหมด เฉียวโม่ปรับอยู่ราวห้าหกนาทีถึงจะเริ่มฟังอีกฝ่ายรู้เรื่อง
‘ได้ยินยัง’ เสียงชัดแจ๋วดังมาตามสาย แทรกผ่านคลื่นรบกวนปนเป ส่งตรงมาถึงเขาอย่างไร้อุปสรรค
เฉียวโม่งุนงง รู้สึกคุ้นเคยเสียงนี้อย่างบอกไม่ถูก ได้ยินแล้วใจเต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ
‘ฮัลโหล ได้ยินยัง’ อีกฝ่ายถามย้ำ
เฉียวโม่ไม่ได้คิดอะไรมาก พิมพ์ตอบหน้าแดงเถือก
‘ได้ยินแล้ว’
‘ต่อจากนี้นายฟังฉันให้ดี แล้วตามให้ทันด้วย’
MO ได้ รบกวนด้วยนะ
ลูกแกะน้อยไม่เกรงใจเฉียวโม่เลย อ้าปากก็สั่งการทันที ‘นายยืนอยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันจะเปิดสกิลอัลติเมต* จากตรงนั้น ส่วนนายใช้สกิลโจมตีหมู่อยู่ตรงนี้ พอฉันนับ ‘สาม สอง หนึ่ง ยิง’ นายค่อยลงมือ’
MO ได้
ระหว่างนั้นเฉียวโม่ก็ได้ยินเสียงคนอื่นดังมาจากปลายสาย น่าจะกำลังถามว่าอยากให้ช่วยซื้อข้าวกลับมาไหม
เขาได้ยินลูกแกะน้อยตอบส่งๆ ‘เหมือนเดิม เอาซุปมาให้ฉันด้วย’
คนนั้นหัวเราะ ‘นายนี่ขอเยอะจริงๆ’
ลูกแกะน้อยหัวเราะตาม ‘ฉันช่วยนายทำเควสต์ฟรีๆ แล้วนะ แค่เอาซุปให้ฉันหน่อยจะเป็นอะไรไป’
‘ได้ๆ เลี้ยงข้าวนายยังได้เลย’
เฉียวโม่ยืนอยู่ตรงจุดที่ลูกแกะน้อยให้เขายืนอย่างว่าง่าย ฟังเสียงโลกอันสดใสที่ไม่เคยเป็นของเขาอย่างเงียบๆ พลันรู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ ที่แท้ในหอพัก เพื่อนร่วมห้องสามารถซื้อข้าวให้กันและช่วยกันเล่นเกมแบบนี้ได้ด้วย
เขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนั้นเลยสักครั้ง
จากนั้นคำสั่งของลูกแกะน้อยก็ดังขึ้น
เฉียวโม่เปิดสกิลโจมตีกลุ่ม ชะมดฝูงหนึ่งถูกพวกเขาทั้งสองจับได้สำเร็จ ในช่องจำนวนภารกิจแสดงว่า
[เฉียวโม่ +10]
[ลูกแกะน้อย +20]
นอกจากนี้เฉียวโม่ยังทำเควสต์ลับ ‘ฆ่าชะมดสิบห้าตัวแรก’ สำเร็จ และได้รับธงเกียรติยศขนาดเล็กเป็นรางวัลด้วย
เฉียวโม่ตอบอย่างมีมารยาท
‘ขอบคุณมาก ผมได้ธงเกียรติยศแล้ว’
เขาเพิ่งเคยได้ครั้งแรก
ลูกแกะน้อยเหมือนกำลังดื่มอะไรบางอย่างอยู่ พลันพ่นน้ำออกมาเต็มคำ
‘แค่กๆๆ นายเพิ่งเล่นเกมนี้วันแรกเหรอ’
‘วันที่ห้า มีคนยกไอดีนี้ให้ผม’
‘อ่อ มิน่าล่ะ นายถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย’
‘มันยากเกินไป’
คำว่า ‘ยากเกินไป’ ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองเข้าสู่ความกระอักกระอ่วนอย่างสมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่คิดว่ามันยากอะไร
ไม่นานลูกแกะน้อยก็กระแอมไอ ‘จะรีรอบใหม่แล้ว เตรียมตัวด้วย’
ภายใต้การร่วมมือของทั้งคู่ จำนวนชะมดที่พวกเขาจับได้ก็พุ่งนำคนอื่นไปไกล
เฉียวโม่รอการรีรอบใหม่อย่างว่าง่าย ลูกแกะน้อยกระโดดเก็บสมุนไพรไปมาอย่างร่าเริง มีต้นหนึ่งขึ้นอยู่ตรงเท้าเฉียวโม่พอดี ลูกแกะน้อยคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อเก็บมัน
MO …
ลูกแกะน้อย …
ลูกแกะน้อยหาเรื่องคุย ‘รีรอบใหม่อาจจะต้องรออีกหน่อย’
‘อืม’
‘นายไม่คิดจะเล่นต่อแล้วจริงเหรอ’
ปุ่มเว้นวรรคของเฉียวโม่ใช้งานไม่ได้ พิมพ์อะไรไม่ได้เลย เขาพยายามแก้ไขอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากให้ฝั่งนั้นต้องรอนาน จึงต้องเปิดไมค์คุยอย่างจนปัญญา แล้วพูดเสียงเบาว่า ‘มันยากเกินไป ผมเล่นไม่เป็น’
อีกฝ่ายเงียบเสียงลงกะทันหัน แม้แต่เสียงพิมพ์บนแป้นพิมพ์ก็หายไปด้วย
โทรศัพท์มือถือของเฉียวโม่สั่นขึ้นอย่างรู้เวลา มันเป็นสายจากเฉินหลิง เขาพูดผ่านไมค์อย่างเก้ๆ กังๆ ‘ผมขอไปรับสายก่อนได้ไหม’
อีกฝ่ายตอบ ‘อ่อ…อ่อ นายไปเถอะ’ จู่ๆ ก็พูดจาติดขัดโดยไม่รู้สาเหตุ
เฉียวโม่ไม่ได้สังเกตเห็นในจุดนี้ เขาหยิบมือถือออกไปที่ระเบียง พอคุยสายเสร็จ ลูกแกะน้อยก็ลุยเดี่ยวไปอีกเขตแล้ว แถมแย่งตัวชะมดของคนอื่นมาเรียบร้อย
[ความคืบหน้าภารกิจ (199/200)]
ข้างเท้าของเฉียวโม่มีชะมดที่เสียเลือดเกือบหมดตัวอยู่ตัวหนึ่ง เขาฟันฉับไปหนึ่งที
[ความคืบหน้าภารกิจ (200/200)]
[ขอแสดงความยินดีกับจอมยุทธ์เฉียวโม่ที่ฟันตัวสุดท้ายได้สำเร็จ!]
เฉียวโม่พูดอย่างลำบากใจ ‘ทำไมถึงช่วยผมเก็บหมดเลยล่ะ’
ลูกแกะน้อย ‘เก็บขำๆ น่ะ’
เฉียวโม่พยักหน้า ตอบกลับอย่างมีมารยาท ‘ขอบคุณ’
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมาภารกิจทีมก็สำเร็จ
[จับตัวชะมด (1000/1000)]
ในเวลาเดียวกัน เฉียวโม่ได้รับไอเทมพิเศษจากระบบซึ่งเป็นรางวัลของภารกิจสุดยุ่งยากนี้ ภารกิจแบบนี้มีแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น และทุกคนมาที่นี่เพราะอยากเก็บไอเทมนั่นแหละ
เฉียวโม่ไม่รู้ว่าไอเทมมีไว้ทำอะไร แต่พอเขาเห็นท่าทางดีใจของทุกคนแล้ว ก็เลยยกมันให้ลูกแกะน้อยเป็นของขวัญขอบคุณ ถึงยังไงเขาก็จะลบเกมอยู่แล้ว เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์
เขาขอบคุณลูกแกะน้อยอีกครั้งก่อนปิดไมค์ ตั้งใจจะล็อกเอาต์ออกจากเกม
ลูกแกะน้อยทักแชตเขา ‘นายอยากเล่นต่อหรือเปล่า’
เฉียวโม่ไม่เข้าใจ
ลูกแกะน้อย ฉันจะพานายเล่นเอง
ลูกแกะน้อยแนะนำตัวเอง ‘ไอดีนี้ของเพื่อนฉัน ไอดีของฉันเทพกว่านี้เยอะ’
เขาส่งไอดีชื่อ ‘ซิงเฉิน’ มาให้
เฉียวโม่สับสนมาก ปุ่มเว้นวรรคของเขายังคงเสียอยู่ จึงทำได้แค่ออกจากเกม รีสตาร์ตเครื่อง แล้วล็อกอินใหม่อีกครั้ง
ลูกแกะน้อยถามมาในแชต ‘นายออฟไลน์เหรอ’
MO เมื่อกี้ปุ่มเว้นวรรคมีปัญหา พิมพ์ไม่ได้
MO ผมเล่นไม่ค่อยเป็น
ลูกแกะน้อยตอบกลับมา ‘ไม่เป็นไร ฉันจะสอนนายเอง’
MO ทำไมล่ะ
พอลูกแกะน้อยหรือเยี่ยนฉือที่กำลังใช้ไอดีของไป๋อี้หนิงอยู่เห็นคำถามจาก MO เขาก็เผลอพิมพ์ออกไป
‘เสียงของนายเพราะดีนะ ฉันชอบมาก’
เหมือนคนที่เขารู้จักมาก
แต่คนคนนี้ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางงุ่มง่ามเหมือน MO และไม่มีทางมีมารยาทเหมือน MO แบบนี้ด้วย
เยี่ยนฉือ ถ้านายตกลง ก็เรียกฉันว่า ‘อาจารย์’ ซะ
เฉียวโม่กลับเอาแต่จ้องมองคำว่า ‘ชอบ’ อย่างเหม่อลอย เขารู้สึกอบอุ่นในใจ อธิบายไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน ตั้งแต่เด็กจนโตนอกจากเฉินหลิงที่เคยส่งกำลังใจให้เขากล้าพูดแล้ว นี่ก็เป็นครั้งที่สองที่มีคนบอกว่าชอบเสียงของเขา
เขาหยุดอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วสัมผัสอยู่บนแป้นพิมพ์
MO อาจารย์
* AFK ย่อมาจาก Away from Keyboard หมายถึงการปล่อยตัวละครทิ้งไว้โดยไม่เคลื่อนไหว
* สกิลอัลติเมต คือสกิลที่ทรงพลังที่สุดของตัวละคร เป็นสกิลที่ใช้เวลารวบรวมพลังงานมากที่สุดหรือมีคูลดาวน์สกิลยาวนานกว่าสกิลอื่นๆ กว่าจะใช้ได้หนึ่งครั้ง
Comments



