everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 21-24 #นิยายวาย
บทที่ 22
แมวหางโตอยากกิน Mo
ไอดีของเฉียวโม่แรงก์ไม่สูงมาก แตกต่างจาก ‘ซิงเฉิน’ ไอดีหลักของเยี่ยนฉืออย่างมาก จึงมีพื้นที่ทดสอบมากมายที่เฉียวโม่ต้องเคลียร์ด้วยตัวเอง
ตัวละครในเกมของเฉียวโม่มักจะเข้ามาในเกมด้วยความกังวลและออกมาพร้อมบาดแผลเต็มตัว
ถ้าเป็นคนอื่นคงต้องบ่นไม่เลิกแน่ๆ หลายครั้งก็อาจจะเลิกเล่นเกมไปเลยก็ได้ แต่เมื่อมีเยี่ยนฉือคอยสนับสนุน เฉียวโม่จึงอดทนและเล่นเกมต่อไปอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
เขาเชื่อฟังอย่างน่าประหลาดใจ โดยยอมทำตามทุกอย่างที่เยี่ยนฉือบอกในเกม
สุดท้ายแล้วเฉียวโม่ก็ไม่เคยมีเพื่อนเลยตั้งแต่เด็กจนโต ‘อาจารย์’ ที่ปรากฏตัวอย่างไม่คาดคิดนี้เติมเต็มตำแหน่ง ‘เพื่อน’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พอเฉียวโม่รักบ้านก็พลอยรักอีกาบนหลังคาบ้าน* กระทั่งเริ่มชอบเกมที่แสนยากลำบากนี้ไปด้วย
ช่วงแรกเยี่ยนฉือถูกดึงดูดด้วยน้ำเสียงของเฉียวโม่ก่อน ต่อมาเขาหลงรักในความมีมารยาทและน่าเอ็นดูของเฉียวโม่ และแอบหลงรักอีกฝ่ายข้างเดียวมาอย่างยาวนาน
ตามปกติแล้วเวลาที่อาจารย์พาลูกศิษย์เล่นเกม แค่ชี้แนะนิดหน่อยก็พอ แต่สำหรับเยี่ยนฉือ เขาแทบอยากจะตามติดเฉียวโม่อยู่ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะมีใครมารังแกลูกศิษย์สุดที่รักคนนี้เข้า
หลังจากเฉียวโม่ถูกบททดสอบเล่นงานจนท้อแท้นับครั้งไม่ถ้วน เยี่ยนฉือก็ไม่ยอมหลับไม่นอน รีบปั้นไอดีเล็กๆ ขึ้นมาใหม่ กระทั่งจัดการหาอุปกรณ์ให้เรียบร้อย และตั้งชื่อไอดีรองนั้นว่า ‘YAN’
ไอดีนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อจุดประสงค์อื่นใด แต่เพื่อเล่นเป็นเพื่อนเฉียวโม่โดยเฉพาะ
ไป๋อี้หนิงมองทะลุความคิดของเยี่ยนฉือ ถามอย่างเจ้าเล่ห์อยู่ในหอพักว่า ‘เหล่าเยี่ยน เขาว่ากันว่า ‘เป็นครูครั้งหนึ่ง เป็นพ่อตลอดชีวิต’ ฉันว่านายเป็นแค่แมวหางโตที่อยากกินปลา คงไม่ได้แค่อยากเป็นพ่อของเขาใช่ไหม’
เยี่ยนฉือยัดปลาแห้งชิ้นหนึ่งเข้าปากไป๋อี้หนิงทันที กระแอมไอเบาๆ ก่อนพูดอย่างเคร่งขรึมว่า ‘อย่าพูดจาเหลวไหล’
เยี่ยนฉือทำตัวน่าสงสัยจริงๆ ไป๋อี้หนิงส่งเสียง ‘อือๆ’ อย่างชอบใจ หึ ทายถูกเข้าให้แล้วไหมล่ะ!
หลังจากเวลาออนไลน์ของ YAN เกินเวลาออนไลน์ของซิงเฉินไปมาก เยี่ยนฉือก็ให้เฉียวโม่ตั้งสถานะศิษย์อาจารย์ไว้ที่โพรไฟล์ เวลาที่พวกเขาเล่นเกมจะได้เชิญกันสะดวก
เมื่อเวลาผ่านไป เฉียวโม่เริ่มสนใจในทุกพื้นที่ของเกมมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนที่พวกเขาลงดันเจี้ยนด้วยกันเป็นครั้งแรก เยี่ยนฉือเป็นคนจัดทีมขึ้นมาเอง
เยี่ยนฉือเชิญไป๋อี้หนิง หลินจวี๋ และเพื่อนสนิทอีกสองสามคนมาร่วมด้วย ทำให้เกิดดันเจี้ยนเล็กๆ ที่รองรับผู้เล่นสิบคน
เฉียวโม่ตื่นเต้นแทบตาย
เยี่ยนฉือส่งข้อความส่วนตัวหาเขา
YAN คนกันเองทั้งนั้น เล่นตามสบายเลย
MO ผมจะเล่นให้ดี อาจารย์ อาจารย์ดีกับผมเกินไปแล้ว
เยี่ยนฉืออารมณ์ดี มุมปากยกยิ้มน้อยๆ ‘เรื่องเล็กน้อยน่า ไม่เป็นไรเลย พวกเขาเป็นเพื่อนฉันทั้งนั้น นิสัยก็ดีมากด้วย’
ไป๋อี้หนิงนั่งอยู่ข้างๆ เยี่ยนฉือ เหลือบมองคอมพิวเตอร์ของเขา จงใจเติมเชื้อไฟเข้าไปโดยการบ่นในช่องแชตทีมว่า
ลูกแกะน้อย แหมๆ มีอะไรทำไมต้องคุยในแชตส่วนตัวด้วยนะ
จวี๋จื่อ ยังจะถามอีกเหรอ ต้องนินทาคนอื่นแน่ๆ!
ลูกแกะน้อย เจ้าจวี๋ นายโง่หรือเปล่า
จวี๋จื่อดูตามไม่ค่อยทันสักเท่าไร ‘หา?’
เฉียวโม่หน้าแดง เปลี่ยนไปทักทายในช่องแชตทีม ‘สวัสดีครับทุกคน ผมเพิ่งลงดันเจี้ยนครั้งแรก รบกวนทุกคนด้วยนะครับ’
YAN นายไม่ต้องเกรงใจพวกเขาหรอก คนกันเองทั้งนั้น
จวี๋จื่อ ใช่ คนกันเองทั้งนั้น!
คำพูดของไป๋อี้หนิงมีนัยแอบแฝง เขาแซวว่า ‘มาๆๆ ‘คนกันเอง’ ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก มาเพิ่มเพื่อนกันก่อนดีกว่า!’
หลินจวี๋ส่งคำขอเป็นเพื่อนคนแรก โดยทิ้งข้อความไว้ว่า ‘ฮี่ๆ’
หัวใจของเฉียวโม่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสความสุขในการมีเพื่อน และเป็นครั้งแรกที่เพื่อนๆ หยิบยื่นไมตรีให้ก่อน ด้วยความซาบซึ้งใจเขาจึงแอบส่งข้อความส่วนตัวถึงเยี่ยนฉืออีกครั้ง
MO อาจารย์ ขอบคุณมากครับ
YAN แค่ลงดันเจี้ยนน่า อย่าคิดมาก
MO อืม เรื่องเพื่อนใหม่ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ด้วยเหมือนกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีเพื่อน ผมมีความสุขมากครับ
ประโยคนี้ทำให้เยี่ยนฉือสับสนอยู่นาน ‘หมายความว่ายังไง นายไม่เคยมีเพื่อนเลยเหรอ’
เฉียวโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่อยากหลอกอาจารย์ที่เล่นกับเขามาเกือบหนึ่งเดือน
MO พอดีผมมีปัญหานิดหน่อย ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตั้งแต่เด็กๆ ก็ไม่มีใครยอมเล่นกับผมเลย
เขาพูดอ้อมๆ และกล้าพูดเพียงแค่นี้เท่านั้น แต่หลังจากที่เขาส่งข้อความไปก็รู้สึกเสียใจทีหลังเล็กน้อย เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะซักไซ้เขาขึ้นมา แล้วเมินเขาเหมือนกับพวกเพื่อนร่วมชั้นในอดีต
แต่ปรากฏว่าอาจารย์ของเขาไม่ถามอะไรเลย
YAN จากนี้ไปฉันจะพานายเล่นเอง เพื่อนของฉันก็คือเพื่อนของนาย
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารายชื่อเพื่อนของเฉียวโม่ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แม้จะเป็นเพื่อนที่เยี่ยนฉือแนะนำมาทั้งหมด แต่เขาก็รู้สึกดีใจมากจริงๆ เขาดูเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งเข้าอนุบาล ตื่นตาตื่นใจจนไม่อาจละสายตาไปจากของเล่นที่มีอยู่เต็มสนามกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน
เฉียวโม่เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาเริ่มพูดมากขึ้นและหัวเราะบ่อยขึ้นเวลาอยู่ที่บ้าน บางครั้งเขาก็เล่าเรื่องเกม ไม่ก็เรื่องเกี่ยวกับภารกิจในเกมและเพื่อนๆ ที่เล่นด้วยกันกับเขาให้เฉินหลิงฟัง
แม้เฉินหลิงจะไม่ค่อยสนใจเรื่องเกมสักเท่าไร แต่ก็ตั้งใจฟังเขาพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
ถึงคำพูดของเขาจะวนเวียนอยู่กับเรื่องเกมแทบตลอดเวลา แต่ก็ถือเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่
เฉียวโม่รู้ดีว่าเยี่ยนฉือเป็นคนนำการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มาให้เขา เพราะอย่างนั้นความชอบที่เขามีต่อเยี่ยนฉือจึงไม่ใช่เรื่องโกหก ความตั้งใจจะขอบคุณอีกฝ่ายก็ยิ่งไม่ใช่ของปลอม
หลังจากแน่ใจแล้วว่าเยี่ยนฉือไม่คิดจะสนใจเขาอีก เฉียวโม่ก็เศร้าคนเดียวอยู่หลายวัน เมื่ออารมณ์ของเขาไม่ได้หดหู่เหมือนเมื่อหลายวันก่อนแล้ว เขาก็ตั้งใจส่งข้อความถึงไป๋อี้หนิงในวีแชต เพราะเขาหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือเยี่ยนฉือได้สักครั้งจริงๆ
เขาเก็บโทรศัพท์มือถือ หันไปมองเจ้าเหมียวข้างตัว มันยังนอนแผ่อย่างซังกะตายเหมือนเดิม
เฉียวโม่ไม่รังเกียจความยุ่งยาก เขาเดินไปที่ครัว ทำอาหารแมวคลุกคาเวียร์หนึ่งชาม แล้ววางลงตรงหน้าเจ้าเหมียว
“หิวหรือยัง” เขาใช้ปลายนิ้วเกาใต้คางของมันเบาๆ อย่างเชี่ยวชาญ จนเจ้าเหมียวหลับตาพริ้มอย่างพอใจ
เยี่ยนฉือพลันพลิกตัว กดมือของเฉียวโม่ลง แล้วโน้มตัวไปกินอาหารแมวคลุกคาเวียร์อย่างสบายใจเฉิบ
โบราณว่าไว้ ‘แมวก็เหมือนเหล็ก ข้าวก็เหมือนเหล็กกล้า ไม่กินสักมื้อคงหิวจนตาลาย’ ไม่ว่าเยี่ยนฉือจะเศร้าแค่ไหนเขาก็ต้องกิน
เฉียวโม่เปิดคาเวียร์กระปุกที่สองแล้วเติมให้เจ้าเหมียว
เยี่ยนฉือถอนหายใจยาวพลางเลียอุ้งเท้าของตัวเอง เตรียมงีบหลับหลังอิ่มท้อง เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นช้าๆ และเห็นเฉียวโม่เปิดคอมพิวเตอร์พอดี
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เยี่ยนฉือจึงเข้าไปร่วมสนุกด้วย
ไม่เห็นยังไม่เป็นไร แต่พอได้เห็น เยี่ยนฉือก็ถึงกับอึ้ง
เฉียวโม่ไม่ได้เปิดเกมมาหลายวันแล้ว วันนี้จู่ๆ กลับลงแข่งเลื่อนแรงก์ซะอย่างงั้น
ต้องรู้ก่อนว่าการแข่งเลื่อนแรงก์ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเป็นงานหินสุดๆ เด็กนักเรียนเยอะเกินไป ดีไม่ดีอาจจะสุ่มเจอคนเล่นเกมแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ได้ง่ายมาก ดังนั้นถ้าไม่ร้อนเงินมาก ปกติแล้วเยี่ยนฉือจะเลี่ยงงานรับจ้างเล่นเกมช่วงสองเดือนนี้ไป
เฉียวโม่เลือกโหมดจับคู่แบบสุ่ม 2v2 อย่างใจเย็น แล้วลงเล่นไปสองตา
ตาแรก…เพื่อนร่วมทีมพาเฉียวโม่แพ้
ตาที่สอง…เฉียวโม่พาเพื่อนร่วมทีมแพ้
เพื่อนร่วมทีมที่ระบบสุ่มมาส่งเครื่องหมายคำถามมาสองอัน
‘เด็กประถม??’
MO อยู่มหา’ลัยแล้ว
เพื่อนร่วมทีมมีท่าทีดีขึ้นมาหน่อย ‘งั้นเป็นผู้หญิง?’
MO ผู้ชาย
เพื่อนร่วมทีมโกรธจัดจนกดออกจากทีม
เฉียวโม่สุ่มเพื่อนร่วมทีมอีก แล้วก็แพ้อีกครั้ง
เยี่ยนฉือที่นั่งดูอยู่ข้างๆ ตาค้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กที่เขาปั้นมากับมือจะเล่นได้กากขนาดนี้
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขาจะประเมิน MO สูงเกินไป…
หลงรูปจนขาดสติ! หลงรูปจนขาดสติ!
เยี่ยนฉือยกอุ้งเท้าแมวตบหน้าตัวเองไปหนึ่งที ร่างแมวของเขากลับมามีสติเต็มที่
เขาหันกลับไปมองบนหน้าจอ MO ตายอีกแล้ว
เยี่ยนฉือ “…เมี้ยว?”
เฉียวโม่มั่นใจว่าแมวดูหนังได้ เพราะหนังมีภาพเหมือนชีวิตจริง แต่ถ้าเป็นเกมล่ะก็ เสี่ยวเฮยของเขาไม่มีทางเข้าใจได้แน่
ขณะที่เขาคิดแบบนั้น ก็สบตากับเจ้าเหมียวโดยไม่ตั้งใจ
สีหน้าเจ้าเหมียวเหมือนพูดอะไรไม่ถูก
เฉียวโม่เริ่มรู้สึกอับอายขึ้นมานิดๆ เขาเปลี่ยนไอดีอย่างเก้อเขินพลางอธิบายกับเจ้าเหมียวว่า “สงสัยไอดีนี้อาจจะไม่เวิร์ก เดี๋ยวเปลี่ยนใหม่แล้วกัน”
จากนั้นเยี่ยนฉือก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
เพราะว่าไอดีที่เฉียวโม่ล็อกอินคือไอดี ‘YAN’ ที่เขาขายทิ้งไปเมื่อเดือนก่อน
เยี่ยนฉือสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไป เขากะพริบตาถี่ๆ แล้วรีบพุ่งไปดูที่หน้าจอใกล้ๆ เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือไอดีที่เขาสร้างไว้เล่นเป็นเพื่อนเฉียวโม่แน่ๆ!
“เมี้ยว!” นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!
เขาตบอุ้งเท้าแมวบนหน้าจอรัวๆ ส่งเสียงเมี้ยวถาม อารมณ์เหวี่ยงขึ้นๆ ลงๆ เหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะ
เฉียวโม่ฟังเสียง ‘เมี้ยวๆๆ’ เป็นชุดแล้วตอบไม่ตรงคำถาม เพียงโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจว่า “ใช่แล้ว ไอดีนี้เทพมาก! ไปกัน พวกเราไปลงดันเจี้ยนกันเถอะ”
เยี่ยนฉือรู้สึกว่า ‘ร่างแมวสั่นสะท้าน’ นี่ถือเป็นลางร้ายแน่ๆ!
* รักบ้านก็พลอยรักอีกาบนหลังคาบ้าน หมายถึงเมื่อรักใครสักคนก็ย่อมรักไปถึงคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับคนคนนั้นด้วย
Comments



