everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 21-24 #นิยายวาย
บทที่ 23
นายไม่กาก?
เฉียวโม่เอ่ยพึมพำอย่างจริงจัง ขณะเข้าไปในช่องแชตของเซิร์ฟเวอร์โลกเพื่อตามหาสมาชิกทีม
เยี่ยนฉือโน้มตัวไปข้างหน้า เห็นว่ารายชื่อเพื่อนของเฉียวโม่ที่ว่างเปล่ามีแค่ MO เพียงคนเดียว เยี่ยนฉือได้ลบเพื่อนคนอื่นๆ ก่อนจะขายบัญชีไปแล้ว และเฉียวโม่ก็ไม่ได้เพิ่มเพื่อนกลับเข้าไปอีก
ในรายชื่อด้านหลังไอดีของ MO ยังคงมีเครื่องหมายศิษย์อาจารย์ติดอยู่ ไม่ได้หายไปไหน
เยี่ยนฉือสับสน คาดเดาความคิดของเฉียวโม่ไม่ออก เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ซื้อไอดีของเขาไปจะเป็นเฉียวโม่
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเขาก็ยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม เฉียวโม่ใช้ไอดีของ YAN เปิดกรอบโพรไฟล์ของ MO แล้วใช้ไอเทมเพิ่มค่าความสัมพันธ์อย่างคล่องแคล่ว
ค่าความสัมพันธ์แบบนี้จะลบล้างทุกไตรมาส คนที่ต้องการรักษาค่าความสัมพันธ์ไว้จะต้องทำภารกิจใหม่ สะสมไอเทม แล้วค่อยๆ เพิ่มค่าความสัมพันธ์ขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อค่าความสัมพันธ์ถูกเติมเต็ม ทั้งสองคนก็สามารถเรียกอีกฝ่ายมาอยู่ข้างกายตัวเองได้ แม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ต่อสู้ก็ตาม
ตามกฎของการลบล้างนี้ มีเพียงคนที่ความสัมพันธ์ดีต่อกันมากๆ เท่านั้นที่จะทำเรื่องยุ่งยากอย่างการไปปั้นค่าความสัมพันธ์ซ้ำๆ
ตอนนี้เฉียวโม่ก็คือคนที่ทำเรื่องยุ่งยากคนนั้น
หัวใจน่ารักเล็กๆ เต้นดุกดิกเต็มหน้าจอ ความทรงจำที่เคยตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมาถาโถมเข้าใส่เยี่ยนฉืออย่างไร้ความปรานี
เพราะในอดีตคนที่คอยปั้นค่าความสัมพันธ์อยู่เสมอก็คือเยี่ยนฉือนั่นเอง เขาเคยคิดว่า MO ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเกินความคาดหมายของเขาไปหน่อย…
เยี่ยนฉือดึงความคิดกลับมา ไม่มีเวลาที่จะคิดฟุ้งซ่านถึงอดีตอีกต่อไป
เพราะคนที่ไม่น่าไว้ใจอย่างเฉียวโม่คนนี้ดันใช้ไอดีของเขาไปเลือกทีมแบบสุ่มที่ดูอย่างไรก็อันตรายสุดๆ แล้วเนี่ยสิ
เยี่ยนฉือที่ดูอยู่ข้างๆ เหมือนกับกระต่ายตื่นตูมอยู่ตลอดครึ่งชั่วโมง
เฉียวโม่ตายไปทั้งหมดสามรอบ และก็ตายอยู่ที่เดิมทุกครั้ง
เยี่ยนฉือรู้จักดันเจี้ยนที่เพิ่งเปิดใหม่แห่งนี้ดี มันยากใช่เล่น ซึ่งจะมีบอสทั้งหมดหกตัว
ก่อนที่เขาจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เคยตามกิลด์เปิดดันเจี้ยนบุกโจมตีไปถึงบอสตัวที่ห้าแล้ว เวลานั้นยังไม่มีใครตีบอสตัวที่หกได้เลย เขาจำได้ว่าตัวเองเคยรับปาก MO ว่าพอฝ่าด่านไปได้สุดทางแล้วเขาก็จะตั้งทีมขึ้นมา โดยแต่งตั้งตัวเองเป็นหัวหน้า แล้วพาทุกคนไปบุกดันเจี้ยนสักรอบหนึ่ง
แต่ว่าทีมของเฉียวโม่ในตอนนี้ขนาดตีบอสตัวที่สองยังไม่รอดเลย
ทั้งที่ตามหลักแล้วบอสตัวที่สองถือว่าง่ายที่สุดในดันเจี้ยนนี้ ไม่ต้องใช้เทคนิคมากมายหรือหลบสกิลศัตรูให้วุ่นวาย ขอแค่ทนรับท่าไม้ตายแรกของมันได้ก็เท่ากับผ่านไปได้ง่ายๆ
เยี่ยนฉือรู้สึกแปลกๆ พอดูให้ละเอียดก็พบว่าทีมนี้ไม่ได้บัฟ* ให้ครบก่อนลงสนามต่อสู้ด้วยซ้ำ
ต้องรู้ก่อนว่าแค่บอสตัวที่สองปล่อยท่าไม้ตายก็สามารถทำให้เลือดของทั้งทีมลดไปหนึ่งในสามได้แล้ว ถ้าใครตัวบางหน่อยก็แทบจะขาดเลือด ฮีลเลอร์** ในทีมไม่มีทางรักษาทันแน่นอน
บัฟเล็กๆ เหล่านั้นที่ดูไม่มีอะไร แต่ในจังหวะสำคัญกลับสามารถช่วยให้รอดชีวิตได้อีกหลายวินาที เปิดทางให้ฮีลเลอร์มีเวลามากพอที่จะเติมเลือดให้กับทุกคน
หลังจากที่พวกเขาแพ้ยกทีมเป็นครั้งที่ห้า เยี่ยนฉือรู้สึกเหมือนความดันโลหิตพุ่งสูง อดไม่ได้ต้องชี้แนะสักหน่อย
“เมี้ยว?” เดินมาตรงนี้ทำไมเนี่ย
“เมี้ยว!” นายเปิดเกราะดิ๊!
“เมี้ยว” นายโจมตีช้าไป
“เมี้ยวๆ?” ทีมนายเพี้ยนไปแล้วปะเนี่ย
“เมี้ยวๆๆ! เมี้ยว! เมี้ยว!” เฉียวโม่ นายเดินมั่วอะไรของนายกัน! มาทางนี้ดิ! ว้อยย!
กลางหน้าจอระบบแสดงข้อความอย่างอ่อนโยน
[ทีมของคุณถูกกำจัดทั้งหมดแล้ว]
เฉียวโม่เกาปลายจมูกเบาๆ ถอนหายใจเอ่ยว่า “ทีมนี้กากจัง”
เยี่ยนฉือหันขวับไปมองอดีต ‘ภูเขาน้ำแข็ง’ ที่กล้าพูดจาโอหังด้วยแววตาตื่นตกใจ พร้อมกับเกิดความสงสัยในชีวิตแมวขึ้นทันที
“เมี้ยว?” นายไม่กากเลยงั้นสิ?
เฉียวโม่แสดงความเห็นออกมาได้ไร้เดียงสามาก เขาก็แค่อยากหาทีมลงดันเจี้ยนให้หมดโควตาประจำสัปดาห์ แต่ไม่คิดว่าจะเจอทีมตัวถ่วงขนาดนี้ สกิลของทั้งทีมไม่ได้เรื่อง ระดับการประสานงานก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถ้าเป็นเยี่ยนฉือคงออกจากกลุ่มตั้งแต่รอบแรกแล้ว
เฉียวโม่กลับป้อนปลาแห้งให้เจ้าเหมียวที่ร้องไม่หยุดอย่างใจเย็นพลางพูดขึ้นช้าๆ “เกือบลืมไปแล้ว วันนี้ยังไม่ได้ให้ปลาแห้งนายเลย”
“เมี้ยว?” ตอนนี้มันใช่เวลามากินปลาแห้งหรือไง
เยี่ยนฉือปากไม่ตรงกับใจ ต้านทานกลิ่นหอมยั่วยวนของปลาแห้งไม่ไหวโดยสิ้นเชิง หลังกัดปลาแห้งคำหนึ่งด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว เขาก็กระโดดไปหาเฉียวโม่พร้อมคาบปลาแห้งอยู่ในปาก ใช้อุ้งเท้าตบบนหน้าจอเบาๆ พูดกับเฉียวโม่อย่างหัวเสียว่า
“เมี้ยว!” ออกจากทีมซะ!
ปลาแห้งร่วงลงบนคีย์บอร์ด
“เมี้ยวๆ!!” ออกไปจากทีมกากๆ นี้ซะ!!
เห็นได้ชัดว่าเฉียวโม่ไม่เข้าใจความขุ่นเคืองของเจ้าเหมียวสักนิด ที่เขาเล่นเกมเดิมทีก็แค่เพื่อฆ่าเวลา ไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะเลย ก่อนหน้านี้มีเยี่ยนฉือเป็นพี่เลี้ยง ได้รับชัยชนะจนชินชา ตอนนี้แพ้ซะบ้างก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ของชีวิต
เฉียวโม่มองตรงไปที่เจ้าเหมียว บังอาจคาดเดาความคิดเจ้าเหมียวว่า “นาย…หรือว่านายกำลังด่าว่าฉันเล่นเกมกากเกินไป”
“เมี้ยว!” ไม่ได้ด่านายซะหน่อย!
เยี่ยนฉือวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
“เมี้ยว เมี้ยวๆ” พูดอย่างเป็นกลางเลยนะ เพราะทีมนี้ถ่วงแข้งถ่วงขานายต่างหาก
เฉียวโม่ลูบคาง แสร้งทำเป็นฟังภาษาแมวรู้เรื่องทั้งที่ความจริงไม่เข้าใจอะไรเลย จากนั้นก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาเข้าใจแล้ว วันนี้เขาเพิ่งให้เจ้าเหมียวกินปลาแห้งไปแค่ตัวเดียวนี่เอง เขาปลอบมันอยู่สองสามประโยค ก่อนจะเดินไปทางตู้เก็บของพลางบ่นพึมพำว่า “ฉันนี่มันโง่จริงๆ เสี่ยวเฮยจะเข้าใจเกมได้ยังไงกันนะ”
คำพูดที่ยังไม่ทันหลุดจากปากของเยี่ยนฉือถูกกลืนกลับลงไปทันที แม้แต่ไฟโกรธที่กำลังลุกโชนก็ถูกดับไปเกือบครึ่ง เขาได้สติกลับมากะทันหัน ย่องออกจากตรงหน้าจอด้วยย่างก้าวของแมวจริงๆ
เมื่อครู่เขาเล่นใหญ่เกินไป ถ้าเฉียวโม่รู้ว่าเขาไม่ใช่ลูกแมวธรรมดาคงกลายเป็นเรื่องยุ่งแน่
เยี่ยนฉือยกเท้าแมวแตะหน้าอก สาบานกับตัวเองว่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้ แต่เพิ่งจะสาบานไปได้หนึ่งวินาที เขาก็ถูกทีมที่สุ่มเจอทีมนั้นทำให้โมโหจนร้อง “เมี้ยวๆ!” ลั่นอีกครั้ง
หลังจากเห็นทีมที่สุ่มมาพ่ายแพ้ยับเยินเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ เยี่ยนฉือก็ทิ้งตัวขดเป็นก้อนกลมเล็กๆ เข้าสู่โหมดปิดตัวทันที
ถ้าสวรรค์เมตตาให้เขาได้โอกาสอีกครั้ง ขอย้อนเวลากลับไปตอนที่เขากับเฉียวโม่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน แล้วเขาจะเตือนอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุดว่า ‘นายต้องสาบานนะว่าชาตินี้จะไม่เลือกทีมแบบสุ่มเด็ดขาด’
คนในทีมส่วนใหญ่เล่นกากกันเกินไปแล้ว พอเหนื่อยมากก็พากันยอมแพ้ หลังจากหัวหน้าทีมถามความเห็นของทุกคนด้วยความอ่อนล้า ก็ประกาศยุบทีมแล้วแยกย้ายกันไป
ขอให้ไม่ต้องมาเจอกันในยุทธภพอีกเลย
เฉียวโม่บิดขี้เกียจ ไม่ปล่อยให้ความพลิกผันในเกมมาทำลายอารมณ์ดีๆ ของเขา เขาอุ้มเจ้าเหมียวตัวนุ่มฟูที่ขดตัวเป็นก้อนกลมขึ้นมากอดในอ้อมแขน
เยี่ยนฉือร้องง้าวเสียงหนึ่ง ดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมอกของเฉียวโม่ ก่อนกระโดดไปข้างๆ แล้วหันหลังให้เขา
เฉียวโม่คลานตามไปเงียบๆ พลางหนุนคางอยู่บนแขนขวา แล้วใช้มือซ้ายจิ้มหูแมวเล่นไม่หยุด โดยไม่กลัวว่ามันจะรำคาญสักนิด
เยี่ยนฉือสะบัดหูไปมา ก่อนใช้อุ้งเท้าตีมืออีกฝ่ายเบาๆ พร้อมส่งเสียงร้องออกมา “เมี้ยว”
เยี่ยนฉือเตือนแล้วเตือนอีกแต่ก็ไม่มีประโยชน์ เฉียวโม่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย เขาจึงขยับตัวออกห่างอีกนิดด้วยความเหนื่อยใจ
เฉียวโม่ยังคงตามมาโดยไม่แยแสสิ่งใด ทำตัวติดกับเจ้าเหมียวอย่างหน้าด้านๆ
เยี่ยนฉือเบือนหน้าหนีอย่างแง่งอน ทำท่าเตรียมจะลุกหนี เฉียวโม่กลับรีบคว้าอุ้งเท้าน้อยๆ ของเจ้าเหมียวไว้อย่างประจบประแจง บีบนวดเบาๆ แล้วพูดเหมือนคุยกับเพื่อนสนิทว่า “ฉันเคยเล่าให้นายฟังไหมว่าฉันมีอาจารย์ในเกมคนหนึ่ง”
เยี่ยนฉือนั่งลงไปใหม่อีกครั้ง
“เขาเก่งทุกอย่าง แล้วก็ดีกับฉันมาก” เฉียวโม่ใช้นิ้วชี้เกาเบาๆ ตรงหว่างคิ้วของเจ้าเหมียว พูดต่อเหมือนรำพึงกับตัวเอง “ถ้าเป็นเขาคงผ่านด่านพวกนี้ได้ในรอบเดียว นอกจากเขาเป็นหัวหน้าทีมแล้ว ยังสั่งการทีมได้ด้วย เก่งกว่าคนอื่นตั้งเยอะ!”
เยี่ยนฉือที่ถูกชมอดไม่ได้ที่จะยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
แต่โทนเสียงของเฉียวโม่กลับค่อยๆ เศร้าหมองลง เหมือนดาวตกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าอย่างเงียบงัน “แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจฉันแล้ว…เพื่อจะหลบหน้าฉัน เขาถึงขั้นขายไอดีของตัวเองเลยด้วยซ้ำ”
* บัฟ หมายถึงการเพิ่มความสามารถหรือสถานะให้กับบางสิ่งเป็นการชั่วคราว
** ฮีลเลอร์ คือตัวละครที่ทำหน้าที่ฟื้นฟูพลังชีวิตของเป้าหมายที่กำหนด
Comments



