everY
ทดลองอ่าน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว? เล่ม 1 บทที่ 21-24 #นิยายวาย
บทที่ 24
ไม่มีเขาแล้ว
เยี่ยนฉือสะดุ้งโหยงเพราะคำพูดนั้น จู่ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างมาอุดกั้นไว้ เขาเริ่มจะฟังไม่รู้เรื่องแล้ว
ถ้าเขากับเฉียวโม่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน แล้วเฉียวโม่รู้สึกเสียใจ เขายังพอจะเข้าใจได้ แต่หลังจากพวกเขาได้เจอหน้ากันแล้ว วันนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันอย่างไร้เยื่อใยทันที แต่ทำไมเฉียวโม่ถึงยังดูเสียใจถึงขนาดนี้อีกล่ะ
เขาจำได้ดีว่าพวกเขาสองคนไม่ชอบหน้ากัน หรือว่าเขาจำอะไรตกหล่นไปหรือเปล่า
เยี่ยนฉืออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น ไม่ว่าจะคิดอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้อยู่ดี
เฉียวโม่ที่นอนอยู่ข้างๆ ไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าเหมียวจะเข้าใจความทุกข์ใจของเขา เขาพลิกตัวนอนหงาย สายตาเหม่อมองเพดาน ความคิดล่องลอยไปไกล
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉียวโม่ดูนิ่งไปเล็กน้อย พูดเบาๆ เหมือนรำพึงกับตัวเอง “พอผ่านดันเจี้ยนใหม่ ระบบจะให้พลุหายากมาหนึ่งชุด เขาเคยบอกฉันว่าถ้าเอาไปจุดในแผนที่ตอนกลางคืนจะต้องสวยมากแน่ๆ”
แน่นอนว่าเยี่ยนฉือยังคงจำได้ เดิมทีเขายังคิดว่าพอได้พลุมาแล้ว เขาจะสารภาพรักกับ MO
น่าเสียดายที่การพบหน้ากันทำลายแผนการของเขาไปโดยสิ้นเชิง
เยี่ยนฉือหลุบตาลงมองเห็นเส้นด้ายที่เขาดึงออกจากพรมได้ชัดเจน เขานอนลงเงียบๆ ด้วยท่าทางที่ดูเชื่องมาก
“เสี่ยวเฮย” เฉียวโม่เรียกเขา
เยี่ยนฉือเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับสายตากระจ่างชัดของเฉียวโม่พอดี แววตาของเขาอ่อนโยนราวกับเมฆในยามสนธยา
เขาได้ยินเฉียวโม่พูดว่า “พอไม่มีเขา ฉันก็เหมือนเล่นไม่เป็นแล้ว”
เฉียวโม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกแขนขึ้นมาปิดตา
“ไม่มีพลุแล้ว”
ประโยค ‘เล่นไม่เป็น’ ของเฉียวโม่ไม่รู้ว่าเพราะ ‘เล่นไม่เก่ง’ จริงๆ หรือเพราะไม่มีเยี่ยนฉือแล้ว การเล่นเกมนี้ต่อไปก็หมดความหมายสำหรับเขากันแน่
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เฉียวโม่ก็ยังซื้อไอดีที่เยี่ยนฉือประกาศขายอยู่ดี เขาไม่อาจตัดใจจากความทรงจำเหล่านั้นได้
เขากัดริมฝีปากแน่น แค่คิดว่าเยี่ยนฉือรังเกียจเขาแค่ไหน ความเจ็บปวดมากมายที่อธิบายไม่ถูกก็ก่อตัวขึ้นทันที เขารีบใช้แขนบังดวงตาของตัวเอง ซ่อนสีหน้าที่ใกล้จะร้องไห้ไว้ใต้เงาแขน เขานอนอยู่ข้างเจ้าเหมียว ไหล่ที่พยายามอดกลั้นไว้สั่นเทิ้มเบาๆ กดข่มความรู้สึกขมขื่นในใจของตัวเองเอาไว้อย่างเศร้าโศก
เสียงสะอื้นของเขาไม่ได้มีไว้ให้เจ้าเหมียวฟัง และไม่ได้มีไว้ให้ตัวเองฟังเหมือนกัน
เฉียวโม่พูดซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เขาไม่มีวันส่งพลุมาให้ฉันอีกแล้ว”
เจ้าเหมียวเห็นเฉียวโม่เสียใจก็ตกใจในตอนแรก สงสัยอยู่หลายครั้งว่าสายตากับหูของตัวเองมีปัญหาหรือเปล่า ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปข้างหน้าขณะที่เฉียวโม่ยังคงพึมพำกับตัวเองอย่างน่าสงสาร ใช้ปลายจมูกแตะแก้มของเฉียวโม่เบาๆ และกระซิบคล้ายกำลังขอโทษที่ทำผิดไป
“เมี้ยว” อย่าร้องไห้อีกเลย
คืนนั้น
แสงจันทร์มืด ลมแรง ทั้งอพาร์ตเมนต์เงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
แมวตัวหนึ่งยื่นหัวออกมาจากช่องประตูห้องนอนอย่างลับๆ ล่อๆ จากนั้นก็พุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดขึ้นโต๊ะกาแฟอย่างคล่องแคล่ว เขาเปิดโน้ตบุ๊กบนโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนปรับเป็นโหมดเงียบ
มุมขวาล่างของหน้าจอแสดงเวลาตีหนึ่งเป๊ะ
ใบหน้าของเยี่ยนฉือเคร่งขรึม อุ้งเท้าแมวกดอยู่บนแป้นพิมพ์เบาๆ ล็อกอินเข้าไอดีเกมที่ใช้ชื่อว่า ‘YAN’
สำหรับบัญชีนี้ แม้แต่รหัสผ่านก็ไม่เคยเปลี่ยน
หน้าจอที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าเยี่ยนฉือ เขาจัดการอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่ง ไม่มีแก่ใจส่งข้อความขอความช่วยเหลือหาไป๋อี้หนิงเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้มีบางอย่างที่สำคัญกว่าต้องทำ
เยี่ยนฉือเปิดช่องเก็บของลับในไอดีอย่างใจเย็น ควานหาไอเทมสองสามอย่างที่ซุกซ่อนไว้ข้างใน
เขานับจำนวนแล้วคำนวณอย่างเงียบๆ ว่ายังขาดไอเทมที่ต้องการอีกเท่าไร
เยี่ยนฉือไม่เคยบอกเฉียวโม่เลยว่าในเกมนั้นมีทั้งหมดสองวิธีที่จะได้พลุมา หนึ่งคือต้องเคลียร์ดันเจี้ยนพิเศษให้ครบภายในสามเดือน แล้วระบบจะมอบให้เป็นรางวัล วิธีที่สองคือสะสมไอเทมที่มีความซับซ้อน แล้วสร้างมันขึ้นมาเอง
ก่อนหน้านี้เยี่ยนฉือเคยกังวลว่าดันเจี้ยนพิเศษนั้นยากเกินไป เขาอาจไม่มีทางเคลียร์ได้หมดภายในเวลาสามเดือน ก็เลยแอบลงมือสะสมไอเทมไว้ครึ่งหนึ่งโดยไม่บอกใคร
ตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่พอนึกถึงเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น เขาก็ยังตัดสินใจส่งพลุให้เฉียวโม่อยู่ดี
ขณะรวบรวมไอเทม เยี่ยนฉือมักจะนึกถึงภาพของเฉียวโม่ที่ขอบตาแดงก่ำเสมอ
จู่ๆ เขาก็รู้สึกจุกแน่นภายในอก
ภาพเหตุการณ์ตอนกลางวันยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นไอดีของเขาที่ถูกเฉียวโม่ซื้อไป หรือพฤติกรรมที่เฉียวโม่เล่นเกมคนเดียวเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์ระหว่างสองบัญชี หรือจะเป็นสีหน้าเสียใจของอีกฝ่าย นี่ล้วนกลายเป็นอุปสรรคที่คอยรบกวนจิตใจของเยี่ยนฉือในการทำพลุ
เขาคิดจนว้าวุ่นใจ คิดจนหน้าแดงก่ำไปหมด
เขายิ่งรู้ดีว่าวินาทีที่รู้ว่าเฉียวโม่ไม่ได้รังเกียจตัวเองนั้น นอกจากความประหลาดใจแล้ว ยังเอ่อล้นไปด้วยความดีใจอันเต็มปรี่
ใช่ว่าเยี่ยนฉือไม่เคยทบทวนความรู้สึกของเฉียวโม่
แต่ก็เหมือนกับตอนที่เขากลายเป็นแมวแล้วเริ่มพิจารณาสิ่งต่างๆ ในแง่มุมใหม่ บางทีหลังจากได้เล่นเกมด้วยกัน เฉียวโม่เองก็อาจมองเขาเปลี่ยนไปแล้วเหมือนกัน
พอครุ่นคิดอย่างละเอียดแล้ว วันที่ได้เจอหน้ากัน เฉียวโม่เป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนอย่างชัดเจน ช่วยไม่ได้ที่ตอนนั้นเยี่ยนฉือยังถูกอคติในอดีตบังตา ถึงได้กลายเป็นความเข้าใจผิดมากมายในภายหลัง
ที่แท้พวกเขาไม่ได้รังเกียจกันมานานแล้ว
เยี่ยนฉือมองดูรายชื่อเพื่อนที่ค่าความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ถูกเติมจนเต็มหลอด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกดี เขานั่งลงเงียบๆ หลังจากชื่นชมมันอยู่สิบนาทีเต็มเขาก็พยายามรวบรวมสมาธิ จ้องแป้นพิมพ์แล้วลงมือพิมพ์อย่างรวดเร็ว
เขาพึมพำในใจเป็นภาษาแมว ก็แค่พลุไม่ใช่เหรอไง รอก่อนเถอะ! ฉันจะทำมันสักสิบดอก แล้วใส่ให้เต็มแผนที่กลางคืนเลย!
แต่ก่อนที่เยี่ยนฉือจะได้ลงมือทำให้สำเร็จ ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยพลันจู่โจมร่างกายของเขา เขานึกในใจว่า แย่แล้ว รีบกระโดดลงจากโต๊ะกาแฟทันที
พริบตาเดียวเขาก็ยกอุ้งเท้าแมวขึ้นมา มันได้กลายเป็นสองมือมนุษย์โดยไม่คาดคิดไปแล้ว
“…”
ทำไมการแปลงร่างของเขาถึงชอบมาอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ล่ะ
จากประสบการณ์แปลงร่างอันแสนสั้นเมื่อครั้งก่อน คราวนี้เยี่ยนฉือไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามอีก เขาต้องสังเกตให้ดีว่าการแปลงร่างของตัวเองมีกฎเกณฑ์หรือเวลายังไงกันแน่ เขายื่นแขนที่แข็งแรงออกไปคว้าเสื้อผ้าเก่าๆ ของเฉียวโม่จากหลังโซฟามาสวมใส่ ก่อนจะคว้าโน้ตบุ๊กแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของทันทีเพื่อไม่ให้เฉียวโม่จับได้
สำหรับมนุษย์สายพันธุ์แมวอย่างเขาแล้ว ช่องเล็กๆ ที่ทั้งมืดและแคบไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
ตรงกันข้าม เยี่ยนฉือกลับรู้สึกสบายใจมากกว่าเสียอีกเวลาอยู่ในห้องเก็บของ เขาจำได้ว่าตอนเด็กๆ ก็เป็นแบบนี้ เขาชอบไปแอบงีบอยู่ในกล่องหรือไม่ก็ใต้เตียง รอให้แม่มาเจอเขา
พอนึกถึงตรงนี้มือของเยี่ยนฉือที่จับเม้าส์ก็ชะงักกึก
ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน คนที่ผมแอบชอบเป็นแมว?
วางจำหน่ายแบบรูปเล่มที่เว็บไซต์ Jamsai Store, ร้าน Jamclub และร้านหนังสือทั่วไป
รวมถึงในรูปแบบอีบุ๊กที่
Meb / OOKBEE / Fictionlog / Naiin App / SE-ED / Hytexts / comico และ ARN
Comments



