everY
ทดลองอ่าน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ เล่ม 1 บทที่ 19-20 #นิยายวาย
บทที่ 20
สร้างภาพลักษณ์เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
ดูเหมือนช่างกล้องที่ตามถ่ายสองคนจะรู้จักกับเจียงสวิน จึงจูงมือกันเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผยโดยที่กู้เว่ยได้แต่มองตาปริบๆ
“อย่าไปนะ มีมคนนี้เขาเคยทำตัวลามกมาก่อน” กู้เว่ยที่นั่งอยู่บนพื้นตะโกนไปทางประตู
ช่างกล้องสองคนส่งเสียงหัวเราะอย่างแล้งน้ำใจอยู่ด้านนอกประตู
“ลุกขึ้นมาเถอะ พื้นมันเย็น” เจียงสวินยื่นมือไปให้กู้เว่ย
กู้เว่ยกะพริบตา ส่งมือให้เจียงสวินแล้วลุกขึ้นยืน
“ล้มลงไปเจ็บไหม” เจียงสวินถาม
“ฮะ?”
เขามองตามสายตาของเจียงสวินถึงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถามอะไรเลยส่ายศีรษะด้วยใบหน้าแดงเรื่อ
“งั้นก็ดี” เจียงสวินบอก “พวกเราจะได้คิดบัญชีกันสะดวกหน่อย”
ถึงแม้เจียงสวินจะโดนคนที่บ้านกำชับหลายรอบว่าห้ามรังแกกู้เว่ย แต่ทุกครั้งที่เห็นกู้เว่ย เขาก็รู้สึกอยากแหย่เจ้าตัวทุกครั้ง อีกอย่างครั้งนี้ถือว่ากู้เว่ยพาตัวเองเข้ามาหาถึงที่ เปิดโอกาสให้เขาได้แกล้งคนเอง
หลายวันก่อนตอนเจียงสวินเจอกู้เว่ย คู่กัดตัวน้อยย้อมผมสีชมพูโดดเด่นมาก วันนี้คงเป็นเพราะต้องถ่ายรายการวาไรตี้ กู้เว่ยจึงย้อมผมกลับเป็นสีดำ แต่งหน้าอ่อนๆ เดิมทีกู้เว่ยก็อายุน้อยอยู่แล้ว โครงสร้างร่างกายค่อนข้างเล็ก เส้นผมสีดำเรียบร้อยยิ่งทำให้เขาเหมือนเป็นเด็กหนุ่มบอบบาง
ตอนที่เด็กน้อยไม่ก่อเรื่องช่างน่าเอ็นดู เจียงสวินทำใจแข็งคิดบัญชีไม่ลง
ทางด้านกู้เว่ยนั้นกำลังกระวนกระวายใจที่โดนเจียงสวินจ้องมอง จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง “พี่ชาย ผมผิดไปแล้ว”
เจียงสวินพาเขามาหยุดตรงเก้าอี้ในห้องพยาบาลแล้วกดบ่าให้นั่งลง ทำท่าทางเหมือนต้องการจะคิดบัญชี
ตัวเขาเองฟังคำพูดนี้จนคุ้นหู คล้ายว่าเมื่อไม่นานมานี้อีกฝ่ายเพิ่งรับปากว่าจะไม่มีทางก่อเรื่องอีกเด็ดขาด
นับดูแล้วตั้งแต่การหมั้นหมายพิลึกพิลั่นนั่น กู้เว่ยก็เริ่มทำผิดพลาดต่อเนื่องไม่หยุด
“ผิดตรงไหน” เจียงสวินมองเขาอย่างสนอกสนใจ
กู้เว่ยโดนใส่ร้ายเป็นประจำ การก้มหน้ายอมรับผิดเป็นเรื่องถนัดที่สุดแล้ว จึงรีบยกนิ้วนับความผิดทันที “ไม่ควรขุดเวยป๋อของคุณ ไม่ควรมือลั่นกดไลค์ ไม่ควรยกเลิกแล้วยังกดไลค์ซ้ำอีก ไม่ควรหายตัวไปหลังกดไลค์ ไม่ควรหลบหนีหลังทำความผิด ไม่ควรไม่ตอบวีแชต”
กู้เว่ยยอมรับผิดทุกอย่างที่สามารถยอมรับได้ จากนั้นก็มองเจียงสวินด้วยสายตาขอคำชม
เจียงสวินปั้นหน้าบึ้ง “ไม่ถูกต้องเลย”
“ฮะ?” กู้เว่ยที่ไม่ได้รับคำชมรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เจียงสวินบอก “นายขุดเวยป๋อของฉัน ขุดไปจนถึงสิบปีก่อนแล้วกดไลค์ด้วย แต่สุดท้ายนายไม่ยอมกดติดตามฉัน”
เด็กน้อยยังจะบอกว่าตัวเองเป็นแฟนคลับของเขาอีก
กู้เว่ย “…”
เข้าใจแล้วๆ
เกือบลืมไปเลย ก่อนหน้านี้เขาสร้างภาพว่าตัวเองเป็นแฟนคลับของเจียงสวิน
ในฐานะที่เป็นแฟนอีสปอร์ตของเจียงสวินจะไม่กดติดตามเวยป๋อของไอดอลได้ยังไงกัน
ในเมื่อเป็นแฟนคลับ ถ้าอย่างนั้นจะบอกว่าเป็นการขุดเรื่องน่าอายไม่ได้ เพราะนั่นเรียกว่ามองดูเส้นทางการเติบโตและพัฒนาเปลี่ยนแปลงของไอดอลด้วยความศรัทธาต่างหาก
“ผมรู้แล้ว” กู้เว่ยรู้ความผิดจึงรีบแก้ไข “เดี๋ยวถ่ายรายการเสร็จผมจะไปกดติดตามคุณเลย”
“ยังมีอีกนะ?” เจียงสวินยังไม่ยอมปล่อย
“ยังมีอีกเหรอ” กู้เว่ยงง “ไม่งั้นเดี๋ยวผมโพสต์เวยป๋อชี้แจงความจริงให้คุณด้วย”
เพราะว่าถูกใส่ร้ายโจมตีอยู่เป็นประจำ เขาจึงคุ้นเคยกับสารพัดวิธีสำหรับล้างมลทินในเวยป๋อ แม้แต่เนื้อหาเขายังคิดเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วย
‘สวัสดีครับทุกคน ผมคือกู้เว่ยเพื่อนสนิทของเทพสวิน เขาไม่ได้อ้างว้างจริงๆ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ทุกคนช่วยติดตามการแข่งขันของเจียงสวินกันเยอะๆ นะครับ เขาทุ่มเทมากเลย’
เขาจะมอบของแถมให้ด้วย เป็นการกดไลค์เวยป๋อทุกโพสต์ในหลายปีมานี้ของมีมเพื่อทำให้อีกฝ่ายโดดเด่นเป็นจุดรวมความสนใจ
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ภาพลักษณ์แฟนคลับจะพังทลายไม่ได้
“กำลังวางแผนอะไรอยู่ คิดจะทำให้เรื่องน่าอายของฉันขึ้นคำค้นหายอดฮิตอีกรอบเหรอ” เจียงสวินมองความคิดในใจของเขาออกภายในแวบเดียว
“…” กู้เว่ย “ไม่มี ไม่มีแน่นอน”
“…”
“พี่ชาย ตอนนี้เราถ่ายรายการอยู่นะ เห็นแก่ที่ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของคุณ พวกเรามาแก้ไขปัญหากันเป็นการส่วนตัวดีกว่านะ” คนที่มือลั่นคือกู้เว่ย เขาถึงได้กลัวเรื่องนี้จริงๆ
เจียงสวินปกป้องแฟนคลับ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
อย่างมากที่สุดเขานับได้แค่ว่าเป็นแฟนคลับมีมของเจียงสวิน ส่วนเรื่องเกี่ยวกับอีสปอร์ตเขาไม่เข้าใจเลยสักนิด
แต่ไม่เป็นไร เพราะการเป็นแฟนคลับไม่จำเป็นต้องทดสอบซะหน่อย
“ได้” เจียงสวินยิ้ม “แล้วนายคิดว่าจะแก้ไขยังไง”
ทั้งที่เป็นแค่คำถามปกติ แต่กู้เว่ยกลับนึกถึงภาพวันนั้นที่เจียงสวินกักเขาไว้ตรงมุมผนังในห้องแต่งหน้าหลังเวทีแล้วเรียกเขาว่าภรรยาขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้กู้เว่ยเลยหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
จอมลามกคงไม่ได้คิดจะเหมารายปีอยู่หรอกนะ?
แต่เขาถอนหมั้นแล้ว
“ทำไมอยู่ดีๆ ถึงหน้าแดง” เจียงสวินสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาได้ทันที “คิดถึงเรื่องสิบแปดบวกอะไรเหรอ”
กู้เว่ยรีบแย้ง “ผมเปล่า…”
เจียงสวินตั้งใจกดเสียงให้เบาลง “ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือสาเลยสักนิด นายคิดจะแก้ไขด้วยวิธีแบบนี้ก็ได้”
กู้เว่ย “แต่ผมถือสา!!”
“ไม่งั้น…” กู้เว่ยคิดจนหัวแทบระเบิด ในที่สุดก็คิดข้อเสนอออก “ผมให้คุณดูโพสต์เมื่อสิบปีก่อนของผมด้วย?”
กู้เว่ยเมื่อสิบปีก่อนคือเด็กซนอายุแปดขวบ เป็นเพียงเด็กประถมใสๆ ซื่อบื้อเงินไม่เยอะ
เจียงสวินคงจะไม่สนใจหรอกมั้ง?
ระหว่างนั้นกู้เว่ยก็เริ่มใคร่ครวญถึงความเป็นไปได้ของการเหมารายปีและการขายเรือนร่าง แต่นึกไม่ถึงว่าเจียงสวินจะพยักหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิด “ก็ได้”
กู้เว่ยพ้นวิกฤตนี้แล้ว
“ถ่ายรายการก่อนเถอะ มีเวลาว่างแล้วค่อยให้ฉันดูนายเมื่อสิบปีก่อน” เจียงสวินไม่ได้คิดจะรังแกคนจนเลยเถิดอยู่แล้ว เขายื่นมือไปหากู้เว่ย
กู้เว่ยจับมือของเจียงสวินเอาไว้ ก้าวเดินตามหลังเขาแล้วยกยิ้มมุมปาก
ดูเหมือนว่าจอมลามกก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่เขาจินตนาการไว้
“มอบอ้อมกอดด้วยความรักให้คุณไปฟรีๆ เลย” กู้เว่ยพึมพำเสียงเบาอยู่ด้านหลังเจียงสวินโดยที่นึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยิน จึงไม่ได้เห็นว่าดวงตาของเจียงสวินมีรอยยิ้ม
หมอกยามเช้าค่อยๆ สลายไป ทิวทัศน์ภายในบริเวณโรงเรียนแจ่มชัดขึ้น กู้เว่ยที่เดินตามอยู่ด้านหลังเจียงสวินรู้สึกสบายใจโดยไม่มีสาเหตุ
แต่ความรู้สึกแบบนี้เขาคงยังไม่มีทางทำความเข้าใจได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะทิ้งออกไปจากสมองก่อน
ช่างกล้องที่ตามถ่ายทั้งสองคนเดินตามจังหวะก้าวของพวกเขาจนทันแล้วถ่ายทำรายการต่อ กู้เว่ยกับเจียงสวินเดินลงไปด้านล่างอาคารเพื่อตามหาแขกรับเชิญคนที่เหลือ
สองคนที่วางเรื่องบุญคุณความแค้นส่วนตัวไว้ก่อนชั่วคราวถือว่าเข้าขากันเป็นอย่างดี
“ผมมีคำถาม” กู้เว่ยสงสัยนานมากแล้ว
เจียงสวินยิ้ม “นายพูดเลย”
“เสื้อผ้าของผมเป็นชุดนักเรียนธรรมดา” กู้เว่ยดึงชุดนักเรียนที่ตัวเองสวมอย่างเรียบร้อย “แล้วทำไมผมถึงเป็นเด็กอันธพาล?”
เจียงสวินสังเกตกู้เว่ยที่อยู่ตรงหน้าแล้วคิดว่าก็จริง เด็กน้อยกู้ที่สวมชุดนักเรียนถูกระเบียบบวกกับเส้นผมสีดำอ่อนนุ่ม มองดูแล้วเหมือนเด็กเรียบร้อยที่ยังเรียนไม่จบ ไม่เหมือนเด็กอันธพาลที่ทีมงานรายการจัดให้เลย
ยกเว้นก็แต่…ด้านหลังของชุดนักเรียนบนตัวเด็กน้อยที่ถูกทีมงานรายการแปะคำว่า ‘เลว’ ตัวโตๆ เอาไว้
“คุณยิ้มอะไร” กู้เว่ยระวังตัว
“ไม่มีอะไร” เจียงสวินกลับมามีท่าทางจริงจัง
เมื่อก่อนตอนถ่ายรายการวาไรตี้ส่วนใหญ่กู้เว่ยมักจะรู้สึกเบื่อ ปฏิกิริยาโต้ตอบช้าไปครึ่งจังหวะ แต่ว่าวันนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากกังวลว่ามีมจะเล่นลูกไม้ เขาจึงทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่ตัวเจียงสวิน นี่ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความสนุกสนานของรายการวาไรตี้เป็นครั้งแรก และเต็มใจที่จะเป็นฝ่ายครุ่นคิดถึงกับดักที่ทีมงานรายการวางไว้ให้แขกรับเชิญ
“ในตึกเรียนน่าจะไม่มีแขกรับเชิญแล้ว” กู้เว่ยวิเคราะห์
ทีมงานต้องเพิ่มระดับความยากของเกม ไม่มีทางที่จะกระจายแขกรับเชิญให้อยู่ในสถานที่เดียวกัน
เจียงสวินเองก็เห็นด้วย “พวกเราออกไปดูกัน”
ทว่าพวกเขาถูกทีมงานรายการขวางเอาไว้ตรงด้านล่างอาคารเรียน “ตอนนี้เป็นเวลาเข้าเรียน มีแค่หมอของห้องพยาบาลที่ออกไปข้างนอกได้ ส่วนเด็กนักเรียนออกไปไม่ได้”
กู้เว่ยเข้าใจทันทีว่าความหมายของบทบาทที่แสดงอยู่ตรงนี้นี่เอง
แล้วแบบนี้ต้องทำยังไง เขาจะโดนกักตัวอยู่ในอาคารเรียนนี้ตลอดไม่ได้หรอกนะ
“ถ้าคุณตอบคำถามถูกหมดทั้งสามข้อก็สามารถออกไปจากที่นี่ได้” ทีมงานบอก “หัวข้อเกี่ยวกับแขกรับเชิญของพวกเรา ไม่ยากหรอก คุณอยากลองไหม”
“ลองครับ” กู้เว่ยมีกำลังใจขึ้นมาแล้ว
ทีมงานดึงการ์ดคำถามออกมาแล้วเริ่มถามตอบอย่างรวดเร็ว
“เพลงป็อปที่ติดชาร์ตอันดับหนึ่งประจำฤดูใบไม้ผลิปีนี้คือ?”
คำถามนี้ง่าย กู้เว่ยตาเป็นประกายทันที “เพลง ‘ไม่เห็น’ ของเฉียนอี้หนิง”
“ละครใหม่ที่จะฉายเดือนหน้า แนวสืบสวนสอบสวนที่มีตัวละครหลักเป็นผู้ชายสองคน…”
ข้อนี้ก็ง่าย กู้เว่ยตาเป็นประกายอีกครั้ง “เรื่อง ‘ไม่มีพรุ่งนี้’ ของเป้ยเข่อ ผมรู้จักเรื่องนี้!”
แสงแห่งชัยชนะอยู่ตรงหน้าแล้ว
“คำถามสุดท้าย ในการแข่งขันระดับโลกที่เพิ่งจบไปของเกมประเภท FPS อย่าง ‘Rules’ นั้น จำนวนการกำจัดศัตรูทั้งหมดของ MVP เจียงสวินคือ?”
คำถามนี้ก็ง่ายเช่นกัน ถึงคราวเจียงสวินตาเป็นประกายบ้าง
ขอแค่กู้เว่ยเป็นแฟนคลับของเขา ไม่มีทางที่จะไม่รู้คำตอบของคำถามนี้
“…”
กู้เว่ยหน้าหมอง
ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน มีมของคุณดูดีกว่าตัวจริงอีกนะ
วางจำหน่ายแบบรูปเล่มที่เว็บไซต์ Jamsai Store, ร้าน Jamclub และร้านหนังสือทั่วไป
รวมถึงในรูปแบบอีบุ๊กที่
Meb / OOKBEE / Fictionlog / Naiin App / SE-ED / Hytexts / comico และ ARN
Comments



