ทดลองอ่าน แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2 บทที่ 34-35 #นิยายวาย – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน แฟนสาวของผมเป็นผู้ชายครับ เล่ม 2 บทที่ 34-35 #นิยายวาย

2 of 2หน้าถัดไป

บทที่ 35

 

เนื่องจากใกล้สอบปลายภาค แถมเซวียโย่วข่ายังมีวิจัยอีกมากที่ต้องเร่งทำ เรื่องการเข้าสังคม งานเลี้ยง และการถ่ายรูปจึงต้องพักไว้ก่อน

เพื่อนร่วมชั้นของเขามีพวกอัจฉริยะมากมาย เรียนแค่ผ่านๆ ก็ยังได้คะแนนดี แต่เขาไม่ถือว่าเป็นอัจฉริยะ เพียงแค่ขยันเรียนและกล้าถาม ทุกครั้งที่ใช้อีเมลคุยกับศาสตราจารย์ก็ถามตอบกันไปมาหลายสิบฉบับ

ตอนเย็นเซวียโย่วข่าเอาหนังสือไปคืนที่หอพักอาคารข้างๆ ก่อนหน้านี้เกาเชินเป็นคนยืมหนังสือทฤษฎีหลายเล่มไปให้เขาทำวิจัย

ระหว่างขึ้นลิฟต์เสียงดังเซ็งแซ่เป็นพิเศษ

ในหอพักชายสิ่งที่ทุกคนทำบ่อยมากที่สุดก็คือการเล่นเกมและตะโกนด่าหยาบคายใส่ไมค์ เสียงด่าที่ได้ยินตอนนี้ก็ดูเหมือนจะกำลังเล่นเกมกันอยู่

เซวียโย่วข่าไม่ใส่ใจและเคาะประตูห้องของเกาเชิน

เกาเชินเพิ่งอาบน้ำเสร็จ อีกฝ่ายสวมรองเท้าแตะเดินออกมา เซวียโย่วข่าเห็นพื้นห้องเพิ่งถูเสร็จจึงไม่สะดวกจะเข้าไป เขายื่นหนังสือสองเล่มคืนให้แล้วคุยกันสองสามประโยค แต่ในขณะที่กำลังจะกลับ จู่ๆ ห้องข้างๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นหลายครั้ง

เสียงกรีดร้องผสานกับเสียงโหยหวนเหมือนผีผู้ชาย ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังงง ประตูห้องข้างๆ ก็ถูกเปิดออกมาจากด้านใน

ผู้ชายคนหนึ่งกระโดดวิ่งออกมาพร้อมใบหน้าซีดเซียว ในมือถือโทรศัพท์กำลังถ่ายวิดีโอ “อ๊ากกก ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”

ทันใดนั้นก็มีสัตว์ฟันแทะตัวเล็กหางยาวตัวหนึ่งวิ่งออกมา มันเป็นหนูตัวใหญ่สีดำที่น่าขนลุก เกาเชินม่านตาหดวูบ ขณะกำลังจะกลับเข้าห้องก็พบว่ารูมเมตมองเห็นหนูแล้วเหมือนกันจึงปิดประตูอย่างรวดเร็ว ตอนที่หนูพุ่งปราดมาทางพวกเขา เกาเชินก็กระโจนใส่เซวียโย่วข่าพลางร้องลั่น

“อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามา!!”

เมื่อร่างบึกบึนขนาดนี้กระโจนพรวดเข้ามา เซวียโย่วข่าที่ตั้งตัวไม่ทันจึงเซถลาล้มลงกระแทกพื้นเต็มๆ ในอ้อมแขนยังมีชายร่างสูงใหญ่ที่ตัวสั่นเทิ้มอยู่ด้วย หนูตัวนั้นวิ่งเลาะตามมุมผนังไปทางประตูห้องอื่น เหล่าชายฉกรรจ์ที่เปิดประตูออกมาดูความสนุกสนานพากันตกใจจนกรีดร้องเสียงแหลม หอพักชายแทบจะถล่มด้วยความตื่นตระหนกเพียงเพราะหนูตัวเดียว

หลังหนูหายไปแล้ว เกาเชินก็ยังไม่หายตกใจ พอหันมามองรุ่นน้องที่อยู่บนพื้นใบหน้าก็แดงขึ้นมา “เอ่อ…ขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรครับ หนูมันน่ากลัวจริงๆ” เซวียโย่วข่าลูบเอวที่เพิ่งกระแทกไปเมื่อครู่นี้

ในตอนนั้นเองประตูห้องข้างๆ ก็แง้มออก เผยให้เห็นดวงตาหวาดกลัวคู่หนึ่ง “หนูล่ะ”

“วิ่งหนีไปแล้ว!” เกาเชินตะโกนอย่างหงุดหงิด “ดูพวกนายแต่ละคนสิ ขี้ขลาดเป็นบ้า! ยังเป็นผู้ชายกันอยู่หรือเปล่า!”

ทุกคนต่างก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันสุดๆ พอเปิดประตูกลิ่นสเปรย์ฆ่าแมลงฉุนกึ้กก็ลอยฟุ้งออกมา มีรูมเมตคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า “พี่เชิน แฟนพี่โทรมา!”

 

ไลฟ์เฮ้าส์มิว

เฉิงอวี้นั่งดื่มกับหลินสือเม่าอยู่ที่ชั้นสอง ช่วงนี้เขาจับตาดูหลินสือเม่ากับวูล์ฟเป็นพิเศษ ตั้งแต่ไปเจอทั้งคู่ที่เขาตงหลิงซานเมื่อครั้งก่อนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ค่อยปกติ

ถึงยังไงก็คงไม่ทิ้งเหล่าเคไว้แล้วหนีไปเที่ยวกันเองหรอกมั้ง

เขาสังเกตดูเวลาเหมือนจะมีอะไรบางอย่างจริงๆ

เฉิงอวี้ถามว่าวูล์ฟอยู่ไหนโดยไม่มีพิรุธ หลินสือเม่าก็ตอบว่าทำโอที

“ทำไมช่วงนี้พวกนายทำไมถึงชอบอยู่ด้วยกันตลอดเลย”

หลินสือเม่ายิ้มพลางอธิบายอย่างสงบ “ก่อนหน้านี้วูล์ฟบอกว่าห้องเช่าหมดสัญญาแล้ว แต่ยังหาที่พักเหมาะๆ แถวนี้ไม่ได้ ถ้าเช่าไกลกว่านี้จะไปทำงานต้องใช้เวลาสองสามชั่วโมง ฉันเลยให้เขามาอยู่ห้องฉัน” เขาเงยหน้ามองเฉิงอวี้ “ถึงยังไงเขาก็เป็นคนที่ฉันดึงมาเข้าวง จะไม่ดูแลก็คงไม่ได้”

“อ๋อ” นี่เราเข้าใจผิดไปสินะ

ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเฉิงอวี้เป็นอะไร ไม่ว่าจะมองใครก็คิดว่าเป็นเกย์ไปเสียทั้งหมด แค่เห็นผู้ชายสองคนโอบไหล่กันในบาร์ก็คิดว่าเป็นคนรักเพศเดียวกันแล้ว

ระยะนี้เขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับเซวียโย่วข่าเท่าไร แค่ถามไปว่าหายหวัดหรือยัง เซวียโย่วข่ากำลังยุ่งอยู่กับการทำวิจัย อีกฝ่ายโพสต์ในโมเมนต์ว่าช่วงนี้เก็บตัวอ่านหนังสือ หากมีธุระด่วนให้โทรหา เฉิงอวี้เลยไม่ไปรบกวน

ทว่าก็เอาแต่คิดถึง…คิดถึงอยู่ตลอด

คิดถึงจน ‘เด็กผู้ชาย’ คนนั้นในอดีตเลือนหายไปจากความทรงจำและกลายมาเป็นชายหนุ่มในตอนนี้

เฉิงอวี้ไม่รู้ว่าเซวียโย่วข่ายังคบกับเกาเชินอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเขาอยากจะกำจัดผู้ชายชอบหารนั่นออกไปจริงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องง่ายมาก แต่เขาคงทำเรื่องไร้ศีลธรรมแบบนั้นไม่ได้ ต่อให้ว่ากันตามเหตุผลแล้วเซวียโย่วข่าจะเป็นแฟนสาวของเขามาก่อน แต่เพราะเพศเปลี่ยนไปเลยกลายเป็นแฟนหนุ่มของคนอื่นก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองก็ไม่ใช่คนรักเพศเดียวกัน แต่ความรู้สึกที่มีต่อคนคนนั้นมันเกินกว่าขอบเขตของเรื่องเพศไปแล้ว

ความรู้สึกนี้เป็นเหมือนความยึดติดจากวัยเด็กที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อาจลืมได้

หลินสือเม่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดพล่ามไม่หยุด แต่เฉิงอวี้เหมือนจะไม่ได้ฟัง เขานั่งดื่มอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แสงไฟหลากสีชวนหลงใหลจากชั้นสองส่องลงบนใบหน้าอ่อนเยาว์ทว่ามีเค้าโครงชัดเจนนั้น

ในตอนนั้นเองที่ชั้นล่างก็มีลูกค้าเข้ามา “พวกนายมีเหล้าอะไรดีๆ บ้าง แบบที่เหมาะให้ผู้หญิงดื่มน่ะ”

“วันนี้ไม่มีการแสดงเหรอ”

คนคนนั้นพูดเสียงดัง และเนื่องจากน้ำเสียงฟังดูคุ้นหู เฉิงอวี้จึงชะโงกหน้าลงไปมอง

ต่อให้ผู้ชายชอบหารคนนั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน เฉิงอวี้ก็ยังจำเขาได้

เฉิงอวี้เห็นเกาเชินโอบผู้หญิงตัวสูงคนหนึ่งไว้ แต่เขาอยู่บนชั้นสองเลยมองเห็นไม่ชัด ดังนั้นปฏิกิริยาแรกก็คือ…

เจ้าเด็กนั่นใส่วิกอีกแล้ว

ทันใดนั้นเขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้จึงลุกพรวดขึ้นเพื่อดูให้ดี

นั่นเป็นผู้หญิงจริงๆ

เกาเชินโอบไหล่หญิงสาวไว้อย่างสบายๆ ท่าทางของเขาบ่งบอกถึงแนวคิดชายเป็นใหญ่อย่างแท้จริง

หลินสือเม่าเห็นเขาลุกลี้ลุกลนก็มองลงไปข้างล่างเช่นกัน “มีอะไรเหรอ”

เฉิงอวี้ละสายตากลับมาพลางบอกว่าไม่มีอะไร

ก่อนหน้านี้เขาเคยสงสัยว่าสองคนนั้นเลิกกันแล้วหรือยัง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้หมี่หมี่จะโสดแล้ว

มิน่าล่ะช่วงนี้ถึงไม่สนใจใคร แถมยังบอกว่าตัวเองทำวิจัยอีก

เขาเรียกบาร์เทนเดอร์มา “ไปเสนอขายเรมี มาร์ติน* ให้ผู้ชายชอบ…คู่รักคู่นั้นที่ชั้นล่างหน่อย”

เฉิงอวี้ดื่มจนรู้สึกมึนนิดๆ ถึงแม้ว่ารถมอเตอร์ไซค์ของเขาจะมีฟังก์ชันขับขี่อัตโนมัติ แต่เขาก็ไม่ได้ขี่มันกลับและเลือกที่จะเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ปากซอย ก่อนจะเดินกลับบ้านกลางลมหนาวต้นเดือนมกราคม พอถูกลมพัดผ่านเขาที่ดื่มจนวิงเวียนเล็กน้อยก็สร่างเมาขึ้นมาหลายส่วน แต่หลังจากเข้าไปในห้องอันอบอุ่น สายตาก็เริ่มพร่ามัวอีกครั้ง

เดือนนี้พวกเขามีงานเทศกาลดนตรีที่เซี่ยงไฮ้ เซวียโย่วข่าเองก็จะไปงานคอมมิกที่เซี่ยงไฮ้เหมือนกัน

แค่ลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตโดยใช้คีย์เวิร์ด ‘เซี่ยงไฮ้’ และ ‘งานคอมมิก’ ก็เจอข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างง่ายดาย

วันที่สิบเก้ามกราคมตรงกับวันก่อนงานเทศกาลดนตรีของพวกเขาพอดี

เฉิงอวี้นั่งบนพรมพลางเอนตัวพิงปลายเตียงแล้วกดโทรออก

รอสายอยู่พักหนึ่งก็ไม่มีการตอบรับ ตอนแรกเขาคิดว่าโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ แต่ตอนที่กำลังจะวางอีกฝั่งก็รับสายพอดี

“ฮัลโหล?”

ปลายสายเสียงเบามาก

เซวียโย่วข่ากำลังกอดคอมพิวเตอร์เพราะแก้วิจัยอยู่ รูมเมตหลับกันหมดแล้ว ตอนที่รับโทรศัพท์ก็เป็นเวลาเกือบจะตีหนึ่ง เขาเลยไม่กล้าพูดเสียงดัง ได้แต่ปีนลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง กุมโทรศัพท์เดินไปตรงระเบียงแล้วปิดประตู

“ยังไม่นอน?” เฉิงอวี้ถาม

“พี่โทรหาผมไม่ใช่เหรอ” เขากดเสียงต่ำ “ผมยังแก้เปเปอร์อยู่ มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไร” เฉิงอวี้ใช้นิ้วมือเขี่ยพรม ดวงตาหลุบลงอย่างอ่อนแรง

เซวียโย่วข่าเงียบไปครู่หนึ่ง ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้วเหมือนจะมีเรื่องบางอย่างเลยถามว่า “ตกลงว่ามีเรื่องอะไรเหรอครับ บอกผมสิ จะได้ดูว่าผมพอจะช่วยพี่ได้หรือเปล่า”

“บอกว่าไม่มีอะไรไง นายเลิกถามสักที!”

“…”

“ก็ถ้าพี่ไม่พูด ผมจะวางสายแล้วนะ”

เฉิงอวี้ออกแรงกระชากขนพรมจนหลุดติดมือมาเป็นกระจุก

ฉับพลันเสียงกระแสไฟฟ้าดังซ่าๆ ก็แทรกเข้ามา เซวียโย่วข่าเองก็เงียบไปเช่นกัน จากนั้นก็ถามอย่างใจเย็น

“เฉิงอวี้ พี่อยู่ข้างนอกหรืออยู่บ้าน”

“อยู่บ้าน”

“งั้นบอกผมได้ไหมว่ามีเรื่องอะไร ถ้าพี่ไม่พูดออกมา ผมจะช่วยพี่ได้ไง” เซวียโย่วข่าฟังออกว่าน้ำเสียงเขาในคืนนี้ต่างออกไป มันฟังดูอ่อนโยนเหมือนไม่อยากทำให้คนอื่นตกใจ

การโทรศัพท์ครั้งนี้จบลงตรงนี้ แต่เซวียโย่วข่าก็ยังไม่สบายใจ จึงได้ส่งข้อความไปหาเฉิงอวี้

 

‘พี่ดื่มเหล้ามาเหรอ’

‘แล้วมันทำไม’

‘พี่อย่าพูดจาแบบนี้สิ ผมถามพี่เพราะเป็นห่วงพี่ไง’

 

เซวียโย่วข่าใช้มือถือส่องทาง ก่อนจะปีนขึ้นเตียงแล้วมุดเข้าไปในผ้าห่มอย่างเงียบเชียบ

 

‘หรือว่าพี่เมาแล้วไม่มีใครดูแลเหรอ’

‘นายมายุ่งอะไรกับฉัน’

 

ถ้าเฉิงอวี้เดินทางกลับบ้านได้เอง นั่นก็แสดงว่าเขาไม่ได้ดื่มจนเมา เขาแค่รำคาญเพราะถูกความรู้สึกแปลกประหลาดเข้าครอบงำ

เซวียโย่วข่าพยายามต่อสู้กับหนังตาที่ใกล้จะปิดลงเต็มที ก่อนจะบอกกับเฉิงอวี้ว่าตัวเองฝืนต่อไม่ไหวและจะเข้านอนแล้ว

เฉิงอวี้ว่า ‘งั้นไปนอนเถอะ ฝันดี’ พอผ่านไปอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงส่งข้อความมาอีก

 

‘นายบินไปเซี่ยงไฮ้วันไหน’

‘พี่นี่จำอะไรไม่ได้จริงๆ เหรอ’

‘เวร! รีบๆ ตอบมา’

‘ไม่ตอบ เดี๋ยวผมจะบล็อกละ’

‘เซวียหมี่หมี่ ฉันโกรธนายแล้วนะ ทำไมนายถึงดีกับคนอื่นได้’

 

เซวียโย่วข่ากำมือถือแล้วผล็อยหลับไป พอตื่นขึ้นในเช้าวันถัดมาถึงเห็นประโยค ‘ยกเลิกข้อความ’ เต็มหน้าจอ เหลือเพียงแค่ข้อความที่ว่า ‘นายบินไปเซี่ยงไฮ้วันไหน’

เฉิงอวี้ส่งข้อความไปหลายข้อความ แต่จู่ๆ ก็ได้สติเลยยกเลิกข้อความทั้งหมด ทว่าข้อความแรกสุดที่ว่า ‘นายบินไปเซี่ยงไฮ้วันไหน’ กลับไม่สามารถยกเลิกได้เพราะส่งไปเกินสองนาทีแล้ว

เซวียโย่วข่าตอบกลับไปว่า ‘เช้าวันที่สิบแปดครับ’

งานคอมมิกจัดวันที่สิบเก้า เขาจะไปถึงเช้าวันที่สิบแปดและเข้าพักที่โรงแรมที่ผู้จัดจองไว้ เช้าวันรุ่งขึ้นถึงค่อยไปเข้าร่วมกิจกรรมที่สถานที่จัดงานพร้อมกับคอสเซอร์คนอื่นๆ ที่มาร่วมงานรวมถึงทางทีมผู้จัด

เฉิงอวี้เพิ่งตอบกลับมาช่วงเกือบเที่ยง

 

‘อ๋อ ฉันก็บินไฟลต์เช้าวันที่สิบแปดเหมือนกัน ไปงานเทศกาลดนตรี’

‘จริงเหรอครับ!’

 

เซวียโย่วข่ากำลังนั่งอยู่ในห้องสมุด เขารีบพิมพ์ตอบ ‘งั้นเราอาจจะไปไฟลต์เดียวกันก็ได้ แต่ผมนั่งชั้นประหยัดนะ’

ความจริงเฉิงอวี้อยากจะบอกว่า ‘ฉันจะอัพเกรดให้นายเอง’ แต่ที่พิมพ์ออกไปกลับเป็น…

 

‘ฉันก็นั่งชั้นประหยัด’

‘โห พี่ก็นั่งชั้นประหยัดด้วยเหรอ ผมไฟลต์เช้าเจ็ดโมงครึ่ง พี่คงไม่ได้นั่งไฟลต์เดียวกันหรอกนะ!’

‘ใช่เลย’

 

จากนั้นเฉิงอวี้ก็รีบซื้อตั๋วเครื่องบินทันที โดยเขาซื้อไฟลต์เช้าเจ็ดโมงครึ่ง แถมยังเป็นชั้นประหยัดจริงๆ

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยนั่งชั้นประหยัดเพราะครอบครัวเป็นห่วงสุขภาพของเขามาก แม้ตลอดหลายปีมานี้จะไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกนอกจากครั้งที่หมดสติไปตอนอายุสิบสี่ แต่ทั้งครอบครัวก็ยังเป็นห่วงอยู่มาก ตอนเขามาเรียนที่แผ่นดินใหญ่ ทุกครั้งที่กลับบ้านช่วงปิดเทอมก็จะมีกัฟสตรีม* ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เขาในนามของฉู่เพ่ยซิน มันเป็นเครื่องบินส่วนตัวที่มีขนาดไม่ใหญ่ แต่สามารถจุทีมแพทย์ทีมหนึ่งได้พอดี

ตอนที่เครื่องบินบินขึ้นพวกแพทย์และพยาบาลทั้งหมดจะจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด ขณะที่เฉิงอวี้ได้แต่นอนเอาผ้าปิดหน้าอยู่ภายใต้สายตามากมายที่จับจ้องมองมาเหล่านั้น

แต่จนกระทั่งเครื่องบินร่อนถึงพื้นก็ไม่เคยมีปัญหาเลยสักนิด

เขาไม่เคยนั่งชั้นประหยัดเลยจริงๆ

 

ที่สนามบินปักกิ่ง หลังจากต่อแถวโหลดสัมภาระ คนสองคนที่สวมผ้าพันคอแบบเดียวกัน เพียงแต่คนหนึ่งสวมสีดำ ส่วนอีกคนหนึ่งสวมสีขาวก็ไปต่อแถวรอตรวจสอบความปลอดภัย เซวียโย่วข่าเห็นเขาสวมผ้าพันคอก็รู้สึกดีใจ เทอร์โบที่มีรสนิยมสูงส่ง ไม่ว่าจะมองอะไรก็มักจะบ่นว่าเชยชะมัด กลับชื่นชอบผ้าพันคอผืนนี้ แถมยังใส่ออกมาข้างนอกด้วย

“ว่าแต่พี่เป็นโรคหัวใจนี่ นั่งเครื่องบินได้เหรอ”

“ฉันยังซิ่งรถอยู่เลย นายเห็นฉันตายหรือยังล่ะ”

เซวียโย่วข่า “…”

คนอายุน้อยกว่ากำหมัดแน่น

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์ร้อนมาอยู่ตรงนี้ พี่คงโดนต่อยตายไปแล้ว!

“แล้วเพื่อนร่วมวงพี่ล่ะ”

เฉิงอวี้ไม่มีพิรุธเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเขาสงบนิ่งเหมือนกำลังพูดความจริง “พวกเขามีธุระต้องจัดการ ตอนกลางคืนถึงจะออกเดินทาง”

“แล้วทำไมพี่ซื้อตั๋วชั้นประหยัดล่ะ”

“ตั๋วเต็ม” เฉิงอวี้เอ่ยถาม “วิจัยเสร็จแล้วหรือยัง”

“เสร็จแล้วครับ แต่คะแนนยังไม่ออก งานเทศกาลดนตรีของพี่วันที่ยี่สิบใช่ไหม ผมกะว่าจะอยู่ต่ออีกสองวันพอดี อยากกินซาลาเปาไข่ปู ว่าแต่ผมไปดูงานเทศกาลดนตรีของพวกพี่ได้หรือเปล่า”

ปกติเซวียโย่วข่าไม่ฟังเพลงร็อกในประเทศเลย เขาเคยฟังแค่วงสกอร์ปิโอวงเดียว โดยหลังจากที่ได้ฟังเพลงของวงสกอร์ปิโอแล้ว เซวียโย่วข่าก็พบว่าที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เขามีอคติกับวงดนตรีร็อกในประเทศเหล่านี้ แต่พอได้ฟังจริงๆ แล้วถึงรู้ว่านี่คือกลุ่มคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองและเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์

“นายไปดูไม่ได้หรอก ตั๋วขายหมดแล้ว”

“อย่างนี้นี่เอง…” เซวียโย่วข่ามีสีหน้าหดหู่ด้วยความเสียดาย

เฉิงอวี้เหลือบมองเขา “ช่างเถอะ ถึงเวลานั้นเดี๋ยวจะพานายเข้าไปพร้อมพวกเรา”

“ว้าว! แบบนี้ผมก็ได้เข้าหลังเวทีด้วยใช่ไหม”

“ใช่”

 

พอขึ้นเครื่องเฉิงอวี้ก็ก้มศีรษะเล็กน้อยด้วยกลัวว่าศีรษะจะชนเพดาน

เครื่องบินลำนี้แคบเกินไปจนชวนให้รู้สึกอึดอัด แล้วทำไมถึงมีผู้โดยสารเยอะขนาดนี้ เขาแทบจะเป็นโรคกลัวรูอยู่แล้ว แต่ถึงเขาจะอารมณ์ไม่ดีก็ไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา

“นี่เป็นครั้งแรกที่พี่นั่งชั้นประหยัดใช่ไหม”

“จะเป็นงั้นได้ไง ฉันนั่งประจำแหละ” ขาก็เหยียดไม่ได้ ชั้นประหยัดนี่น่าเหลือเชื่อจริงๆ เขาจะไม่นั่งอีกแล้ว!

ที่นั่งข้างๆ ยังมีหนุ่มไอทีที่ดูเหมือนจะไปทำงานนอกสถานที่ อีกฝ่ายเปิดโน้ตบุ๊กพิมพ์งานตั้งแต่ขึ้นเครื่อง

ตอนเครื่องบินกำลังขึ้น เซวียโย่วข่าคอยสังเกตสายรัดข้อมือของเฉิงอวี้เป็นพิเศษ

ไม่มีอะไรผิดปกติ…

พอเครื่องบินนิ่งแล้ว เฉิงอวี้ก็ถามว่างานคอมมิกครั้งนี้เขาจะคอสเพลย์เป็นตัวละครตัวไหน โดยเซวียโย่วข่าได้ตอบว่าเป็นคุราปิก้า*

“ไม่รู้จัก”

เมื่อเซวียโย่วข่ายื่นรูปให้ดู เฉิงอวี้ต้องอดกลั้นเอาไว้ถึงได้ไม่พูดคำว่า ‘เชยชะมัด’ ออกไป

“จริงๆ ผมอยากคอสเส็ตโชมารู** เพราะเขาใส่เสื้อขนสัตว์ ได้ยินว่าที่งานหนาวมาก ใส่เสื้อขนสัตว์คงอุ่นขึ้นหน่อย แต่เสื้อตัวนั้นแพงเกินไป…แถมยังยัดใส่กระเป๋าเดินทางยากด้วย”

เฉิงอวี้ไม่เข้าใจอะไรเลย “นายเอาถุงร้อนมาด้วยไหม”

“เอามาครับ อยู่ในกระเป๋าเดินทางเลยไม่โดนตรวจ”

เขานั่งริมหน้าต่าง เอาหน้าแนบกระจกพลางมองออกไปด้านนอก ดวงตาสีอำพันสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวในระยะใกล้ มันดูใสกระจ่างเป็นพิเศษ เซวียโย่วข่าเคยนั่งเครื่องบินแค่ไม่กี่ครั้งจึงยังคงรู้สึกยังแปลกใหม่ เขาหยิบกล้องนิคอนที่รุ่นพี่สาวในชมรมให้ยืมมาถ่ายภาพเมฆสีขาวราวหิมะนอกหน้าต่าง

ขณะที่เซวียโย่วข่ามองไปนอกหน้าต่าง เฉิงอวี้ก็มองอีกฝ่าย

ในเมื่ออีกฝ่ายโสดแล้ว งั้นตัวเขาจะมีสิทธิ์ไหม…

เฉิงอวี้คิดอยู่นาน แต่เขาไม่ใช่เกย์ ถ้าคบกันจริงๆ การกอด การจูบ หรือการขึ้นเตียง เรื่องพวกนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด

อย่างมากสุดก็แค่จับมือ…

ถ้าอย่างนั้นดูเหมือนว่าเขาจะได้แต่คบกับเซวียโย่วข่าในแบบความรักแบบเพลโต*** สินะ

 

* เรมี มาร์ติน (Remy Martin) คือแบรนด์บรั่นดีสัญชาติฝรั่งเศส โดยโรงกลั่นไวน์ของเรมี มาร์ตินได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการผลิตบรั่นดีและแชมเปญ

* กัฟสตรีม (Gulfstream) คือแบรนด์เครื่องบินส่วนตัวสุดหรูสมรรถนะสูงที่ออกแบบและผลิตโดยบริษัท Gulfstream Aerospace เป็นที่นิยมในหมู่มหาเศรษฐีระดับโลก

* คุราปิก้า (Kurapika) คือตัวละครหลักจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องฮันเตอร์ x ฮันเตอร์

** เส็ตโชมารู (Sesshoumaru) ตัวละครจากมังงะญี่ปุ่นเรื่องอินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน

*** ความรักแบบเพลโต (Platonic love) คือความรักบริสุทธิ์ เป็นความรักที่ไม่มีเรื่องความรู้สึกทางเพศมาเกี่ยวข้อง

  

โปรดติดตามตอนต่อไป

2 of 2หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 1-2

บทที่ 1 ภายใต้การปกครองของต้าฉีตลอดร้อยปีที่ผ่านมา อำเภอเฟ่ยเซี่ยนนับเป็นเขตเมืองที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่ง พื้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทนำ

บทนำ พระเอกไม่อยู่แล้ว มีธุระใดให้จุดธูปถาม วันที่สิบเดือนสาม ด้านในจวนอัครมหาเสนาบดีเต็มไปด้วยผู้คนสวมชุดไว้ทุกข์ เสียง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 3-4

บทที่ 3 เช่นนั้นแล้วแม้ตอนนี้ชุยเสียวเสี่ยวจะมุ่งมั่นขยันอ่านตำรา แต่ก็เป็นเพียงยามจวนตัวค่อยกอดบาทพระ ไม่มีประโยชน์โพดผ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 1

บทที่ 1 ผู้น้อยแซ่หลี่ มีนามว่าโก่วตั้น ห่างจากเมืองหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สองร้อยหลี่ ยามเช้าในสำนักศึกษาชิงหงอาบย้...

community.jamsai.com