ทำสงครามย่อมมีคนบาดเจ็บ มีคนล้มตาย บางคนอาจไปแล้วไม่ได้กลับมาอีก รวมถึงเธอเองด้วย ที่แตกต่างกันก็คือพวกเขาล้วนมีญาติมิตร คนหนึ่งตายไปแล้ว คนที่เหลืออยู่ก็ย่อมโศกเศร้า แต่เธอ…ไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ไม่มีใครสนใจ…
ขณะกำลังใจลอย ฉับพลันนั้นเชียนโม่ก็มองเห็นอู่จวี่
เขากับขุนนางใหญ่หลายคนยืนอยู่บนเนินข้างถนน ดูเหมือนมาส่งคนออกรบเช่นกัน ตอนรถเทียมวัวแล่นผ่าน เขาก็มองมาเห็นเชียนโม่
ในที่สุดก็มีคนรู้จักกับเขาคนหนึ่ง! เชียนโม่คิดในใจ ยิ้มและโบกมือให้เขา
ใบหน้าอู่จวี่คล้ายมีแววประหลาดใจ ครู่หนึ่งก็ผงกศีรษะให้นาง
“คนผู้นั้นคือใคร” ซูฉงอยู่ข้างๆ เหลือบมาเห็นเข้าจึงเอ่ยถาม
“แรงงานหญิงผู้หนึ่ง” สายตาของอู่จวี่จับนิ่งอยู่ที่เงาด้านหลังพลางเอ่ยตอบ
ซูฉงประหลาดใจ ขณะคิดจะถามก็พลันเห็นคนแคว้นฉินอยู่ในขบวนด้วย
“อย่างไรกัน กงซุนหรงก็ตามต้าหวังไปด้วยหรือ” เขากล่าว
อู่จวี่ชำเลืองมองเขา “กงซุนหรงเดิมก็มาด้วยความเป็นพันธมิตร แล้วเหตุใดจะไม่ไป”
ซูฉงกล่าว “เมื่อคืนพี่น้องสกุลโต้วพูดจากดดันเขาฉอดๆ ต้าหวังก็ทนนั่งเฉยได้ ไม่กลัวกงซุนหรงโกรธตาถมึงทึงขึ้นมาจริงๆ ล้มเลิกความเป็นพันธมิตร”
อู่จวี่ไม่ใส่ใจ “โต้วเจียวโต้วซังแม้จะไม่มีเจตนาดี แต่กลับมีคำพูดประโยคหนึ่งพูดได้ถูกต้อง…คนฉินมาทำศึกครั้งนี้ จุดมุ่งหมายอยู่ที่ทองแดง ในเมื่อต่างมีจุดมุ่งหมายของตน คำพูดหยอกล้อประโยคสองประโยคนับเป็นอย่างไรได้!”
ซูฉงคิดไปคิดมาก็เห็นว่ามีเหตุผล จึงไม่พูดอะไรอีก
อู่จวี่มองไปทางขบวนอีกครั้ง รถเทียมวัวของเชียนโม่มองไม่เห็นแล้ว มองไปทางด้านหน้า รถม้าของฉู่หวังก็ไม่เห็นแม้เงา ขบวนยิ่งใหญ่เกรียงไกร ที่สุดขอบฟ้าเมฆก่อตัวดำทะมึน ดูเหมือนพายุฝนกำลังรอการมาถึงของพวกเขาอยู่
ฉู่หวังออกทำศึกครั้งนี้ไม่ได้ไปทางเรือเช่นตอนไปถงซาน หากแต่ไปทางบก นำรถศึกและพลเดินเท้า
เชียนโม่เคยเห็นรถศึกที่ขุดค้นพบในพิพิธภัณฑ์มาไม่น้อย ทว่าของจริงเหล่านั้นล้วนขุดออกมาจากหลุมที่ฝังไปพร้อมคนตาย ต่อให้รักษาดีเพียงใดก็ผุพังไปจนเหลือเพียงกระดูกหัวม้ากับชิ้นส่วนกองหนึ่ง ต้องดูภาพสมบูรณ์ประกอบจึงจะรู้ว่าส่วนไหนคือส่วนไหน ทว่าเวลานี้รถศึกต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าเรียงเป็นแถวยาวดุจมังกรเคลื่อนตัวไปด้วยกัน อานุภาพยิ่งใหญ่เกรียงไกร
รถศึกในยุคสมัยนี้เป็นกำลังในการทำศึกที่สำคัญยิ่ง จำนวนรถศึกมากหรือน้อยถึงกับเป็นมาตรฐานบ่งบอกกำลังความสามารถที่มีอยู่อย่างแท้จริงของแคว้นหนึ่ง เชียนโม่จำได้ ในหนังสือบอกไว้ว่าแคว้นฉู่เริ่มแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ยุคชุนชิว* พอถึงยุคจั้นกั๋ว** ก็กลายเป็นแคว้นใหญ่มีรถม้านับหมื่นคัน แต่ในเวลานี้…เธอนับอย่างตั้งอกตั้งใจ รถศึกเหล่านี้มีเพียงสามสี่ร้อยคัน กระทั่งพันคันก็ยังไม่ถึง
* ยุคชุนชิว (770-476 ปีก่อนคริสตศักราช) คือช่วงเวลาที่จีนยังแบ่งเป็นแคว้นต่างๆ ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกัน ขณะเดียวกันก็มีสำนักคิดของขงจื่อ (ขงจื๊อ) เป็นรากฐานทางสังคมและการปกครองเกิดขึ้น
** ยุคจั้นกั๋ว (475–211 ปีก่อนคริสตศักราช) เป็นช่วงเวลาที่ราชวงศ์โจวทั้งสองล่มสลาย เกิดสงครามแบ่งแยกดินแดน ก่อนที่ฉินซื่อหวง (จิ๋นซีฮ่องเต้) จะปราบปรามหกแคว้น และรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียว