ฝนตกลงมา ทุกหนแห่งมีแต่น้ำ มีประสบการณ์จากภูเขาถงลวี่มาแล้ว เชียนโม่เรียนรู้ที่จะไม่คิดเล็กคิดน้อย นั่งอยู่ข้างรถเทียมวัวอย่างไม่คิดอะไรมาก เอาเสื้อผ้ามาผิงไฟ กินอาหารแห้งด้วยกันกับจย่า
ไม่นานซื่อเหรินฉวีก็มาหาเชียนโม่ บอกว่าฉู่หวังต้องการพบ
จย่าได้ยินพระนามของฉู่หวังก็อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
เชียนโม่กลับไม่แปลกใจ รับคำแล้วบอกจย่าว่าไปไม่นานก็จะกลับมา ก่อนจะตามซื่อเหรินฉวีไป
ในกระโจม ฉู่หวังเพิ่งปรึกษาข้อราชกิจกับขุนนางที่ตามเสด็จแล้วเสร็จ ได้ยินซื่อเหรินทูลว่าแรงงานหญิงโม่มาถึงแล้ว เขาก็เงยหน้าขึ้นมาจากแผนที่
นางยังคงสวมชุดคนรับใช้ หลังจากเดินทางมาหนึ่งวัน สารรูปดูเหน็ดเหนื่อยทรุดโทรมลงหลายส่วน ที่เท้ายังมีโคลนเลนติดอยู่ คงเพราะสวมหมวกไม้ไผ่ เส้นผมของนางจึงดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่กลับขับดุนให้ใบหน้าดวงนั้นยิ่งดูมีชีวิตชีวา แสงเทียนในกระโจมสั่นไหว นัยน์ตาคู่นั้นสุกใสแวววาวราวกับพูดได้เช่นนั้น
“บาดแผลเป็นอย่างไรบ้าง” ฉู่หวังเอ่ยปากถามขึ้น
เชียนโม่แปลกใจ คนผู้นี้เอาแต่ถามถึงบาดแผลของเธอ คล้ายกลัวเธอจะทำงานไม่ไหว ตัวเองจะเสียเปรียบเช่นนั้น
“ไม่เป็นไรแล้วเพคะ” เชียนโม่กล่าว
ฉู่หวังพยักหน้า “อีกสองวันก็จะถึงเมืองหลัว มีรายงานว่ามีโรคไข้จับสั่น เจ้าต้องไปช่วยรักษา”
เชียนโม่รู้ว่าย่อมต้องมีวันนี้ก็รับปาก
หลังจากฉู่หวังสั่งกำชับเสร็จก็ไม่ได้พูดอะไรอีก โบกมือให้นางล่าถอยออกไป ตัวเองก็ดูแผนที่บนโต๊ะต่อ ใบหน้าภายใต้แสงเทียนเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง
เชียนโม่เดินออกไป ยังคิดจะกลับไปหาจย่า ซื่อเหรินฉวีกลับเดินเข้ามาบอกว่า “แรงงานหญิงโม่ เจ้าไม่ต้องกลับไปแล้ว ต้าหวังให้ข้าจัดกระโจมที่พักให้เจ้าแล้ว”
เชียนโม่ประหลาดใจ พูดตามตรง เธอไม่อยากรั้งอยู่ที่นี่ แต่ซื่อเหรินฉวีไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไร สั่งให้คนไปเอาสัมภาระเดินทางของเธอมา
แม้จะบอกว่าเป็นกระโจมที่พัก แต่ความจริงแล้วโกโรโกโสมาก ก็แค่มีเพิงบังฝนที่คนอื่นไม่มีเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น ตกกลางคืนเชียนโม่ใช้ผ้าห่มพันตัว ไม่ง่ายเลยกว่าจะหลับลงได้
ฉู่หวังไปเดินตรวจตราบริเวณใกล้เคียงรอบหนึ่งกลับมา เหลือบไปเห็นเงาร่างในกระโจมเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
บนพื้นมีกองไฟ หญิงผู้นั้นขดตัวอยู่ในกระโจม บนร่างมีเสื้อตัวยาวห่ออยู่ ใบหน้าด้านข้างโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง คล้ายกำลังหลับสนิท ฉู่หวังมองๆ ขณะคิดจะหมุนตัวไป เชียนโม่พลันขยับตัวคล้ายถูกยุงรบกวน สุดท้ายก็เอาหน้าซุกเข้าไปในเสื้อตัวยาวเสียเลย
“ต้าหวัง” ซื่อเหรินฉวีเดินมาเอ่ยเสียงต่ำ “จะเสวยพระกระยาหารหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้อง” ฉู่หวังกล่าวตอบ ผ่านไปครู่หนึ่งก็เอ่ยถาม “มีอ้ายเฉ่าหรือไม่”
ซื่อเหรินฉวีงงงันแล้วตอบ “มีพ่ะย่ะค่ะ”
“เอามาสุมในกองไฟละแวกใกล้ๆ นี้สักหน่อย” ฉู่หวังพูดจบก็เดินเข้ากระโจมไป