“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ มาเที่ยวนี้หนูก็ตั้งใจจะมาบนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรื่องนี้ด้วยนั่นแหละ”
อรณีฟังแล้วกลอกตาใส่ญาติผู้น้องอย่างอ่อนใจ “พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปี”
“ก็ตอนนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของหนูเลยนี่นา”
“งั้นก็หาแฟนดีๆ สักคนสิ จะได้มีคนคอยเป็นทั้งที่ปรึกษาและกำลังใจอยู่ข้างๆ ทุกวันโดยไม่ต้องลงทุนบินไปบินมาเพื่อบนแล้วก็กลับมาแก้บนให้เมื่อย”
“หาง่ายมากเลยเนาะ แฟนดีๆ”
“มันไม่ได้ยากเท่าที่เธอคิดหรอกน่าถ้าตั้งใจจริงๆ”
“แต่หนูว่าบินกลับมาแก้บนง่ายกว่า”
“งั้นเที่ยวนี้เธอก็ลองบนขอแฟนดูด้วยสิ”
“ขอทีเดียวหลายเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะสับสน รอบนี้พอจัดลำดับความสำคัญแล้วหนูคงต้องขอเรื่องงานเป็นหลักก่อน”
“ขอๆ ไปเถอะน่า พี่ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านฉลาดพอที่จะช่วยเธอจัดลำดับความสำคัญได้ เผลอๆ น่าจะทำได้ดีกว่าเธอคิดเอาเอง ท่านอาจจะสามารถช่วยเธอเลือกเรื่องที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก่อน แล้วถ้ามันมีความเป็นไปได้ทุกข้อก็คงได้ทุกอันเองนั่นแหละ แต่อาจจะค่อยๆ เป็นจริงตามลำดับก่อนหลังตามความเหมาะสม”
“แต่ตอนนี้หนูไม่มีผู้ชายที่ชอบเลยนี่นา ไม่อยากขอมั่วๆ หนูอยากมีความรักและได้ลงเอยกับคนที่หนูรักจริงๆ เท่านั้น มันน่าจะฟินกว่าคว้ามาแก้เหงามั่วๆ แบบว่าเป็นใครก็ได้”
“งั้นเธอมีศิลปินอาร์ตทอยส์ที่ตัวเองแอบปลื้มอยู่บ้างไหม”
“มีเพียบเลยค่ะ แต่ดันมีเมียกันหมดแล้ว”
“คนข้างบ้านล่ะ”
“ทั้งบ้านฝั่งซ้ายและฝั่งขวาต่างก็เป็นคุณน้าผู้หญิงที่ใจดีกับหนูมาก ใครๆ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหนูมีบุญจริงๆ ที่ได้เพื่อนบ้านแสนดีขนาดนี้ เพราะมันยากกว่าการได้ผัวดีเสียอีก”
“แล้วลูกค้าคนสำคัญทั้งหลาย?”
“ไม่มีเลยอ่ะค่ะ ยิ่งช่วงนี้เจอแต่ลูกค้าผู้น่าเลิฟจนน้ำตาไหลทั้งนั้นนน ทั้งพูดไม่รู้ฟัง เรื่องมาก จ้องแต่จะเอารัดเอาเปรียบ เยอะสิ่งจิงเกิลเบลแบบโซอะล็อตแบบสุดๆ พูดแล้วขนลุกเลยเห็นไหมคะ” เธอว่าพลางยื่นแขนให้คนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ข้างๆ ดูอาการขนลุกชัดๆ
“ทำไมชีวิตเธอมันอับเฉาเหี่ยวแห้งน่าเบื่อซังกะตายได้ขนาดนี้เนี่ยยายแพร พ่อกับแม่เธอรู้บ้างไหมว่าลูกสาวมีชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายและแสนจะรันทด แถมยังเสี่ยงขึ้นคานเบอร์นี้”
“น่าจะรู้นะคะ เพราะแกก็พยายามหาลูกเขยมาให้เลือกอยู่ทุกวัน แต่ทุกคนที่พ่อกับแม่หามาให้…ถ้าจะลงเอยกันจริงๆ คือมีข้อแม้ว่าหนูต้องกลับไปอยู่บ้านนอกสถานเดียว แต่งานหนูตอนนี้จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในเมืองไปก่อน”
อรณีฟังแล้วถึงกับถอนหายใจเฮือกด้วยความรู้สึกสิ้นหวังตามน้องสาวไปด้วย “เอาเป็นว่าค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ ละกัน ถ้าถูกใจคนไหนขึ้นมาก็ค่อยไปบนขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอา ปีหน้าเธอก็จะสามสิบแล้วนะ พี่ว่าตอนนี้พี่เป็นห่วงเธอเรื่องหาผัวมากกว่าเรื่องหน้าที่การงานเสียอีก อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่งั้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็คงขึ้นไปอยู่บนคาน”
“แต่ถ้าหาได้คนแย่ๆ ขึ้นคานอยู่คนเดียวจะไม่ดีกว่าหรือคะ”
“ชีวิตคนเรามันก็ต้องเลือกเอาสักทางน่ะนะว่าอยากจะเหงาตาย หรืออยากวุ่นวายปวดหัวเพราะความรัก”