เหนือผิวน้ำเบื้องหน้าห่างไปราวเจ็ดแปดสิบเมตร เห็นเงาร่างสีขาวๆ ปรากฏขึ้นหลังหินโสโครกสีดำที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาก้อนหนึ่ง
เงาร่างสีขาวนั่นเป็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังพยุงคนอีกคนหนึ่งลอยคออยู่เหนือน้ำ
ดูเหมือนเขาอยากจะเข้าไปใกล้ๆ หินโสโครกก้อนนั้น แต่กลับโดนกระแสน้ำซัดลอยไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนหันหลังกลับไปไม่ได้
ทว่าทางเบื้องหน้าของเขามีริ้วคลื่นแตกเป็นฟองอากาศสีขาววงใหญ่ผุดขึ้นปุดๆ กลางพื้นน้ำห่างไปไม่ไกล
สำหรับคนที่ไม่ได้เติบโตมากับสายน้ำ ผืนฟองคลื่นเล็กละเอียดบางเบานี้ดูคล้ายขนนกกระจุกหนึ่งร่วงหล่นจากฟ้า
ทว่าจริงๆ แล้วมันมีอันตรายแอบแฝงอยู่ข้างใต้ เพราะสิ่งนี้บ่งบอกถึงวังน้ำวนขนาดใหญ่
ยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเป็นคน ต่อให้เป็นเรือลำหนึ่ง หากมาถึงตรงนี้แล้วไม่คุมหางเสือให้ดีก็มีโอกาสมากที่จะถูกดูดเข้าไป ผลสุดท้ายคือถูกฝังร่างไว้ที่ก้นแม่น้ำ
“ท่านสี่!” เป้าจื่อวิ่งไปยังหัวเรือแล้วตะเบ็งเสียงเรียก กลับเห็นเงาร่างสีขาวนั่นลอยเข้าไปหาริ้วคลื่นแตกเป็นฟองอากาศสีขาววงใหญ่นั้นใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น ทุกทีต่อหน้าต่อตา
นัยน์ตาเขาแดงก่ำดุจเลือด หมุนตัวขวับไปตวาดสุดเสียง “หย่อนเรือเล็กลง ฉันไปเอง”
บนเรือเกิดเสียงกระซิบกระซาบดังระงมเป็นครั้งที่สอง
นี่เขาจะเอาชีวิตไปทิ้งชัดๆ
นายเรือกับต้นเรือกุลีกุจอทำตามคำสั่ง
ซูเสวี่ยจื้อเอาสองมือจับกราบเรือไว้แล้วชะโงกตัวออกไป เหงื่อออกกลางอุ้งมือเธอไม่หยุด
ทันใดนั้นด้านหลังเธอก็มีคนหยิบเชือกลวดขดหนึ่งจากบนดาดฟ้าเรือ ก่อนกระโจนตัวลงน้ำดังตูม เรียกเสียงร้องอุทานจากคนรอบข้าง ชั่วพริบตาก็หายไปไม่เห็นวี่แวว
ตอนเขาโผล่ขึ้นมาอีกครั้งก็อยู่กลางแม่น้ำห่างไปสิบกว่าเมตรแล้ว
เขาคือหวังหนีชิวหัวหน้าสามของสมาคมชาวน้ำนั่นเอง!
เขาราวกับมีครีบปลางอกออกมาสองข้าง ดำผุดดำว่ายไปตามกระแสน้ำเชี่ยวกรากจนถึงด้านข้างหินโสโครกก้อนนั้นในไม่กี่อึดใจ ก่อนยกลำตัวครึ่งหนึ่งขึ้นเหนือน้ำ ผูกปลายเชือกเป็นเงื่อนบ่วงรูดโยนไปคล้องหินโสโครกไว้ได้อย่างแม่นยำแล้วดึงรูดให้แน่นก่อนจะอาศัยเชือกเส้นนั้นไต่ขึ้นไปด้านบน จากนั้นส่งเสียงตะโกนไปทางเงาร่างสีขาวที่ลอยไปถึงริมริ้วคลื่นแตกเป็นฟองอากาศสีขาววงใหญ่ด้านหน้า เหวี่ยงแขนสุดแรงขว้างปลายเชือกอีกด้านหนึ่งไปใกล้ๆ เงาร่างสีขาว
คนที่ลอยคออยู่กลางน้ำยกแขนข้างที่ว่างคว้าเชือกที่โยนมาให้ตนเองไว้หมับ ก่อนพันกับฝ่ามือหลายรอบอย่างว่องไวแล้วกำไว้แน่นๆ
หวังหนีชิวสาวเชือกที่ถูกดึงจนตึงลากท่านสี่กับคุณชายหวังที่หมดสติไปแล้วกลับมาด้านข้างหินโสโครก
ตอนนี้เป้าจื่อกับลูกเรือที่ยอมลงน้ำในที่สุดก็พายเรือลำเล็กไปถึงแล้วเช่นกัน และรับตัวพวกเขาขึ้นมาพากลับมายังเรือใหญ่อย่างรวดเร็ว
ดวงตาของท่านสี่มีเลือดฝอยแดงเรื่อๆ ขึ้นจนทั่ว ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย พอขึ้นมาก็ยืนเกาะราวรั้วก้มตัวออกไปนอกเรือไออย่างรุนแรง
เป้าจื่อปรี่เข้าไปหาด้วยสีหน้าห่วงใยอย่างยิ่ง “ท่านสี่ ท่าน…”
ขณะท่านสี่ก้มหน้าไออยู่ หยดน้ำก็ไหลจากผมสั้นๆ ปรกหน้าผากปอยหนึ่งลงมาหยดแหมะๆ ลงบนสันจมูกโด่งไม่หยุด
เขาโบกมือบอกว่าไม่เป็นไรโดยไม่เงยหน้าขึ้น
ซูเสวี่ยจื้อซึ่งอยู่ใกล้ๆ ตาไวเหลือบเห็นแขนเสื้อที่เขายกขึ้นปิดปากตอนไอคลับคล้ายจะเปื้อนคราบเลือดจางๆ ดวงหนึ่ง
ไม่ใช่แค่นี้ ข้างต้นขาซ้ายของเขาได้แผลตอนอยู่ในน้ำมาอย่างไรก็สุดรู้ หลังจากขึ้นเรือ ถึงไม่ได้แช่ตัวอยู่ในน้ำ เลือดจากแผลที่ยังไหลไม่หยุดจนเปียกซึมชุดสีขาวเป็นสีแดงฉานปื้นใหญ่เห็นได้ชัดสะดุดตามาก
“ท่านสี่ ขาท่าน…”
เขาหยุดไอในที่สุด โบกมือไปมาอีกครั้งก่อนจะรับเสื้อชั้นนอกจากผู้คุ้มกันคนหนึ่งมาคลุมไหล่ ถึงค่อยยืดตัวขึ้นแล้วก้าวเท้าฉับๆ เดินไปหาคุณชายหวัง
ติดตามต่อได้ในฉบับเต็มเดือน กุมภาพันธ์ 2567