ซูโม่อี้ปัดปุยที่ติดบนเสื้อคลุมด้านหน้าออกแล้วพูดว่า “ยังไม่รีบเร่งตอนนี้ รอให้เจ้าคุ้นเคยกับศาลต้าหลี่แล้วทุกอย่างค่อยๆ ปรึกษากัน”
เมื่อพูดถึงศาลต้าหลี่ หลินหวั่นชิงก็เกิดความคิดอื่น นางยืนขึ้นตามซูโม่อี้ที่เลิกเสื้อคลุมแล้วลุกขึ้นยืน เอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงด้วยดวงตาแวววาว “ได้ยินมาว่าศาลต้าหลี่เก็บรักษาสำนวนความของคดีสำคัญๆ ตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์มาทั้งหมดหรือขอรับ”
ซูโม่อี้ชะงักแล้วหันกลับมาถาม “แล้วอย่างไร”
หลินหวั่นชิงพูดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงใจ “ถ้าเช่นนั้นวันหยุดข้าขอไปดูได้หรือไม่”
“วันหยุด?” ท่าทางซูโม่อี้เหมือนจะไม่เข้าใจ “เจ้าไม่ใช่ขุนนางของศาลต้าหลี่ จะมีวันหยุดได้อย่างไร”
“…” หลินหวั่นชิงตะลึงงันไปชั่วครู่ นางอ้าปากค้าง พูดไม่ออก นั่นหมายความว่าซูโม่อี้ให้นางมาที่ศาลต้าหลี่แต่ไม่ได้ตั้งใจจะมอบตำแหน่งแก่นาง? นี่คือศาลต้าหลี่ที่ควบคุมดูแลเรื่องการพิพากษาจริงๆ หรือ ไม่ใช่โรงงานใจดำข้างถนนหรอกหรือ
แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากลับพูดอย่างชอบธรรมและมีเหตุมีผลว่า “เจ้าเป็นคนที่ข้ามาเชิญเองก็ต้องติดตามข้า”
“ถ้าเช่นนั้น…” หลินหวั่นชิงควบคุมสีหน้าที่เกือบจะพังทลาย “ถ้าเช่นนั้นหากข้าต้องการจะค้นหาหนังสือหรือข้อมูลบางอย่างควรทำอย่างไร”
ใต้เท้าซูยังคงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “คดีเดียวที่เจ้ารับผิดชอบมีเพียงคดีฆ่าข่มขืนต่อเนื่องเท่านั้น หากต้องการหาข้อมูลก็ควรไปที่ที่ว่าการเมืองหลวง”
“…” หลินหวั่นชิงรู้สึกเหมือนได้รับบาดเจ็บภายใน แต่ยังคงถามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าสติปัญญาโง่เขลา บางครั้งก็ต้องการประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนเพื่อให้แนวคิดขอรับ ดังนั้น…”
ไม่ได้รอให้หลินหวั่นชิงพูดจบก็ดูเหมือนซูโม่อี้จะหมดความอดทนเสียก่อน เขาจึงหันหลังกลับแล้วพูดว่า “เกิดมาโง่งมก็ใช้คดีฆ่าข่มขืนนี้เพื่อสร้างชื่อ ถึงอย่างไรศาลต้าหลี่ก็ไม่เลี้ยงคนที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว”
หลินหวั่นชิงพูดอันใดไม่ออก “…”
ศาลต้าหลี่ ยามไฮ่
ค่ำคืนอันมืดมิด ที่หน้าต่างเรือนด้านข้างมีแสงเทียนประเดี๋ยวมืดประเดี๋ยวสว่างส่องกระจายไปทั่วห้อง หลังจากฝนตกหนักในอากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของหญ้าสดและดอกไม้ที่ร่วงโปรยปราย
หลินหวั่นชิงนวดคอที่ปวดร้าว เงยหน้าขึ้นจากกองสำนวนความบนโต๊ะ ค่ำคืนในฤดูใบไม้ผลิที่เงียบสงัด เดิมทีก็ทำให้ง่วงง่ายอยู่แล้ว นางจึงอดหาวไม่ได้ จากนั้นหยิบแท่งไม้ไผ่ขึ้นมาแล้วเขี่ยไปที่ไส้ตะเกียง
ซูโม่อี้ให้เวลานางเพียงเจ็ดวันเท่านั้น หากนางสามารถหาเบาะแสใหม่ได้ นางก็จะสามารถเข้าสู่ศาลต้าหลี่ได้อย่างเป็นทางการ และห้องสำนวนความนั้นนางก็สามารถเข้าไปได้แล้ว ดังนั้นสามวันมานี้นางจึงแทบจะอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืนเพื่อศึกษาใคร่ครวญอย่างหนัก
ถึงอย่างไรก็ไม่มีที่ไป หลินหวั่นชิงจึงย้ายทรัพย์สมบัติทั้งหมดมาที่นี่