บทที่ 19
เวินติ้งฟางไปขโมยพิณคันนั้น
แม้จะบอกว่าขโมย ทว่าอันที่จริงคือไปหยิบมามากกว่า
เพราะเขามีกระบี่เกราะแขนลายหงส์ ท่านผู้เฒ่าจึงให้สิทธิ์เขาเข้าโรงเก็บของได้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน
ศิษย์ลูกศิษย์หลานของท่านผู้เฒ่ามีมากมาย แม้เขาจะเป็นศิษย์ที่ท่านผู้เฒ่าแหกกฎรับไว้ แต่เพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย อาจารย์ในนามของเขาคือเฟิงเลี่ยจวินซึ่งเป็นลูกชายของท่านผู้เฒ่า ดังนั้นถ้าจะนับจริงๆ เขาก็คือศิษย์หลานของท่านผู้เฒ่า ทว่าผู้ที่สอนวิชาให้เขาแท้จริงแล้วก็คือท่านผู้เฒ่าเอง
หากไม่ทำเช่นนี้เขาจะทำให้คนอื่นสับสนกับการแบ่งระดับความอาวุโส พูดตามตรงเขาเองก็ไม่กล้าให้คุณลุงอายุห้าสิบหกสิบจำนวนหนึ่งมาเรียกเขาว่าอาจารย์อาหรอก
ปีนั้นเขาเข้าสำนักช้าก็ถือว่าได้อาจารย์เฟิงเลี่ยจวินรับเป็นศิษย์ ถ้าให้จัดลำดับความอาวุโสจริงๆ เขาน่าจะไปอยู่ถึงตีนเขาได้เลย พูดถึงความสามารถในการกำจัดปีศาจ แม้จะมีกระบี่เกราะแขนลายหงส์ และเขาเองก็ไม่ใช่ระดับสุดยอด แต่กระบี่เล่มนั้นช่วยเขาไว้ไม่น้อยจริงๆ
เพราะเป็นผู้มีวาสนาของกระบี่เกราะแขนลายหงส์ เขาจึงเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถเข้าออกโรงเก็บของได้อย่างอิสระ ดังนั้นเขาแค่เดินเข้าไป จากนั้นก็นำพิณบรรจุลงในหีบแล้วค่อยย้ายหีบออกมา
ระหว่างที่ผ่านโรงฝึกยุทธ์ รุ่นพี่จ้าวสือซย่าเห็นเขาแต่ก็ไม่ได้ถามว่านั่นคืออะไร เพียงตบบ่าแล้วถอนหายใจทีหนึ่ง
“เฮ้อ อาติ้ง สุดขอบฟ้าไม่ไร้หญ้าหอม นายรู้ใช่ไหม”
เวินติ้งฟางยังไม่ทันได้พูดอะไร จ้าวไป่ชิวซึ่งสวมถุงมือครึ่งนิ้วที่ใช้ในการฝึกก็เดินออกมาจากโรงฝึกยุทธ์แล้วเอ่ยว่า “นายอย่าเอาแต่กินมั่วซั่วทำตัวน่าสงสารเพราะแค่อกหักเลย ถ้ารู้สึกไม่พอใจก็มาฝึกยุทธ์เถอะ ฉันอยู่เป็นเพื่อนได้ทุกเมื่อ”
ในตอนนี้เองจ้าวเชียนตงก็ถือไม้กระบองยาวท่อนหนึ่งเดินผ่านเขา เพียงทิ้งท้ายประโยคหนึ่งอย่างเรียบเฉย “ยินดีกับนายด้วยที่หลุดพ้นจากทะเลทุกข์”
เวินติ้งฟางไร้ซึ่งคำพูด เห็นได้ชัดว่าบรรดารุ่นพี่ล้วนรู้เรื่องของหมอนั่น เขาทำได้แค่อุ้มหีบไม้ใบนั้นแล้วยิ้มแห้ง
“ต้องการให้ช่วยไหม” จ้าวอี้ชุนที่เพิ่งกลับมาจากการวิ่งเหงื่อท่วมตัว มองเขาอุ้มหีบใบนั้นพลางเอ่ยปากถาม
ฮือๆๆ รุ่นพี่อี้ชุนดีที่สุดแล้ว สมกับเป็นผู้ชายที่ฉันชื่นชอบจริงๆ
“ไม่ต้องครับ วันนี้ผมแค่มาช่วยเอาของที่อาหลิงต้องใช้ไปให้เธอ” เขามองจ้าวอี้ชุนด้วยสีหน้าตื้นตัน “ขอบคุณครับรุ่นพี่”
จ้าวอี้ชุนมองรุ่นน้องอย่างขบขันก่อนจะตบบ่าอีกฝ่าย “รบกวนนายแล้ว อีกสองวันเป็นวันหยุดพวกเราค่อยไปจัดการเรื่องโรงเก็บของด้วยกัน ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เรียกฉันนะ” พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในโรงฝึกยุทธ์
เหล่าพี่น้องสกุลจ้าวล้วนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเก็บของก่อนหน้านี้ รู้ว่าเวินติ้งฟางกำลังจัดระเบียบโบราณวัตถุเหล่านั้นใหม่อีกครั้ง เห็นเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาไม่ได้ถามมากแล้วก็กลับไปหาคู่ซ้อมในโรงฝึกยุทธ์