“อ๊ะ ก็คือกฎระเบียบ!”
พวกผู้หญิงถูกทำให้ตกใจ หันไปมองพร้อมกันก็เห็นหวาเหมียวเหมี่ยวพูดอย่างจริงจัง
“พวกพี่ฉินบอกว่าโลกมนุษย์มีกฎระเบียบของโลกมนุษย์ ดังนั้นพวกเขาไม่อาจก้าวก่ายได้ใช่ไหม ในเมื่อเป็นอย่างนี้ปรโลกก็น่าจะมีกฎระเบียบของพวกเขา ไม่ผิดสินะ?”
“ถูกต้อง” ไป๋ฉี่ลี่พยักหน้า เมื่อครู่เธอก็พูดอย่างนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ หวาเหมียวเหมี่ยวถึงดูเหมือนคิดอะไรออก
หวาเหมียวเหมี่ยวเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “นี่หมายความว่าปรโลกก็มีการแบ่งลำดับชั้นและตำแหน่งเหมือนกับพวกเราที่นี่ ยกตัวอย่างเช่นตำรวจ มีแบ่งเป็นตำรวจทั่วไป ตำรวจจราจร ก็เหมือนกับจเรผีของปรโลกถูกไหม พวกเรามีตำรวจสืบสวน ดังนั้นปรโลกก็คงมียมทูตหัววัวหน้าม้า* หรือลาดตระเวนอะไรทำนองนั้นเหมือนกัน”
“เอ่อ ฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรว่าพวกเขาแบ่งลำดับขั้นแบบนี้รึเปล่า” ไป๋ฉี่ลี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเก้อเขิน
“ไม่เป็นไร นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ” หวาเหมียวเหมี่ยวโบกมือแล้วยิ้มบางๆ “พวกเธอเข้าใจความหมายของฉันก็พอ”
“แล้วไงล่ะ ฉันนึกว่าเรามั่นใจแล้วซะอีกว่าปรโลกมีอยู่จริงๆ” ถังเข่อชิงเลิกคิ้วถาม ถึงเธอจะไม่เคยไป แต่พวกผู้หญิงตรงหน้านี้ล้วนผ่านสังสารวัฏการกลับชาติมาเกิด แม้พวกเธอจะจำรายละเอียดของปรโลกได้ไม่ชัด แต่หลายปีมานี้หากนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็ต่างจะมาคุยกันเพื่อยืนยันให้แน่ใจ
หวาเหมียวเหมี่ยวมองไปทางถังเข่อชิงแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ ในเมื่อมีจเรผีที่คอยวิ่งทำงาน แน่นอนว่าย่อมต้องมีเบื้องบน ถ้าปรโลกมีกฎระเบียบเหมือนกับโลกมนุษย์เราจริงๆ ก็ต้องมีระบบเหมือนกัน ถ้าพวกเรามองปรโลกเป็นบริษัทสักบริษัทหนึ่ง ตามที่ฉันเข้าใจระบบบริษัท ปกติเมื่อคนคนหนึ่งทำความผิดก็จะมีกระบวนการหนึ่ง ตามข้อมูลที่พวกเราได้รับมาตอนนี้ การทำงานของปรโลก จเรผี ตุลาการ พญายมเหล่านี้จะดูแลดวงวิญญาณของผู้คนหลังจากที่ตายแล้ว ตกรางวัลผู้กระทำความดี ลงทัณฑ์ผู้กระทำความชั่วถูกไหม แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเธอกับอาหลิงไม่มีทางตายไง งั้นพวกเขาทำยังไงกับพวกเธอสองคนหรือไม่ก็คนที่เป็นเหมือนพวกเธอ ปล่อยไปไม่สนใจ? แต่ถ้าปล่อยไปไม่สนใจจริงๆ ล่ะก็ นั่นก็จะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนกับทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกถูกไหม เมื่อกี้ฉี่ลี่เพิ่งบอกไป ดังนั้นพวกเขาไม่มีทางปล่อยไปไม่สนใจแน่นอน นั่นก็คือเรื่องที่ฉินเทียนกงกำลังทำ เขาให้พี่ฉินรับเยี่ยอิ่งไว้เป็นภูตยักษ์ช่วยเก็บกวาดปีศาจไม่ใช่หรือไง”
ถงชิวหรานฟังถึงตรงนี้ก็อดถามไม่ได้ “เรื่องพวกนี้ที่เธอพูดเกี่ยวอะไรกับกฎระเบียบ”
หวาเหมียวเหมี่ยวได้ยินดังนั้นจึงยิ้มแล้วเอ่ยต่ออย่างตาลุกวาว “พวกเขาจะเก็บเยี่ยอิ่งไว้เป็นภูตยักษ์ก็หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ปล่อยไปไม่สนใจและก็ไม่มีทางด้วย พวกเขาเองก็มีกฎระเบียบและระบบของพวกเขา แต่บริษัทในใต้หล้าล้วนมีความดำมืดเป็นธรรมดา”
“หมายความว่ายังไง” ความคิดของหวาเหมียวเหมี่ยวแล่นเร็วเกินไป คราวนี้ไป๋ฉี่ลี่ฟังไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ฟางชิวสุ่ยที่อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้ามึนงงเช่นกัน ยังโพล่งถามว่า “ไม่ใช่อีกาในใต้หล้าล้วนดำมืดเป็นธรรมดาหรอกเหรอ”
เทียบกับผู้หญิงที่ไม่เคยทำงานในระบบบริษัททั้งสองคนนี้ ถงชิวหรานกับถังเข่อชิงที่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนในบริษัทกลับฟังแล้วเข้าใจในทันที
“ใช่แล้ว นี่ก็คือกฎระเบียบ” ถังเข่อชิงเข้าใจในทันใด “ในตอนแรกเป็นเพราะเส้นสายของฉี่ลี่ ฉินถึงได้แอบปล่อยเทียนฟั่งออกมา ถ้าไม่ใช่แบบนี้เขาอาจจะยังถูกขังอยู่ในอเวจีก็ได้”
ถงชิวหรานโพล่งออกไปทันที “อาหลิงทำความผิด แต่เธอไม่มีทางตาย ถ้าผู้อุปถัมภ์ซ่งต้องการช่วยอาหลิง เบื้องบนจะต้องมีคนคัดค้านแน่”
“ไม่ผิด ก็แบบนี้แหละ ในบริษัททุกอย่างล้วนมีระบบและระเบียบที่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งฝักฝ่ายที่ต่างกันก็จะมีความเห็นที่ต่างกัน แปดส่วนเบื้องบนเองก็คงจะรับมือยากเหมือนกัน” หวาเหมียวเหมี่ยวชี้ถึงประเด็นนี้ให้ทุกคนฟัง จากนั้นก็มองไปทางอาหลิง พูดความคิดของตัวเองออกมา “ฉันคิดว่าผู้อุปถัมภ์ซ่งเจรจาแลกเปลี่ยนกับคนของปรโลกหรือไม่ก็ทำข้อตกลงอะไรสักอย่าง เพราะงั้นเขาถึงได้สามารถกลับชาติมาเกิดมาหาเธอได้ แต่เธอคิดจุดนี้ออกแล้วถูกไหม”
อาหลิงที่นิ่งเงียบมาตลอด จนถึงตอนนี้ถึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้า