“ว้าว น่ารักจัง แมวตัวนี้มาจากไหนเนี่ย” ถังเข่อชิงมองแมวดำตัวน้อยที่โมโหฟึดฟัดกลับลงไปนั่งบนพื้นอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะถามด้วยรอยยิ้ม
“น่ารักสุดๆ ไปเลยนะเนี่ย” หวาเหมียวเหมี่ยวเดินเข้ามา ฉวยโอกาสตอนที่มันต่อต้านไม่ได้ยื่นมือไปลูบหัวของมัน
“ตาโตมากเลย” ไป๋ฉี่ลี่เองก็เดินกลับมาด้วย นั่งยองๆ ข้างถังเข่อชิงและมองสำรวจ “ขนตาก็ยาวสุดๆ”
“แมวที่คุณเก็บได้เหรอ” เพราะแมวตัวนี้ทั้งตัวเล็กและน่ารัก ใหญ่กว่าฝ่ามือแค่นิดเดียวเท่านั้น แม้แต่ฟางชิวสุ่ยเองก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบขนสีดำของมัน “ขนนุ่มมากเลย”
“เดี๋ยวก่อน คงไม่ใช่ตัวที่เมียวเมียวคลอดหรอกนะ?” ถงชิวหรานเองก็ลูบหางมันทีหนึ่ง
“ฉันนึกว่ามี้มี้ข้างล่างตัวนั้นเป็นตัวผู้ซะอีก” ถังเข่อชิงกล่าวพลางหมุนแมวให้เพื่อนๆ ทุกคนดู
“เอ๋? งั้นเหรอ ฉันนึกว่ามันเป็นตัวเมียนะ” ถงชิวหรานกล่าวอย่างขบขัน มองดูแมวดำตัวน้อยที่ตื่นตะลึงอย่างยิ่งและพยายามใช้เท้าบังท่อนล่างของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอยื่นมือไปดึงเท้าเล็กๆ ที่ต่อต้านของมันออก “แต่ตัวนี้จะต้องเป็นตัวผู้ไม่ผิดแน่”
“ตัวนี้เป็นตัวผู้แน่นอน” หวาเหมียวเหมี่ยวมองท่อนล่างของแมวดำน้อยแล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ ถามด้วยรอยยิ้มว่า “เอ๋? เดี๋ยวนะ ตัวที่อยู่ใต้ตึกนั่นตกลงว่าชื่อมี้มี้หรือเมียวเมียวกันแน่อะ?”
“เอ่อ อันที่จริงฉันเองก็ไม่แน่ใจเท่าไร” ไป๋ฉี่ลี่ตอบด้วยรอยยิ้มเก้อเขิน ฉินเทียนกงกับอาหลิงต่างเรียกชื่อมันส่งๆ ทำเอาหลังจากนั้นเธอเองก็ลืมไปแล้วว่าตอนแรกช่วยตั้งชื่อไหนให้มันกันแน่
“มันตัวเล็กมาก อายุประมาณสามเดือนหรือเปล่านะ” ฟางชิวสุ่ยเอ่ย ยื่นมือไปคิดจะอุ้มแมวดำตัวนั้นมาจากถังเข่อชิง
เกิ่งเค่อกังเห็นดังนั้นก็กลัวว่าเธอจะอุ้มแมวดำตัวนั้นเข้ามาในอ้อมอกจริงๆ จึงขวางไว้กลางคันทันใด ช่วยแมวดำหน้าตาซังกะตายที่ถูกพวกผู้หญิงทั้งลูบคลำทั้งอุ้ม ขาดแค่ไม่ได้ดูทั่วทั้งตัวออกมา
คงเพราะรู้ว่าหนีไปก็ไม่มีประโยชน์ อยู่ในมือเขายังดีกว่าอยู่ในมือผู้หญิงพวกนั้น มันจึงไม่ดิ้นอีก หลุบตามองพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“มันเกิดมานานเกินสามเดือนแล้ว” เกิ่งเค่อกังมองบรรดาเพื่อนสาวของภรรยา ตอบคำถามที่ได้ยินเมื่อครู่ “ฉันไม่ได้เก็บมันมาหรอก และ…” เขามองไปทางอาหลิงที่อยู่ในห้องรับแขกซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้หลงใหลในความน่ารักของแมวดำและไม่ได้ยื่นมือมาสัมผัสมันก่อนจะเอ่ยว่า “มันไม่ใช่แมว”
เห็นได้ชัดว่าอาหลิงรับรู้ถึงความผิดปกติตั้งแต่แรกแล้ว เขาเห็นเธอจ้องแมวตัวนั้น แมวดำตัวนั้นก็จ้องเธอเช่นกัน จากนั้นวินาทีต่อมาเธอก็แหงนหน้าระเบิดหัวเราะออกมา
“ไม่หรอกมั้ง ฉันรู้ว่านายมีปัญหา แต่…ทำไมถึงตัวเล็กขนาดนี้ น่ารักเกินไปแล้วมั้ง”
อาหลิงหัวเราะไม่หยุด คิดถึงท่าทางของมันเมื่อครู่ตอนถูกพวกผู้หญิงลูบคลำไปทั่วทั้งยังมองสำรวจทุกซอกทุกมุม เธอก็หัวเราะจนน้ำตาเล็ดออกมาอีกครั้ง
แมวดำตัวน้อยทั้งโมโหทั้งหงุดหงิดจึงดิ้นขึ้นมาอีกครั้ง ตื่นตระหนกจนตัวบิดซ้ายบิดขวาแทบจะบิดจนกลายเป็นขนมเกลียว แต่คราวนี้เกิ่งเค่อกังจับไว้แน่นมาก ไม่ให้โอกาสมันได้หนี
“เดี๋ยวนะ มันไม่ใช่แมวแล้วคืออะไร” ไป๋ฉี่ลี่ถามอย่างประหลาดใจ
“ปีศาจเหรอ” ถงชิวหรานเบิกตากว้าง
“เขาไม่ใช่ปีศาจและก็ไม่ใช่แมว แต่เป็นมนุษย์กึ่งสัตว์ ร่างเดิมคือเสือดำ” เกิ่งเค่อกังจับเสือดำตัวน้อยในมือเอาไว้ บอกตามตรงว่าเขาเองก็เห็นใจหมอนี่มาก ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากอธิบายอย่างรวดเร็ว “เดิมทีก็มีขนาดเท่ามนุษย์กึ่งสัตว์ทั่วไป แต่เมื่อกี้มีปีศาจโจมตีร้านของคุณจู ถึงเขาจะขวางปีศาจตนนั้นไว้แล้ว แต่ก็โดนอาคมของอีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน จากนั้นก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว”
เกิ่งเค่อกังเดินมายังเบื้องหน้าอาหลิงที่หัวเราะไม่หยุด หิ้วเสือดำตัวน้อยที่ยังคงดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตายในมือยื่นไปตรงหน้าเธอ
“อาหลิง เธอรู้ไหมว่าจะเปลี่ยนเขากลับมาได้ยังไง”
ฟังคำพูดนี้แล้วเสือดำตัวนั้นก็พลันหยุดการดิ้นรน เงยหน้ามองไปทางหญิงสาวที่หัวเราะไม่จบคนนั้นอย่างรวดเร็ว
อาหลิงช้อนตา พอเห็นตาโตๆ อันหม่นหมองคู่นั้นของมันแล้วก็ขำพรืดออกมาอีกครั้งอย่างทนไม่ไหว
“ขอโทษๆ แต่…” เห็นเกิ่งเค่อกังขมวดคิ้วใส่เธอ อาหลิงจึงโบกมือแล้วกลั้นหัวเราะ กระแอมกลั้วคอ เช็ดน้ำตาที่หางตาก่อนจะเอ่ยว่า “โอเคๆ อะแฮ่ม นายวางมันลงสิ ฉันขอดูหน่อย”
เกิ่งเค่อกังวางเจ้าดวงซวยตัวนั้นลงบนพื้น
“อย่าขยับ” อาหลิงเอ่ยปากเตือนมัน
เสือดำตัวน้อยพ่นลมหายใจทีหนึ่งทางรูจมูก แต่มันไม่ได้ขยับมั่วซั่ว นั่งลงดีๆ อย่างว่าง่าย