“ไม่หรอกมั้ง” ไป๋ฉี่ลี่อุทาน
พวกผู้หญิงหันไปมองแมวดำตัวน้อย…ไม่สิ…เสือดำตัวน้อยในมือเวินติ้งฟางพร้อมกัน
เสือดำตัวน้อยรับรู้ถึงสายตาของทุกคนข้างหลังได้อย่างชัดเจน ให้ตายก็ไม่ยอมหันไปเผชิญหน้า แค่ขู่คำรามเสียงต่ำใส่เวินติ้งฟางอย่างโมโห
เวินติ้งฟางเห็นดังนั้นก็ขำพรืดออกมาทีหนึ่ง จากนั้นก็รีบเอ่ยขอโทษ “ขอโทษด้วย แต่…พรืด…ฉันไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ นะ แค่…พรืด…นายเองก็ตัวเล็กลงเกินไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ…”
มองเขาหัวเราะอย่างไม่เกรงใจขนาดนั้น หัวเราะโอเวอร์เสียยิ่งกว่าอาหลิงเมื่อครู่นี้เสียอีก พวกผู้หญิงแทบจะมั่นใจในข้อเท็จจริงนี้แล้ว นอกจากเพื่อนสนิทก็คงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะหัวเราะเยาะผู้ชายอีกคนแบบนี้อีกแล้ว แต่เพราะแตกต่างกันมากเกินไปฟางชิวสุ่ยจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามสามี
“เขาคือแมวน้อยตัวนั้นจริงๆ เหรอ”
“ไม่ใช่แมว เป็นเสือต่างหาก” เกิ่งเค่อกังมองเวินติ้งฟางกับเจ้าตัวน้อยที่บังเอิญคบหากันเป็นเพื่อนซึ่งเวลานี้โมโหจนแทบน้ำลายฟูมปากตัวนั้นอย่างขบขัน จึงช่วยเอ่ยปากสำทับให้เด็กหนุ่มที่น่าเวทนาคนนั้นอีกครั้ง “เสือดำ”
“ปกติเขาแข็งแรงบึกบึนมาก จริงๆ นะ…พรืด…” เวินติ้งฟางปกป้องชื่อเสียงของเพื่อนสนิทอย่างรู้ตัวช้า แต่กลับยังคงกลั้นหัวเราะไม่ไหวอยู่ดี
แต่คำอธิบายนี้ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด เพียงแค่ทำให้พวกผู้หญิงนึกในใจว่าเมื่อครู่นี้ตนเองลูบหัวเขา ดูเหมือนว่ายังดึงเท้าเขา จับหางเขา แล้วก็ชื่นชมตรง…
แม้จะมีความอดทนสูง แต่เสียงกลั้นหัวเราะก็ทยอยดังขึ้นมาไม่ขาดสาย จึงทำให้ไหล่ทั้งสองข้างของเจ้าตัวน้อยสีดำสั่นระริก
“อะแฮ่ม ฉันนึกขึ้นได้ว่ายังต้มของไว้ที่ชั้นล่าง ขอลงไปดูก่อนนะ” ไป๋ฉี่ลี่ลุกขึ้นอย่างขบขันกลั้นไม่ไหวชิงออกไปก่อน แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยว่า “พวกเราค่อยติดต่อกันอีกทีในกลุ่มแล้วกัน”
“ฉันก็เหมือนกัน ฉันหมายความว่าจะลงไปช่วยฉี่ลี่ทำอาหารเย็น พวกเธอค่อยๆ คุยกันไปนะ พรืด…” ฟางชิวสุ่ยพูดไปได้ครึ่งเดียว ขณะเดินผ่านเกิ่งเค่อกังแล้วเห็นหน้าตาของเจ้าตัวน้อยสีดำที่กำลังจ้องหน้าอกของเวินติ้งฟางแน่นิ่งไม่ว่อกแว่กด้วยความอดกลั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ รีบโบกมือให้เจ้าตัวน้อยสองทีแล้วเอ่ยว่า “ขอโทษที…บ๊ายบาย…”
ถงชิวหรานดีกว่าฟางชิวสุ่ยหน่อย เธอกลั้นหัวเราะ ลุกขึ้นผละจากไปอย่างค่อนข้างสงบเสงี่ยม พยักหน้าให้อาหลิง “ฉันเองก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน ค่ำๆ ค่อยออนไลน์คุยกันนะ”
“ฉันอยากอยู่ต่อมาก แต่ฉันคิดว่าเด็กคนนี้ต้องการพื้นที่สักหน่อย” หวาเหมียวเหมี่ยวยิ้มพลางเดินผ่านอาหลิง “ฉันคิดว่าเธอรู้ว่าจะมาหาฉันยังไง”
อาหลิงพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง เอ่ยเสียงแหบพร่าว่า “ฉันรู้”
เดิมทีถังเข่อชิงคิดจะพูดอะไรบางอย่างกับอาหลิง แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงยื่นมือมากอดอาหลิงแน่นๆ ทีหนึ่ง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่เธอต้องการฉัน ฉันจะยืนอยู่ข้างเธอตลอดไป
ได้ยินเสียงในใจของอีกฝ่าย หัวใจอาหลิงพลันบีบรัด น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง
ถังเข่อชิงคลายมือ เช็ดน้ำตาบนใบหน้าพลางยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป
เกิ่งเค่อกังมองถังเข่อชิง ทั้งสองคนเป็นเหมือนเช่นวันวาน ผงกศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินสวนผ่านกันไป
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 11 มี.ค. 69