เขาบังคับตัวเองให้หยุดความคิดนั้น ไม่กล้าคิด ไม่กล้าคิดลึกลงไป รู้สึกได้เพียงหัวใจกลางอกเต้นแรงอย่างยิ่ง แรงจนเขารู้สึกหูอื้อเล็กน้อย
เขาสลัดความคิดเพ้อเจ้อเหล่านั้นออกไป คว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัวและผมให้แห้ง สวมเสื้อผ้าแล้วเดินกลับไปหยิบกระเป๋าเป้ที่ห้อง
ขณะที่เขาเดินผ่านห้องรับแขกเพื่อจะไปทำงาน ถึงขั้นไม่กล้ามองผู้หญิงคนนั้นเลยสักแวบ เพียงแค่พึมพำออกมาประโยคหนึ่ง
“ฉันจะไปทำงานแล้วนะ”
อาหลิงไม่ได้ตอบและไม่ได้สนใจเขาเลย แต่ไม่รู้ทำไมถึงทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเธอแวบหนึ่งในตอนที่สวมรองเท้าอยู่ตรงระเบียง
ผู้หญิงคนนั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา กินอาหารเช้าอย่างกระฟัดกระเฟียดพลางจ้องมองคันฉ่องสำริดบานนั้น เขาเชื่อว่าถ้าหากผู้อุปถัมภ์คนนั้นอยู่ที่นี่จริงๆ ล่ะก็ เธอคงยื่นมือไปบีบคอเขาให้ตายแล้ว
เขาผูกเชือกรองเท้าเรียบร้อยแล้วสะพายกระเป๋าเป้ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจากไป ในที่สุดก็ยังคงโพล่งออกไปอีกหนึ่งประโยค
“ชื่อของเธอ”
อาหลิงตะลึงงัน เงยหน้ามองมาทางเขา คิ้วเรียวงามข้างขวาเลิกขึ้น
“เธอน่าจะลองชื่อของเธอดูนะ” เขายืนอยู่ตรงระเบียงแล้วบอกเธอ “ถ้าเป็นฉันจะต้องตั้งรหัสลับเป็นชื่อของเธอแน่”
อาหลิงมองเขา กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “หมอนั่นไม่อยากให้ฉันดูของในคันฉ่องสำริดบานนี้ ถึงได้ปิดบังฉัน จะใช้ชื่อของฉันได้ยังไง”
“เพราะเขารู้ว่าเธอจะคิดอย่างนี้ไง” เวินติ้งฟางมองเธอแล้วกระตุกมุมปาก “เขาเป็นชายหน้าเนื้อใจเสือไงล่ะ”
นัยน์ตาดำขลับของอาหลิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ไฟโทสะปะทุขึ้นมานิดๆ
เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้จริงๆ ที่ผู้ชายคนนั้นจะทำ
ชั่วขณะต่อมาเวินติ้งฟางก็เห็นอาหลิงคว้าคันฉ่องสำริดที่เดิมทีถูกวางไว้บนโต๊ะขึ้นมา ใช้ภาษาแม่มดร่ายคาถาเปิดคันฉ่อง คราวนี้เพิ่มชื่อของเธอเข้าไปด้วย
ชั่วพริบตานั้นลำแสงที่ประกอบด้วยภาษาแม่มดก็พลันปรากฏขึ้นมากลางอากาศ
อาหลิงเบื้อใบ้ไร้ซึ่งคำพูด ส่วนเวินติ้งฟางก็ดีดนิ้วทีหนึ่งแล้วหัวเราะออกมา
“อะฮ่า ดูสิ ฉันว่าแล้วไง…”
แต่รอยยิ้มของเขาคงอยู่ได้ไม่นาน เพราะเธอไม่ได้มองเขาเลยสักแวบเดียว ถึงขั้นไม่พยายามหันกลับมาหยิบของปาใส่เขา สมาธิทั้งหมดของเธอจดจ่อกับการอ่านอักขระที่อยู่ในลำแสงนั้น
รอยยิ้มบนใบหน้าเวินติ้งฟางค่อยๆ หายไป เขามองผู้หญิงคนนั้น รู้ว่าเธอคงไม่กลับมาสนใจเขาอีกแล้วจึงหมุนตัวเดินออกไป แบกรถจักรยานเดินลงไปชั้นล่างเพื่อไปทำงาน
เขาไม่ได้หันกลับมาอีก ดังนั้นจึงไม่เห็นว่าขณะที่เขาขึ้นคร่อมจักรยานอยู่ในตรอกนั้น อาหลิงถือคันฉ่องสำริดมายืนอยู่ตรงริมระเบียงไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร มองดูเงาร่างของเขาที่ขี่จักรยานไกลออกไปราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง