ถงชิวหรานรู้ว่าเธอกำลังกังวลอะไรอยู่จึงเอ่ยปากพูด “สบายใจได้ ฉันยืนยันมาแล้ว ข่ายอาคมของพี่ฉินที่นี่แน่นหนากว่าลานบูชายัญ ไม่มีใครรู้หรอกว่าพวกเราคุยอะไรกัน”
“อื้ม จริงๆ นะ” ไป๋ฉี่ลี่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ฉันกับอู๋หมิงเคยลองจนแน่ใจมาเรื่องหนึ่ง ข่ายอาคมของเขาหากไม่ได้รับอนุญาตจากเขาก็ไม่มีใครเข้ามาได้และก็ไม่มีใครออกไปได้ด้วย ต่อให้เป็นจเรผีจากปรโลกก็ไม่ได้เหมือนกัน”
อาหลิงรู้ว่าตอนนั้นเยี่ยอิ่งก็เคยลองด้วยตัวเองมาแล้ว แม้เขาจะแข็งแกร่งเหนือใคร แต่เมื่อเข้ามาที่นี่แล้วเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ถูกบีบคั้นจนทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
เป็นเพราะข่ายอาคมของฉินอู๋หมิงสามารถอุดกำแพงมีหูประตูมีช่องได้ พวกเธอถึงได้มารวมตัวกันที่นี่
ในอดีตชาติถงชิวหรานเองก็เป็นแม่มด ตั้งแต่เธอฟื้นความทรงจำ หลายปีมานี้เพื่อเยี่ยอิ่งแล้ว เธอแทบจะจำภาษาแม่มดและคาถาที่เคยลืมสิ้นขึ้นมาได้ อาหลิงรู้ว่าถงชิวหรานมักจะมายืมหนังสือที่พี่ฉินบ่อยๆ
ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก ค้นพบตั้งนานแล้วว่าตู้หนังสือที่อยู่ในร้านกาแฟชั้นล่างคือตู้หนังสืออเนกประสงค์ ต้องการหนังสือแบบไหนก็สามารถได้หนังสือแบบนั้น
เยี่ยอิ่งถูกฉินอู๋หมิงรวบรวมร่างกลายมาเป็นภูตยักษ์ นับแต่นั้นต้องขึ้นเขาลงห้วยเพื่อช่วยจับผีขจัดปีศาจ ถงชิวหรานกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป แน่นอนว่าต้องคิดหาทุกวิถีทางพยายามที่จะปกป้องคนคนนั้น หนังสือที่มายืมล้วนเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับหยินหยางปากว้า คาถาข่ายอาคม อดีตชาติของเธอก็คือแม่มดระดับสูง เรียนรู้คาถาข่ายอาคมได้ง่ายกว่าคนปกติ แม้อาหลิงจะไม่เคยยืนยันกับอีกฝ่ายตรงๆ ให้แน่ใจ แต่เธอรู้ว่าถงชิวหรานศึกษาคาถาข่ายอาคมเหล่านั้นอย่างเจาะลึก ไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปที่จะถูกปีศาจคุกคามได้ง่ายๆ คนนั้นเมื่อหลายปีก่อนอีกแล้ว
ถงชิวหรานบอกว่าไม่มีปัญหา นั่นย่อมไม่มีปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการยืนยันจากไป๋ฉี่ลี่อีก
อาหลิงค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วลุกขึ้นนั่ง บังคับให้ตนเองเผชิญหน้ากับผู้หญิงทั้งห้าคนที่มารวมตัวกันวิพากษ์วิจารณ์รูปถ่ายเหล่านั้นตรงหน้านี้
พูดตามตรงตอนแรกอาหลิงไม่ได้คิดจะให้พวกเธอรู้กันหมดจริงๆ แรกเริ่มเธอเพียงพูดกับถังเข่อชิงและไป๋ฉี่ลี่เท่านั้น แต่ผู้ชายพวกนั้นอยู่ด้วยกันทำให้ฟางชิวสุ่ยและหวาเหมียวเหมี่ยวรับรู้บางเรื่องไม่มากก็น้อย เป็นฝ่ายมาถามซักไซ้ด้วยตัวเองถึงที่ เธอจึงจำเป็นต้องพูด ส่วนถงชิวหรานเดิมทีเธอไม่อยากดึงอีกฝ่ายเข้ามาพัวพัน แต่สังหรณ์ของผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก พอเห็นพวกเธอมารวมตัวกันก็วิ่งแจ้นมาซักไซ้เธอเอง อาหลิงรู้ว่าตนปิดบังไม่ได้ บวกกับก่อนหน้านี้เคยทำร้ายอีกฝ่ายก็รู้สึกผิดต่อเธออยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด
เมื่อเธอได้สติกลับมาจึงพบว่าหญิงสาวเหล่านี้ติดต่อกันเองเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว และรวมตัวเหล่าภรรยาตั้งเป็นกลุ่มเล็กๆ
สวรรค์รู้ว่าพวกเธอถึงขั้นยังมีกลุ่มแชตส่วนตัวกลุ่มหนึ่ง ปกตินอกจากแลกเปลี่ยนสูตรอาหาร บ่นสามี อวดลูก นานๆ ทียังแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับมือกับสามี เด็กดื้อ และปีศาจ นอกจากนี้ถงชิวหรานยังคอยอัพเดตคาถาและข่ายอาคมเล็กๆ สำหรับป้องกันตัวบางอย่างอีกด้วย
พักนี้ตั้งแต่ผู้ชายสามคนนั้นเริ่มตามหาร่างที่กลับชาติมาเกิดของคนคนนั้น หลังจากถูกหวาเหมียวเหมี่ยวจับได้ ประเด็นการตามหาผู้อุปถัมภ์ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่ร้อนแรงที่สุดในกลุ่ม
เมื่อเธอได้สติกลับมา แม้แต่ถังเข่อชิงที่ปลีกตัวอาศัยอยู่บนเขาลึกมานานหลายปียังตั้งใจลงจากเขามาโดยเฉพาะเพื่อเหตุนี้
ภายใต้เสียงเรียกร้องเร่งเร้าของผู้หญิงกลุ่มนี้ อาหลิงจำต้องมาแจ้งความคืบหน้า เธอรู้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่มีทางปล่อยเธอไปอย่างนี้แน่
‘ช่างรองเท้าอัปลักษณ์สามคนเอาชนะจูเก๋อเลี่ยงคนเดียวได้’
ท่าทางยิ้มแย้มร่าเริงของเจ้าเด็กเวินติ้งฟางนั่นผุดขึ้นมาตรงหน้าทำให้อาหลิงกระตุกมุมปาก เธอรู้ว่าเขาพูดไม่ผิด อย่างไรเสียมุดเขาวัวคนเดียวง่ายๆ มองเรื่องอะไรก็จะมีจุดบอด ผู้หญิงตรงหน้าเหล่านี้ไม่ได้มีแค่สามคน บวกเธอด้วยก็เป็นหกคนแล้ว บางทีอาจจะทำให้เรื่องราวกระจ่างแจ้งได้จริงๆ ก็เป็นได้
เธอสูดลมหายใจลึกๆ เริ่มอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้คร่าวๆ