เมื่อเขาทำอาหารเสร็จแล้วกลับมาที่ห้องเพื่อเรียกทุกคนไปกินข้าวก็เห็นอาหลิงนั่งยองๆ อยู่ตรงมุมหนึ่ง มองสิ่งเล็กๆ ที่เริ่มสัปหงกราวกับโขลกกระเทียมตัวนั้น
เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เป็นเพราะหนึ่งไม่คิดว่าเกาเจี้ยนจะง่วงนอนเร็วขนาดนั้น สอง อาหลิงถึงกับยื่นมือไปหาเสือดำตัวนั้น
“ถ้าเขาหลับแล้วก็ช่างเถอะ” นึกว่าอาหลิงคิดจะเรียกให้มันไปเข้าห้องน้ำก่อน เวินติ้งฟางรีบนั่งลงข้างๆ เธอแล้วลดเสียงพูด “ฉันเองก็ยังไม่ได้นอน เขาจะต้องเหนื่อยแน่ถึงได้หลับเร็วขนาดนี้ ยังไงซะอีกเดี๋ยวเขาตื่นแล้วก็คงไปเข้าห้องน้ำ ฉันค่อยช่วยกดชักโครกให้ก็โอเคแล้ว”
แต่อาหลิงไม่ได้สนใจเขาเลย เพียงคว้าหลังคอของเสือดำตัวน้อยแล้วหิ้วตัวขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
เวินติ้งฟางนึกว่าเกาเจี้ยนจะพลันตื่นตกใจแล้วโมโหยกใหญ่ หมอนี่ความตื่นตัวสูงมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้เสือดำตัวน้อยจะพยายามลืมตา แต่เปลือกตากลับหนักอึ้ง สีหน้าท่าทางง่วงงุน เพียงเปล่งเสียงร้องด้วยความโมโหออกมาอย่างแผ่วเบาเท่านั้น
อาหลิงหิ้วหลังคอเจ้าเสือแล้วหันมาส่งให้เขาเหมือนหิ้วลูกแมว “จับไว้ให้ดี”
“ฮะ?” เวินติ้งฟางมึนงง รีบยื่นมือไปรับไว้ขณะที่เธอปล่อยมือ
เขาสามารถรู้สึกได้ว่าเสือดำตัวน้อยที่ทั้งตัวนุ่มนิ่มและร้อนผะผ่าวในมือพยายามดิ้นรนจะตื่นขึ้นมา ทว่าแม้แต่จะยกอุ้งเท้าก็ยังยากทำให้เขาเข้าใจทันใด จึงโพล่งถามออกมา
“เธอวางยาในนมเหรอ”
“ถ้าไม่ทำอย่างนี้นายคิดว่าเขาจะเชื่องหรือไง” อาหลิงเอ่ยอย่างราบเรียบ “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาควรอยู่ นายเองก็ไม่ใช่คนที่ควรดูแลเขา”
“งั้นใครล่ะถึงจะใช่”
อาหลิงไม่ได้ตอบทันที เพียงแค่เผยรอยยิ้มหวานที่ทำให้เขาใจเต้นรัวออกมา
โอ๊ย บ้าชะมัด รอยยิ้มนี้ไม่ได้มีเจตนาดีเลยแท้ๆ รู้ทั้งรู้ว่าเธอมีแผนร้าย แต่ฉันก็ยังหลงใหลหัวปักหัวปำอยู่ดี หัวใจดวงหนึ่งเต้นตึกตักด้วยเหตุนี้
“อยากรู้ก็พาเขามากับฉันสิ”
อาหลิงอมยิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
เสือดำตัวน้อยในมือยังคงดิ้นรน ส่งเสียงร้องต่อต้าน เวินติ้งฟางมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง เข้าใจดีว่าหมอนี่โมโหโทโสแค่ไหน แต่…
“เพื่อนเอ๋ย ขอโทษนะ” เขามองดวงตาที่ฉุนเฉียวของเสือดำตัวน้อย “แต่นายเองก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหมว่าคนที่เธอว่าคือใคร พวกเราไปดูสักหน่อยก็ดี ถ้าสถานการณ์ผิดปกติฉันจะพานายกลับมาทันที โอเค้?
“มาว…” นัยน์ตาดำของเจ้าเสือเบิกกว้างกว่าเดิม
“หมายความว่าไง นี่คือโอเคถูกไหม” เวินติ้งฟางอมยิ้มและคิดเองเออเองอย่างหน้าไม่อาย
“มาว…มาว…” ไฟโทสะลุกโชนออกมาจากนัยน์ตาดำของเจ้าเสือ
“ฉันถือว่านายตกลงก็แล้วกันนะ” เขาคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมา
“อั๋นอาอู่อี้อั้น…” (ฉันจะอยู่ที่นั่น) เสือดำตัวน้อยเผยเขี้ยวขาวเล็กๆ เรียงสวยออกมา
“ฮะ? กำลังขอบคุณฉันเหรอ ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ไปสักเที่ยวไม่เป็นไรหรอก เราเป็นเพื่อนรักกันอยู่แล้วนี่” เวินติ้งฟางแสร้งทำเป็นฟังเข้าใจ ไม่สนใจการต่อต้าน ยัดเสือดำตัวน้อยที่อ่อนแรงเข้าไปในกระเป๋าเป้แล้วหมุนตัวตามออกไปอย่างเร่งรีบ
เสือดำตัวน้อยโมโหจนควันออกทวารทั้งเจ็ด แต่กลับขยับเขยื้อนไม่ได้อยู่ดี
แม่ง ไอ้คนห่วงหญิงแต่ไร้มนุษยธรรมนี่ ตกลงว่าชาติที่แล้วฉันไปทำผิดอะไรมากันแน่นะ อ๊ากกก…