ทว่าระหว่างทางถูกสภาพอากาศขัดขวาง บริวารตื่นกลัวจึงตัดศีรษะของหัวหน้า ยอมจำนนต่อทหารทางการ หลายท้องที่ที่ขานรับสนับสนุนกบฏหยางโจวทยอยถูกปราบปราม บัดนี้คงเหลือเพียงตัวเมืองหยางโจว
ทัพใหญ่สามสิบหมื่นแบ่งเป็นสามสายเข้าโอบตี ปิดล้อมตัวเมืองหยางโจวแน่นหนาดุจถังเหล็ก หลี่สวี่อยู่ในตัวเมืองได้ยินว่าที่มั่นด้านนอกล้วนถูกตีแตกแล้วก็หวาดผวาจนนั่งไม่ติด หมายจะไปหาฉินเหวย ทว่าคุณชายใหญ่ฉินซึ่งเคยมาพบทันทีที่เรียกหานั้นครั้งนี้ราวอันตรธานหายไป ไม่ว่าหลี่สวี่จะใช้วิธีใดล้วนไม่อาจติดต่อฉินเหวยได้เลย
แม้กระทั่งกลุ่มคนชุดดำในคฤหาสน์ก็หายไปจนสิ้น
ทันใดนั้นหลี่สวี่ผุดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง ตระหนักได้ว่าตนเองถูกอีกฝ่ายใช้เซ่นธงรบเสียแล้ว เขาพลันไม่อยากจะเป็นฮ่องเต้อันใดอีก รีบไปพาหลี่เจินหลบหนี ทว่าสองพี่น้องเพิ่งจะหนีออกจากคฤหาสน์ก็ถูกจับกุมตัว ขุนนางเจ้าหน้าที่ในตัวเมืองหยางโจวกลัวจะถูกฮ่องเต้คิดบัญชีจึงรีบยอมจำนนด้วยการมอบตัวหลี่สวี่กับหลี่เจิน วันที่สิบเก้าเดือนสามประตูเมืองหยางโจวเปิดอ้ากว้าง หลี่เจาเกอนำทัพใหญ่เข้าสู่ตัวเมืองหยางโจว
เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นเหตุกบฏหยางโจวอันครึกโครมก็ถูกสยบราบคาบอย่างง่ายดาย ครั้นหลี่เจาเกอย่างเท้าเข้าจวนว่าการเมืองหยางโจว ขุนนางก็รีบมาติดตามข้างกายนางพร้อมรอยยิ้มประจบ “องค์หญิงเซิ่งหยวนโปรดทรงอภัย กระหม่อมกวดขันเฝ้าคุมนักโทษโดยตลอด แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาซุกซ่อนยาพิษไว้ที่ใด วันนี้จึงกลืนยาพิษตายทั้งคู่เสียแล้ว…”
หลี่เจาเกอไม่แปลกใจสักนิดเดียว ชั่วดีอย่างไรในทางสายเลือดหลี่สวี่กับหลี่เจินก็เป็นพี่ชายพี่สาวของนาง พวกเขาสองคนก่อกบฏล้มเหลว ซ้ำถูกบริวารจับมอบแก่นางเพื่อขอจำนน ความอัปยศถึงขั้นนี้ขอเพียงเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีสักนิดก็ไม่มีทางจะทนรับไหว พวกเขาจบชีวิตเองก็ดีเช่นกัน นางจะได้ไม่ต้องลำบากใจ
หลี่เจาเกอไปส่งพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย หลี่สวี่ก่อนสิ้นใจน่าจะร่ำไห้อย่างปวดร้าว แม้กระทั่งตอนตายใบหน้าก็บิดเบี้ยวดุร้าย ตรงข้ามกับหลี่เจินที่มีสีหน้าเยือกเย็นยิ่ง นอนบนพื้นกระดานในอาการสงบ สองมือซ้อนกันวางบนท้องน้อย ดวงหน้าประทินโฉมมาอย่างละเอียดลออ สมเกียรติของผู้เป็นองค์หญิง
เรือนผมของหลี่เจินคล้ายมีกลิ่นหอมพิเศษกำจายมารางๆ น่าจะเป็นกลิ่นของน้ำมันใส่ผมชนิดหนึ่ง
วาระสุดท้ายนางใช้น้ำมันใส่ผมที่ราคาแพงที่สุด สวมอาภรณ์แพรที่งามหรูที่สุด หลี่เจินนางเสียใจภายหลังหรือไม่ ดูจากการแสดงออกก่อนสิ้นลม เห็นชัดว่าไม่ นางได้สู้สุดกำลังเพื่อความทะเยอทะยานในใจตนเองแล้ว แม้จะล้มเหลว ทว่าอย่างน้อยก็ไม่เสียดาย
หลี่เจาเกอกวาดตามองเพียงครั้งเดียว แน่ใจว่าพวกเขาไม่หลงเหลือลมหายใจอีกก็กลับออกมาทันที นางไม่อยากจะวิจารณ์ว่าพวกเขาถูกหรือผิด ถึงอย่างไรทุกสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาปรารถนาเอง ปรารถนาทำสิ่งใดก็ได้รับผลของสิ่งนั้น ไม่มีอันใดจะให้กล่าว
หลี่เจาเกอออกมาแล้วถามขุนนางหยางโจวที่อยู่ด้านข้าง “ก่อนหน้านี้พวกเขาพำนักที่ใด”
หลังจากหลี่สวี่กับหลี่เจินก่อการล้มเหลว พวกเขาถูกขุนนางหยางโจวที่ขวัญหนีดีฝ่อคุมตัวมายังจวนว่าการ แต่ก่อนหน้านี้น่าจะไม่ได้พำนักที่นี่
ขุนนางหยางโจวกำลังตัวสั่นงันงก ครั้นได้ยินหลี่เจาเกอซักถามก็ตอบอย่างรีบลน “พวกเขาพำนักที่คฤหาสน์อีกแห่ง วันนี้เย็นย่ำแล้วกระหม่อมได้จัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับองค์หญิงกับราชบุตรเขยไว้ รอวันพรุ่งนี้กระหม่อมจะนำเสด็จด้วยตนเองเลยพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เจาเกอเหลือบเห็นใบหน้ายิ้มสอพลอของอีกฝ่ายก็ไม่อยากจะแยแสโดยสิ้นเชิง
เย็นนี้ขุนนางหยางโจวจัดเลี้ยงแก่ทัพราชสำนัก รบมาหลายวันนายทัพพลทหารล้วนต้องการการพักผ่อน พอดีหยางโจวอุดมสมบูรณ์ มีสุราเนื้อสัตว์ชั้นดีมากมายมาเลี้ยงดูปูเสื่อ ไม่นานนักผู้คนก็สนุกสนานเต็มที่ ตกค่ำเสียงยิ่งอึกทึก ไม่ต้องออกไปก็รู้ได้ว่าข้างนอกครึกครื้นเพียงใด หลี่เจาเกอไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองชัย แต่ลอบเปลี่ยนสวมชุดดำสำหรับเคลื่อนไหวยามราตรี นางตั้งใจจะไปลอบสำรวจคฤหาสน์แห่งนั้น
เหตุกบฏหยางโจวยุติลงแล้ว แต่เรื่องนี้ยังอีกไกลกว่าจะจบสิ้น คนหลังม่านไม่ได้ปรากฏตัว ตราบใดที่ไม่กำจัดคนผู้นี้ เหตุกบฏซั่วฟาง เหตุกบฏหยางโจวก็จะยังเกิดขึ้นอีกนับครั้งไม่ถ้วน
นางมีลางสังหรณ์ว่าคนผู้นี้อยู่ไม่ไกลนี่เอง
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 2 มี.ค. 68