บทที่ 69
ทันทีที่เซี่ยวชิงเอ่ยประโยคนี้ออกมา โต้วหย่งก็เบิกตากว้างทันควัน “ดื่มสุรามากเกินไปจริงๆ หรือไร สตรีของเจ้านายใช่คนที่เจ้ามีสิทธิ์สั่งสอนที่ใดกัน!”
ถ้าหากคนพูดไม่ใช่พี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาอย่างเซี่ยวชิง หมัดของโต้วหย่งคงลอยใส่ไปนานแล้ว ให้ตามหาฟันทั่วพื้นก่อนค่อยว่ากัน
เซี่ยวชิงกลับผุดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา จงใจตบบ่าของเขาเอ่ย “แผลแส้ที่หลังหายสนิทดีแล้วหรือยัง”
ผลปรากฏว่าตบโดนบาดแผลที่เพิ่งตกสะเก็ดเข้าพอดี เจ็บจนโต้วหย่งสูดปาก ผลักเซี่ยวชิงอย่างแรงไปหนหนึ่ง
“ภรรยาบ้านข้าไม่ชวนให้วางใจ แต่คนระดับชายารองขององค์ชายรองใช่คนที่บุรุษป่าเถื่อนอย่างเจ้าปากมากพูดถึงได้หรือ เอ่ยประโยคไม่มีที่มาที่ไปเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร”
เซี่ยวชิงไม่ได้ตอบ เพียงยิ้มขื่นน้อยๆ แล้วรินสุราอีกจอก เบื้องหลังของอวี้ฉือเฟยเยี่ยนผู้นั้นมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ ถึงแม้ในใจจะระแวงต่อหัวหน้าโจรหญิงภูเขาไป๋ลู่ผู้นี้มาก ทว่าก็ได้แต่มองดูองค์ชายรองถูกโจรผู้นี้มอมเมาทำให้ลุ่มหลง ไม่อาจระบายกับใครได้
ถ้าหากแค่หลงรูปโฉมของนาง เลี้ยงดูอยู่ในเรือนหลังก็พอ แต่องค์ชายรองเป็นอะไรไป เป็นเพราะว่าถูกฮ่องเต้เนรเทศมาอยู่ไหวหนานจึงสิ้นหวัง ตั้งใจจะปล่อยตัวไหลไปตามกระแสธาราจริงๆ หรือไร ถึงขั้นให้สตรีเรือนหลังคนหนึ่งมามีส่วนร่วมกับกิจในกองทัพ มิหนำซ้ำ…ยังเป็นอดีตกบฏคนหนึ่งด้วย…
คิดมาถึงตรงนี้หัวใจเซี่ยวชิงพลันหนักอึ้ง ดื่มสุรารวดเดียวหมดอีกจอก
ถ้าหากท่านอ๋องถูกนางปีศาจครอบงำเช่นนี้ เกิดเลือกทางผิดขึ้นมาควรจะทำอย่างไรดี
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนไม่ได้รับรู้ว่าตนเองถูกค่อนขอดเป็น ‘นางปีศาจ’ ช่วงนี้เครื่องเรือนในบ้านที่ก่อนหน้านี้เลือกไว้ทยอยกันมาส่งแล้ว ทุกวันต้องตกแต่งจัดวางเครื่องเรือน นางยุ่งอย่างยิ่ง
วันนี้หัวหน้าเว่ยนำคนยกเตียงใหญ่ทำจากไม้หลีฮวาหลังหนึ่งเข้ามา
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนกำลังดูคนงานจัดสวนแต่งภูเขาจำลองอยู่ในสวน เมื่อเห็นเตียงใหญ่หลังนั้นก็สะดุ้งตกใจ เตียงแบบนี้จับชายฉกรรจ์ตัวใหญ่สามคนมาประลองกันยังมีพื้นที่เหลือเฟือ ใครเป็นคนสั่งสิ่งของฟุ่มเฟือยประเภทนี้กัน
ปรากฏว่าเรียกหัวหน้าเว่ยมาสอบถามถึงได้รู้ว่าเตียงหลังนี้มีเซียวอ๋องเป็นผู้สั่งทำด้วยตนเอง บอกว่าเตียงหลังก่อนไม่ค่อยแข็งแรง มักส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด เวลานอนไม่สบายตัวพอ…
คำพูดเหลวไหลพรรค์นี้ ทั่วทั้งจวนก็มีเพียงเจ้านายไร้ยางอายอย่างเขาผู้เดียวที่จะพูดออกมาได้แล้ว
อวี้ฉือเฟยเยี่ยนจะยอมให้หัวหน้าเว่ยยกเตียงหลังนั้นเข้าเรือนของนางได้อย่างไร จึงข่มกลั้นดวงหน้าแดงก่ำเอ่ย “ในเมื่อท่านอ๋องทรงชอบ เช่นนั้นย่อมยกเข้าไปในห้องของเขา ถ้าเอาเข้าห้องข้า แค่เดินเข้าประตูก็ต้องถอดรองเท้าแล้ว…”
คนงานทางด้านนี้เพิ่งยกเตียงหลังใหญ่ เซี่ยวชิงก็บังเอิญเข้าจวนมาพอดี มองเห็นแต่ไกลว่าอวี้ฉือเฟยเยี่ยนกำลังสั่งการบ่าวรับใช้อยู่ข้างเตียงใหญ่หลังนั้น พลันเข้าใจผิดว่าอวี้ฉือเฟยเยี่ยนเป็นคนสั่งมาเองทันควัน
หัวใจเขากระตุกวาบอีกครั้ง ดีนักนี่หัวหน้าโจรหญิงภูเขาไป๋ลู่! ลูกเล่นกลับเยอะมากเพียงนี้ มิน่าถึงทำให้ท่านอ๋องลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น! ถ้าหากจวนอ๋องไม่มีชายาเอกเสียที มิใช่ว่าจะปล่อยให้นางก่อเรื่องไปเรื่อยหรอกหรือ
ทางด้านนี้เซี่ยวชิงกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นปมแทนเจ้านาย ภายในจวนหนานลู่กงก็กำลังจุดโคมสว่างไสว
เนื่องจากเติ้งไหวโหรวมาจากครอบครัวชาวประมง มิหนำซ้ำยังเลี้ยงดูกองทัพเรือ จึงอิงตามประเพณีชาวบ้านท้องถิ่นของไหวหนานที่อาศัยสายน้ำหาเลี้ยงชีพ ทุกๆ ต้นเดือนจะต้องเซ่นไหว้ราชางูของจวนที่หมอผีหญิงอัญเชิญมา
ภายในศาลบรรพชนจวนหนานลู่กง รูปสลักราชางูตัวสูงหลายจั้งนั่งขัดสมาธิอยู่บนบัลลังก์สูง ราชางูตนนี้ศีรษะเป็นมัจฉา มีกรงเล็บสองข้าง กำลังจะพุ่งออกจากหุบผาลึกหมายโบยบินขึ้นฟ้า ทว่าก็ก้มหน้าแลมองกลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่หน้าแท่นบูชา สองกรงเล็บที่ติดพื้นแต่ละข้างจับไข่มุกทองคำเอาไว้ข้างละเม็ด ดวงตาบิดเบี้ยวคู่นั้นเผยแต่กลิ่นอายสังหารที่พรรณนาไม่ถูก
ราชางูตนนี้ในตำนานเล่าขานของท้องถิ่นคือลูกนอกสมรสที่เกิดจากราชามังกรทะเลบูรพาทำผิดกฎสวรรค์มีความสัมพันธ์กับงูเขียว เกิดมาเป็นงู สร้างหายนะแก่พื้นที่หนึ่ง เทพสวรรค์บันดาลโทสะส่งกองทัพสวรรค์ลงมาจับตัวเขา ทว่าด้วยเหตุบังเอิญทำให้เขาตามหาประตูมังกรในตำนานพบ ตอนที่กระโดดข้ามผ่านประตูได้ครึ่งทางกลับถูกเจดีย์ของโลกบาลหลี่ผู้ถือเจดีย์* โจมตีเข้า ผ่านประตูมังกรไปได้เพียงครึ่งร่าง กลายสภาพมาเป็นครึ่งมังกรครึ่งงูตลอดชีวิต ภายหลังเป็นเพราะราชามังกรไปขอร้องอ้อนวอนต่อหน้าเทพสวรรค์ ยินดีสละตบะครึ่งหนึ่งที่มีรักษาชีวิตปีศาจตนนี้ไว้ เทพสวรรค์จึงออกคำสั่งให้เจดีย์สมบัติกดทับเขาเอาไว้กลางทะเลสาบจินสุ่ยของไหวหนาน ทุกครั้งที่กระแสน้ำจินสุ่ยไหลเชี่ยว คนท้องถิ่นมักพูดว่าเห็นงูยักษ์สีเขียวผลุบโผล่อยู่กลางน้ำ