บทที่ 1
ฤดูเหมันต์ ผืนดินถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งสุดลูกหูลูกตาจรดเส้นขอบฟ้า ทั้งเมืองฉางอันจมอยู่ในสายหมอกเหน็บหนาวขาวพร่าง
ทว่าจวนหย่งเอินโหว ในตรอกฉงเหรินยังคงอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิเหมือนว่าอยู่คนละโลก
ตอนบ่ายฟ้าครามกระจ่างใส บนเฉลียงทางเดินของห้องอุ่น สาวใช้สวมชุดกระโปรงแพรเนื้อบางเบาสีเขียวหยกแบบเดียวกันแปดคนต่างประคองอ่างอี๋ซึ่งเป็นอ่างมีขา ด้านหน้าเป็นพวย ด้านหลังเป็นหูจับ ทำด้วยหยกสีขาวนวลเนียน ยืนรอตรงหน้าห้องอย่างสงบเสงี่ยม
รออยู่สักพักมือที่สวมกำไลหยกสีเขียวเข้มก็ยื่นมาเลิกม่านขึ้น “งานที่สั่งให้ทำเรียบร้อยหมดแล้วหรือ”
“พี่จิงเจ๋อโปรดวางใจ ผู้น้อยจัดเตรียมของที่ท่านหญิงโปรดปรานทุกอย่างแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ที่เป็นหัวหน้าตอบเสียงกังวานใส แล้วชี้ภาชนะแต่ละใบ “ในถ้วยชาคือน้ำหิมะดอกเหมยที่เก็บมาใหม่ๆ ตอนเช้านี้ นำขึ้นอุ่นบนเตา เพิ่งยกลงมาเลยเจ้าค่ะ ในกล่องอาหารนั่นมีนมตุ๋นอิงเถาขนมกลีบบุปผา ของว่างแปดอย่าง แต่ละชิ้นไม่ซ้ำกัน ในกล่องเครื่องหอมคือ ‘ซาฝ่าหลัน’ เครื่องหอมชนิดใหม่ที่ทางตะวันตกเพิ่งส่งเข้ามาฤดูหนาวนี้ ส่วนผ้าเช็ดมือใช้แพรวารีเนื้อนุ่มลื่นบางเบาที่สุดเจ้าค่ะ…”
“ความจำดีนี่” จิงเจ๋อเอ่ยชมพลางพิจารณาคนพูด “เจ้าชื่ออะไร”
“ผู้น้อยชื่ออาชุนเจ้าค่ะ”
“จากนี้ไปเจ้าชื่อกู่อวี่แล้วกัน ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย เจ้าพาพวกนางเข้าไปปรนนิบัติรับใช้ท่านหญิงให้ดี”
กู่อวี่รับคำอย่างปรีดา แล้วนำกลุ่มสาวใช้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องนอน
บุคคลสำคัญที่พวกนางเข้ามาปรนนิบัติคือบุตรสาวของหนิงกั๋วกงผู้ล่วงลับ…ท่านหญิงหย่งอิ๋งผู้เกี่ยวดองเป็นญาติและมาอาศัยอยู่ที่จวนโหวตั้งแต่เด็ก
แม้จะไม่ได้ถือกำเนิดในจวนโหว แต่กลับเป็นที่โปรดปรานของท่านโหวเสียยิ่งกว่าคุณหนูตัวจริงในจวน นางได้รับการเลี้ยงดูอย่างพะเน้าพะนอเอาใจมาตั้งแต่เล็กจนโต ของที่นางกินใช้ล้วนแล้วแต่เป็นของชั้นเลิศ ถึงขั้นดื่มบัวหิมะตุ๋นน้ำนมแทนน้ำ บดผงไข่มุกต้มน้ำอาบ เรียกได้ว่าเป็นผู้พิถีพิถันกับความเป็นอยู่มากที่สุดในบรรดาสตรีสูงศักดิ์ของจวนโหว บางทีอาจมากกว่าสตรีสูงศักดิ์ทั้งเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าช่วงก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น สาวใช้ทั้งหมดในหอเหยากวงถึงได้ถูกไล่ออก เหลือเพียงพี่จิงเจ๋อที่เจอเมื่อครู่นี้คนเดียว
สาวใช้หน้าใหม่อย่างพวกนางเหมือนเป็ดถูกต้อนขึ้นเล้า ใจหนึ่งยินดีที่ได้รับโอกาส ทว่าอีกใจหนึ่งก็กลัวจะทำงานพลาดแล้วเดินซ้ำรอยกับสาวใช้กลุ่มก่อนหน้า
คิดมาถึงตรงนี้กู่อวี่ก็อดเกร็งขึ้นมาไม่ได้ คำเตือนของจิงเจ๋อหวนกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง…
‘ท่านหญิงไม่ชอบเสียงเอะอะ โดยเฉพาะหลังตื่นนอนใหม่ๆ พอเข้าห้องไปต้องเดินให้เงียบกริบไร้เสียงฝีเท้า จากนั้นทุกคนต้องอ้อมไปอยู่ข้างหลังท่านหญิง อย่าได้เดินไปเดินมาให้นางตาลายเป็นอันขาด’
‘ท่านหญิงรักสะอาด ตั้งแต่ผิวเล็บไปจนถึงซอกเล็บห้ามสกปรกแม้แต่น้อยถึงเข้าใกล้นางได้ หากมีคราบเปื้อนคราบดำ อย่าว่าแต่จะแตะตัวท่านหญิงเลย กระทั่งจะโผล่ไปให้นางเห็นยังไม่ได้ด้วยซ้ำ’
‘ท่านหญิงเป็นคนผิวบาง หากไฟในตี้หลงแรงเกินไปจะแสบหน้าได้ง่าย จำไว้ให้ดี จะปล่อยให้กังหันน้ำในหอหยุดหมุนไม่ได้เด็ดขาด ต้องรักษาความชื้นในห้องเอาไว้ตลอดเวลา…’
ยามทบทวนข้อควรจำเหล่านี้อยู่เงียบๆ ความประหลาดใจของกู่อวี่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ต้องเป็นผู้สูงศักดิ์แบบใดกันถึงได้จู้จี้จุกจิกปานนี้
พอเงยหน้าขึ้นก็เห็น ‘เทพธิดา’ ในทันที