พนักงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่เคยผ่านการทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทนี้รู้นิสัยปานทิพย์ดีว่าชอบชี้นิ้วใช้งานลูกน้องแค่ไหน บางทีวันหยุดยังไม่เว้น โทรจิกให้เข้ามาทำงานอย่างไม่นึกเห็นใจ พอมีใครโวยขึ้นมาก็เก็บไปฟ้องฝ่ายบุคคลว่าเหยาะแหยะ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อมั่ง เกี่ยงงานมั่ง จนสุดท้ายก็กระเด็นไม่ผ่านทดลองงานเอาง่ายๆ เสียอย่างนั้น ที่เหลืออยู่ก็ไม่มีใครกล้าหืออีก ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานไปงกๆ คิดถึงตัวเลขเงินเดือนที่จะได้รับปลายเดือนเป็นเครื่องปลอบใจ เพราะแม้จะงานหนักแต่ก็ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนที่บริษัทแห่งนี้มอบให้คุ้มค่าเหนื่อย
“ตางค์อาจได้เป็นลูกน้องคุณปานอีกไม่นานก็ได้ โดนดุบ่อยๆ แบบนี้…สงสัยจะไม่ได้ผ่านโปรแน่เลย” ลตางค์เสียงอ่อย เมื่อคิดถึงการทดลองงานหรือ Probation ของตัวเองที่คอยแต่จะทำท่าอับปางอยู่เรื่อย
สินีที่ไม่รู้จะปลอบเพื่อนรุ่นน้องอย่างไรวางมือบนหัวไหล่ บีบเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง นึกเสียดายลตางค์อยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง เพราะคนที่ประเมินผลการทำงานของลตางค์ไม่ใช่เธอ แต่เป็นคนที่หมั่นเอ็ดลตางค์อยู่ทุกวันนั่นต่างหาก
ตางค์เอ๊ย…ไม่น่าโชคร้ายมาลงที่แผนกนี้เลย
เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางเดินทำให้ลตางค์ละสายตาจากการร่างจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ไปมอง พอเห็นว่าเป็นพี่ขวัญคนสวยใจดีประจำสำนักงานกรรมการผู้จัดการก็ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้ม นึกแปลกใจอยู่บ้างที่วันนี้ข้างกายพี่ขวัญไม่ใช่คุณเป้ แต่เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าขาวคมสันที่เธอไม่เคยเห็น
แต่ลองเข้ามาได้ถึงภายในสำนักงานด้วยท่าทางสบายๆ แบบนี้ ลตางค์ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาคงจะเป็นคนสำคัญไม่น้อยแน่
“พี่ขวัญกลับมาทำงานแล้วเหรอคะ ได้เจ้าตัวเล็กสักคนมาเป็นของฝากไหมคะ”
สินีชะโงกหน้ามาทักเสียงใส แต่ลตางค์คิดว่าแนวสายตาของสินีไม่ได้อยู่ที่เพียงขวัญ กลับทอดไปยังชายหนุ่มที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร
“แซวพี่นะ เดี๋ยวเถอะ”
“ไม่ทักผมบ้างเหรอครับ แย่จัง ไม่ค่อยมาให้ใครเห็นหน้าจนคนที่นี่ลืมเสียแล้วมั้งเนี่ย” เสียงเปรยเหมือนน้อยใจแต่ติดแววขี้เล่นที่ได้ยินทำให้ลตางค์เลิกคิ้วมองน้อยๆ พลางนึกชมในใจ
ท่าทางขี้เล่นใจดีจัง
“แหม ใครจะกล้าลืมคุณตาณล่ะคะ มีแต่คุณตาณนั่นล่ะค่ะ ไม่ค่อยจะคิดถึงคนที่นี่ ปล่อยให้สาวๆ ชะเง้อคอคอย”
สินีค้อนน้อยๆ บอก ประโยคที่ได้ยินทำให้ลตางค์ที่เงียบมาตั้งแต่ต้นรู้ทันทีว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใคร
คุณตาณ…ผู้บริหารหนุ่มที่ยังโสด ขวัญใจสาวๆ ในออฟฟิศ
ตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่ลตางค์ได้ยินชื่อของเขาหลายครั้งแต่ไม่เคยได้พบตัวจริงสักที เพราะนอกจากชั้นบนจะเป็นอาณาบริเวณสำหรับผู้บริหารที่พนักงานทดลองงานเล็กๆ อย่างเธอย่างกรายไปแทบจะนับครั้งได้แล้ว ลตางค์ยังได้ยินมาว่าเขาชอบทำงานที่บ้านมากกว่าเข้าบริษัทอีกด้วย
“สาวๆ แถวนี้หนีไปมีเจ้าของหัวใจแล้วทั้งนั้นนี่ครับ ผมมาบ่อยก็เท่านั้น อกหักเสียเปล่าๆ” เสียงนุ่มเคล้าหัวเราะที่ได้ยินแม้จะฟังเหมือนป้อคำหวาน แต่ลตางค์อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ที่มันไม่ทำให้เขาดูเป็นคนกรุ้มกริ่มรุ่มร่ามเลยสักนิด
เป็นเพราะคำว่าสุภาพบุรุษใจดีที่เธอมักจะได้ยินคู่กับชื่อของเขาเสมอหรือเปล่านะ