ระยะทางไปสำนักบูรพาแม้จะสั้นแต่กลับดูยาวนาน
ตอนที่รถเจ้าสาวหยุดลงซย่าลวี่กับตงซุ่ยกำลังถือกล่องเครื่องแป้งเติมหน้าให้เซียวฉางหนิงที่ร้องไห้จนใบหน้าเปรอะเปื้อน ทว่าเติมไปเติมมานางกำนัลสองคนกลับร้องไห้ขึ้นมาเองเสียก่อน
“องค์หญิงใหญ่ ทรงลงจากรถเถิดเพคะ ผู้บัญชาการเสิ่นมารับท่านแล้ว” เสียงเรียกของชิวหงนางกำนัลอาวุโสดังขึ้นนอกม่านรถอย่างร้อนใจอยู่บ้าง “ผู้บัญชาการเสิ่นมาแล้วจริงๆ เพคะ พวกเขาต่างถือดาบเอาไว้ องค์หญิง…”
ชิวหงยังพูดไม่จบ เซียวฉางหนิงก็ได้ยินขันทีของสำนักบูรพาทั้งหมดคุกเข่าลงพร้อมกัน จากนั้นก็ใช้เสียงแหลมเล็กที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้ที่ถูกตอนพูดว่า “คารวะใต้เท้าผู้บัญชาการ!”
เซียวฉางหนิงที่อยู่ในรถเจ้าสาวนั่งหลังตรงทันที กอดแมวกระดองเต่าในอ้อมกอดไว้แน่น “หู่พั่ว! เขามาแล้ว ทำอย่างไรดี! ข้าจะตายแล้ว!”
หู่พั่วถูกรบกวนการนอนพักจึงยืดตัวบิดขี้เกียจแล้วส่งเสียง “เหมียว” อย่างไม่พอใจ
เสียงฝีเท้ามั่นคงเสียงหนึ่งเข้ามาใกล้ จากนั้นเสียงบุรุษทุ้มต่ำน่าฟังเสียงหนึ่งก็ดังลอยมา เขาส่งเสียงขานรับคำหนึ่งก่อนกล่าวว่า “ลุกขึ้น”
“ใต้เท้าผู้บัญชาการ ข้าน้อยรับฮูหยินมาให้ท่านแล้วขอรับ” ฟางอู๋จิ้งยิ้มสดใส พูดหยอกเย้าว่า “เพียงแต่ฮูหยินขี้กลัวอยู่บ้างจึงไม่กล้าพบหน้าคน”
เซียวฉางหนิงราวกับเผชิญหน้าศัตรูแข็งแกร่ง นางกลั้นลมหายใจพลางห่อไหล่ตามสัญชาตญาณ
เห็นหลังม่านผ้าโปร่งไม่มีความเคลื่อนไหว เสียงทุ้มต่ำบีบคั้นของเสิ่นเสวียนดังขึ้นอีกครั้ง “องค์หญิงใหญ่จะทรงลงจากรถเองหรือให้กระหม่อมเชิญลง”
สุ้มเสียงนั้นไม่มีกลิ่นอายความเป็นหญิงเหมือนขันทีทั่วไป ชวนให้รู้สึกกดดันอย่างยิ่ง
ช่างเถิด อย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี
เซียวฉางหนิงสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง พยายามสงบอารมณ์อย่างยิ่ง แล้วพูดกับนางกำนัลสองคนที่มีน้ำตาคลอ “เช็ดน้ำตาเสีย แล้วประคองข้าลงจากรถ”
ยามพลบค่ำค่อยๆ มาเยือน ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยเอื่อย ใบเฟิงสีแดงดังเพลิงล่องลอยตามสายลม ม่านผ้าโปร่งสีแดงเปิดออกช้าๆ องค์หญิงใหญ่ฉางหนิงที่อายุสิบเจ็ดปีสวมชุดแต่งงานเพริศพริ้ง ริมฝีปากใต้ม่านพู่ทองสีสดงดงาม สองมือที่โผล่ออกมานอกแขนเสื้อขาวนวลราวหยก
ตอนที่ลงจากรถตัวของนางโอนเอนไปเล็กน้อย แต่กลับมายืนนิ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยืนอยู่ข้างรถ มองชายหนุ่มตรงหน้าที่อยู่ในชุดสีแดงเช่นกัน
นั่นเป็นชายหนุ่มที่รูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง
พูดจากใจจริง เสิ่นเสวียนไม่ได้มีหน้าตาดุร้ายเหมือนที่นางคาดคิดไว้ ถึงขั้นพูดได้ว่าเขาสง่างามไม่ธรรมดา สีผิวค่อนข้างขาว คิ้วยาวถึงขมับอยู่เหนือนัยน์ตาหงส์ที่เรียวยาวลึกล้ำ สันจมูกโด่งตรง ริมฝีปากงามได้รูป แก้มที่ค่อนข้างตอบช่วยเพิ่มความดุดันให้แก่ใบหน้าสง่างามของเขาหลายส่วน
เสิ่นเสวียนเพียงคนเดียวก็น่ากลัวพอแล้ว ทว่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือที่ข้างกายเขายังมีสุนัขดำตัวใหญ่ที่น่าเกรงขามตัวหนึ่งหมอบอยู่อีกด้วย
เซียวฉางหนิงไม่เคยเห็นสุนัขตัวใหญ่ถึงเพียงนี้มาก่อน! ขนของมันสีดำทั้งตัว กรงเล็บแหลมคม ขนาดตัวพอๆ กับหมาป่า! เวลานี้กำลังใช้ดวงตาสีเขียวเข้มมองสำรวจนายหญิงที่มาใหม่ผู้นี้ด้วยสายตาเหมือนอยากจะเขมือบเข้าไป…
เสิ่นเสวียนลูบหัวสุนัขดำตัวใหญ่ ยกมุมปากขึ้นช้าๆ หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่อธิบายไม่ได้ให้เซียวฉางหนิงเสียงหนึ่ง
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 28 ธ.ค. 66 เวลา 12.00 น.