ถ่อมตัวกับคำยกย่องชมเชยที่เกาเฉียวมีต่อตน แต่กับเรื่องของบิดาและปู่เห็นชัดว่าให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ไม่ถ่อมตนแม้แต่น้อย
คนที่หูดีสมองไวย่อมสังเกตเห็น
เกาเฉียวยิ่งรู้สึกชื่นชม พยักหน้าบอก “เจ้าเป็นคนของสวี่ซือถู การเลื่อนตำแหน่งทางทหารย่อมขึ้นอยู่กับซือถู ด้วยความสามารถของเจ้า เชื่อว่าซือถูสายตาแหลมคมมองเห็นผู้มีความสามารถ ข้าก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มากเรื่อง นอกจากเรื่องนี้แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดเป็นรางวัลก็บอกข้ามาได้เลย!”
เขาพูดจบก็มองไปยังสวี่มี่ที่อยู่ด้านข้าง “พี่สวี่ หลี่มู่มีบุญคุณต่อสกุลเกาของข้า ข้าจะเพิ่มรางวัลให้เขาบ้าง ท่านคงไม่ตำหนิข้าว่าแย่งหน้าตาท่านกระมัง”
สวี่มี่หัวเราะฮ่าๆ “มิกล้า พี่ชายผู้โง่เขลา ย่อมรู้สึกโชคดียิ่ง ในค่ายมีผู้มีความสามารถเช่นนี้ ทำให้ข้าสามารถสู้หน้าท่านในวันนี้ได้”
เขาหันไปทางหลี่มู่ “เซี่ยงกงเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง เจ้ายังต้องการรางวัลอะไรก็เปิดปากบอกมาได้เลย!”
รอบบริเวณสงบเงียบลง สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งมายังร่างนายทหารหนุ่มที่ชื่อหลี่มู่ผู้นี้
“ตอนนี้ผู้ต่ำต้อยไม่มีความต้องการสิ่งใด ขอบคุณในเจตนาดีของเซี่ยงกงขอรับ”
นายทหารหนุ่มกล่าวตอบ
ผู้คนที่อยู่รอบด้านไม่มีใครไม่ประหลาดใจ
หยางเซวียนมีท่าทีร้อนใจ แอบขยิบตาอยู่ที่ด้านข้างให้เขาเงียบๆ
ไม่เพียงหยางเซวียน เกาหวนที่อยู่ด้านข้างก็ไม่เข้าใจ คล้ายทนไม่ไหวจะเอ่ยปาก หันไปมองท่านลุงของตนแวบหนึ่งแล้วปิดปากลงอีกครั้ง ในดวงตากลับปรากฏแววฉงนสนเท่ห์
หลี่มู่กลับคล้ายไม่รู้สึกอะไร สีหน้าเหมือนปกติ
เกาเฉียวงงงัน จากนั้นก็กล่าวยิ้มๆ “ปูนบำเหน็จตามความดีความชอบ เดิมก็เป็นกฎระเบียบในกองทัพอยู่แล้ว หาไม่จะปลุกเร้าใจทหารหาญให้ฝ่าคมดาบบุกรุดไปข้างหน้าได้อย่างไร ด้วยความดีความชอบที่เจ้ามีต่อสกุลเกาเรา วันนี้ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ ข้าจะต้องมอบเป็นรางวัลให้กับเจ้า เจ้ามีข้อเรียกร้องอะไรก็บอกข้ามาได้เลย ไม่ต้องอายที่จะเอ่ยปาก!”
รอบบริเวณสงบเงียบลงมาอีกครั้ง’
หยางเซวียนรีบกระแอมกระไอหลายคำ
หลี่มู่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ เขาเหลือบตาขึ้น มองสบสายตาที่เจือรอยยิ้มของเกาเฉียว “ในเมื่อเซี่ยงกงมีคำสั่ง ผู้ต่ำต้อยไม่กล้าไม่ตอบสนอง เพียงแต่วันนี้ผู้ต่ำต้อยไม่มีสิ่งใดที่ต้องการ ถ้าเซี่ยงกงไม่ตำหนิ ขอเก็บไว้วันหลังค่อยปูนบำเหน็จจะได้หรือไม่ ภายหน้าถ้าผู้ต่ำต้อยต้องการสิ่งใด จะร้องขอจากเซี่ยงกงแน่นอน”
เกาเฉียวงงงันไปอีกครั้ง จากนั้นก็ผงกศีรษะพลางลูบเคราบอก “ก็ดี! ภายหน้าถ้าเจ้าต้องการสิ่งใดก็บอกมาได้เลย!”
หลี่มู่คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นอีกครั้ง ทำความเคารพอย่างเป็นทางการ
“ขอบคุณเซี่ยงกง ผู้ต่ำต้อยจะจำใส่ใจไว้ เมื่อคิดได้แล้วจะร้องขอจากเซี่ยงกงแน่นอน ยังหวังว่าถึงตอนนั้นเซี่ยงกงจะรับปาก”
เขากล่าวเสียงหนักแน่น น้ำเสียงนอบน้อม
เกาเฉียวเบิกบานใจยิ่ง พูดยิ้มๆ ด้วยเสียงดังกังวาน “แน่นอน! ภายหน้าไม่ว่าเรื่องใดขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก ข้าต้องรับปากแน่นอน!”