บทที่ 130 บุปผางามละลานตา
กู้เจาเป่ยถือตะเกียบพลางมองนางอึ้งๆ
เละหมดแล้ว? เพิ่งได้กินกุ้งไปเพียงไม่กี่คำก็เละหมดเสียแล้ว?
เสิ่นกุยเยี่ยนทรุดตัวลงนั่งอย่างเยือกเย็น แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มกินข้าวเงียบๆ ปล่อยให้ฮ่องเต้นั่งทำหน้าเหมือนถูกฟ้าผ่าอยู่อย่างนั้น ขนาดผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่ได้สติกลับมา
หลังมื้ออาหารที่ไร้บทสนทนาผ่านพ้น กู้เจาเป่ยโอบนางพาเดินเล่นที่ลานในตำหนักซิ่วจวง แล้วยกมือชี้ท้องฟ้า “เยี่ยนเอ๋อร์ ดวงจันทร์บนฟ้ากลมหรือไม่”
“กลมเพคะ” นางตอบทั้งที่ไม่เงยหน้า
“ดวงดาวลิบๆ นั่นสุกสว่างหรือไม่”
“สว่างเพคะ”
ท่านว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น เสิ่นกุยเยี่ยนได้แต่อ้าปากตอบพลางจ้องชายกระโปรงตนเองอย่างเหม่อลอย
“เจ้าโกรธเราอยู่สินะ” กู้เจาเป่ยตั้งใจเอ่ยขึ้น เปลี่ยนคำแทนตัว
“เพคะ”
นางเผลอปากไวเสียแล้ว หลุมพรางรออยู่ตรงหน้า เสิ่นกุยเยี่ยนร่วงโครมลงไปเรียบร้อย
กู้เจาเป่ยเผยสีหน้าเข้าใจกระจ่าง แล้วสวมกอดนางพลางยิ้มจนตาหยี “มีสิ่งใดไม่สบอารมณ์เหตุใดถึงไม่บอกกันเล่า”
‘เรา’ …สรรพนามที่ทั่วทั้งแผ่นดินใช้ได้เพียงคนเดียว สรรพนามสำหรับบุรุษผู้อยู่ในฐานะสูงสุด มีใจกว้างขวาง เสิ่นกุยเยี่ยนหลุบตาลงพร้อมยกยิ้มตรงปาก สมัยที่อยู่ในจวนสกุลกู้นางยังอาจบอกได้ แต่เมื่ออยู่ในวังหลวงอันยิ่งใหญ่เช่นในตอนนี้จะมีสิ่งใดต้องพูดกันอีกเล่า
ให้บอกตรงๆ ได้หรือว่านางไม่ชอบให้มีป้ายชื่อตนเองห้อยอยู่ในสำนักพระราชวัง จะได้พบเขาก็ต่อเมื่อเขาอยากพบนางเท่านั้น หรือจะให้บอกว่านางไม่อยากเห็นสตรีมากหน้าหลายตารุมล้อมรอบกายเขา ต้องแบ่งปันกันครอบครองเขาเหมือนฝูงสุนัขป่าแบ่งก้อนเนื้อกันกิน ซ้ำเนื้อก้อนนั้นยังอาจเปรอะน้ำลายจนชุ่ม?
หากนางเอาแต่ใจกว่านี้คงพูดออกไปตรงๆ ได้ ไม่แน่ว่ากู้เจาเป่ยอาจดีใจเสียด้วยซ้ำเพราะเห็นว่านางใส่ใจตน
แต่หลังจากนั้นเล่า เขาเป็นฮ่องเต้ ตำหนักในของเขาจะมีนางเพียงคนเดียวไม่ได้ หากตอนนี้พูดออกไป ภายหลังก็ต้องพูดอีก เมื่อพูดซ้ำซากเขาก็คงไม่ดีใจแล้ว จะหน่ายแหนงนางเสียมากกว่า
แค่คิดว่าจะถูกกู้เจาเป่ยหน่ายแหนง ใจนางก็เจ็บเสียจนหดลีบ เสิ่นกุยเยี่ยนเม้มปาก ใบหน้าเผือดสีเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป” กู้เจาเป่ยขมวดคิ้ว “ไม่สบายตรงที่ใดหรือ”
“เพคะ ปวดหัว” นางตอบ “หม่อมฉันอยากกลับเข้าไปพักผ่อนแล้ว ตรงนี้ลมค่อนข้างเย็น”
กู้เจาเป่ยอยากตบตนเองสักทีที่ลืมไปเสียสนิทว่านางกำลังมีครรภ์ เขาดันพานางออกมาตากลมเสียอย่างนั้น
เขารีบประคองนางกลับเข้าไป เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจชั่วคราว
จำได้ว่าเมื่อนานมาแล้วเขาเคยโมโหกับความเฉยชาของเสิ่นกุยเยี่ยนมาก่อน คิดว่านางมีใจให้ตนไม่มากเท่าไร ต่อมาภายหลังถึงเพิ่งเข้าใจว่าเยี่ยนเอ๋อร์เพียงเป็นภรรยาที่ดี รู้จักหน้าที่ของตนเอง และปล่อยวางได้เท่านั้น
เพราะเหตุนี้เขาจึงไม่คิดแม้แต่น้อยว่านางจะโกรธเพราะรายนามแต่งตั้งสนมชายาเมื่อครู่
เสิ่นกุยเยี่ยนเข้านอนทันทีที่ขึ้นเตียงโดยไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงขยับเข้ามาแอบอิงเขาหลวมๆ กู้เจาเป่ยวางมือลงบนครรภ์ของอีกฝ่าย สัมผัสด้วยความสนใจใคร่รู้อยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ หลับไปในที่สุด