ทดลองอ่าน นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง บทที่ 13-15 – หน้า 8 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง บทที่ 13-15

“พวกพี่สาวกินข้าวกันตามสบาย ข้าแค่พานางผ่านทางมาเท่านั้น” กู้เจาเป่ยโบกมือให้หญิงคณิกา หญิงทั้งสองอมยิ้มอย่างเหนียมอาย ผงกศีรษะทักทายเสิ่นกุยเยี่ยน จากนั้นก็หันไปกินอาหารกันต่อ

เสิ่นกุยเยี่ยนมองซ้ายมองขวา รู้สึกแปลกชอบกล เหตุไฉนหอคณิกาถึงเป็นเช่นนี้ได้

“ตามความคิดเจ้าหอคณิกาเป็นเช่นไร” กู้เจาเป่ยกระซิบถาม

นางยกมือชี้ “ตรงนั้นควรมีม่านแพรบางสีแดงอ่อน บนโต๊ะปูผ้าปักลาย เหนือบันไดประดับผ้าแพรหลากสี มีสตรีแต่งกายวับๆ แวมๆ…”

กู้เจาเป่ยพยักหน้า “อ่านมาจากหนังสือสินะ”

เสิ่นกุยเยี่ยนกระแอมเบาๆ ทีหนึ่ง เท่ากับยอมรับเงียบๆ ไม่ว่าอะไรนางก็อ่านมาจากหนังสือ นอกจากตำรับตำราต่างๆ ยังมีพวกหนังสือเบ็ดเตล็ด รวมไปถึงบันทึกเกี่ยวกับหอคณิกา…แต่ข้อนี้เห็นจะพูดออกไปไม่ได้

“ทั้งหญิงขับร้องเพลงและหญิงร่ายรำล้วนแต่ลำบาก” กู้เจาเป่ยเอ่ยเนิบช้า “วันเปลี่ยนเดือนผ่าน สังขารย่อมร่วงโรยไปตามวัย หากินได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น หากไม่เก็บหอมรอมริบไว้เลี้ยงตัวยามแก่ ดีไม่ดีออกจากที่นี่ไปอาจอดตายก็ได้”

เสิ่นกุยเยี่ยนอึ้งไปเล็กน้อยพลางมองหญิงคณิกาสองคนตรงหน้า ท่าทางเพิ่งอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น หน้าตาซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อไร้เครื่องประทินโฉมแต่งแต้ม ยามไม่มองใคร ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มแม้แต่นิดเดียว

ที่ผ่านมานางนึกว่าหอคณิกาเป็นแหล่งผลาญทรัพย์ สตรีที่อยู่ในนี้ล้วนเหลวแหลกและรักเงิน ที่แท้ยังมีเบื้องหลังเช่นนี้

นางยกมือขึ้นคลำตามตัว ชุดนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อเช้า ในถุงมีเงินเพียงสองสามตำลึง ซ้ำยังเป็นเบี้ยรายเดือนของเดือนก่อนที่นางอดออมไว้ เห็นเงินน้อยนิดแค่นี้ก็ให้สะทกสะท้อนใจนัก แต่หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็ยังวางเงินลงบนโต๊ะ

“ทำอะไร” กู้เจาเป่ยเลิกคิ้ว

“ค่าอาหารเช้า” นางก้มหน้าตักโจ๊กกินจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางกล่าว “จะกินของผู้อื่นเปล่าๆ ได้อย่างไร”

“แต่ก็ไม่ต้องจ่ายเยอะถึงเพียงนี้หรอก” กู้เจาเป่ยหัวเราะไม่ได้ร่ำไห้ไม่ออก “ข้ามากินข้าวที่นี่ไม่เคยต้องจ่ายเงิน”

อิ๋งมามายกอาหารว่างเดินเข้ามาพอดี เสิ่นกุยเยี่ยนเห็นดังนั้นก็รีบคว้าแขนกู้เจาเป่ยวิ่งออกไปข้างนอกสุดชีวิต

“นี่!” เขาถูกนางฉุดจนร่างเซวูบ ได้แต่วิ่งหัวทิ่มหัวตำตามหลังมา

เสิ่นกุยเยี่ยนกลัวว่าอิ๋งมามาจะคืนเงินให้ตน ถูกแล้วว่าเงินสองตำลึงไม่น้อย แต่ในสถานที่เช่นนี้ไม่ถือว่ามาก นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุใดความคิดว่าต้องจ่ายเงินถึงได้ผุดขึ้นมาในสมอง แต่ถึงอย่างไรก็หนีก่อนเป็นดี

พอออกมาข้างนอกเสิ่นกุยเยี่ยนกลับขึ้นม้าไม่เป็น นางมองกู้เจาเป่ยอย่างร้อนรน “รีบอุ้มข้าขึ้นไปสิ”

อุ้ม? ไม่กลัวคำครหาแล้วหรือ กู้เจาเป่ยตาเป็นประกายแล้วยื่นมือออกไปอุ้มนางขึ้นบนหลังม้า เสิ่นกุยเยี่ยนจับบังเหียนเอาไว้ รอจนเขานั่งอย่างมั่นคงแล้วนางก็ร้องเลียนแบบเขา “ย่าห์!”

ม้าร้องฮี้ทีหนึ่งก่อนจะพุ่งทะยานออกไป เสิ่นกุยเยี่ยนกลั้นเสียงหวีดร้องเอาไว้ ปรับตัวให้คุ้นชินกับความเร็วและความโขยกเขยกสั่นคลอนบนหลังอาชา แล้วพบว่าการขี่ม้านั้นสนุกเอาการ

ทว่ากู้เจาเป่ยกลับตกใจแทบตายเพราะนาง รีบแย่งบังเหียนแทบไม่ทัน “แค่เงินสองตำลึงเท่านั้นเอง ให้ก็ให้ไปแล้ว ไยต้องหนีเสียเร็วถึงเพียงนี้ด้วย”

เสิ่นกุยเยี่ยนใบหูแดงวาบ เม้มปากไม่ยอมตอบ

กู้เจาเป่ยหัวเราะเบาๆ อย่างสุดกลั้น แล้วดึงบังเหียนมาถือไว้เอง “ตอนแรกข้าตั้งใจจะรอพวกพี่สาวตื่นนอนแล้วมาร่ายรำให้เจ้าชมสักเพลง แต่ในเมื่อหนีออกมาแล้วก็ตรงไปเขาลั่วสยาเลยแล้วกัน”

ตามหลักแล้วช่วงเวลาที่เหมาะจะไปเขาลั่วสยาที่สุดคือย่ำเย็น เพราะจะได้ชมแสงอัสดงอันงดงาม แต่เห็นชัดว่าทั้งคู่ไม่มีเวลาโอ้เอ้ถึงเย็นได้ จึงต้องรีบไปที่นั่นก่อนจะถูกคนจากจวนสกุลเสิ่นจับตัวกลับไป

ส่วนเหตุผลว่าเหตุใดต้องไปที่เขาลั่วสยานั้นกู้เจาเป่ยไม่ได้บอก เสิ่นกุยเยี่ยนเองก็ไม่ได้ถาม

บนเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยหลุมศพทั้งเก่าทั้งใหม่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเขา กู้เจาเป่ยพานางไปหยุดยืนหน้าหลุมศพใหม่หลุมหนึ่ง

ฉินอี๋เหนียงเป็นคนสกุลเสิ่น หากชาติกำเนิดดีกว่านี้สักนิดก็สามารถฝังร่างในสุสานประจำตระกูลได้ ทว่าแต่เดิมเป็นเพียงสาวใช้ ซ้ำยังถูกเสิ่นฮูหยินชังน้ำหน้า ศพจึงถูกส่งไปยังโรงทึมอนาถาแล้วฝังอย่างเรียบง่าย

ตัวอักษรที่สลักบนป้ายหินทำให้เสิ่นกุยเยี่ยนตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้อยู่นาน

 

หลุมศพเสิ่นฉินซื่อ ตั้งโดยกุยเยี่ยน บุตรสาวอกตัญญู*

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 3

บทที่ 3 “ได้หรือไม่” น้ำเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความคาดหวัง ในดวงตามีแววสนใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังนึกถ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 4

บทที่ 4 “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรสนมชายาทุกพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เผยไหวกวงเดินเข้ามา พูดทักทาย ทว่าแผ่นหลังนั้นไม่ได้ค้อมลง...

community.jamsai.com