ทดลองอ่าน บุปผารัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บุปผารัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 2

หน้าที่แล้ว1 of 13

บทที่ 2

เด็กสาวขอให้พวกฉางหรงช่วยนำโครงกระดูกสีขาวภายในถ้ำฝังลงดิน ทำพิธีส่งวิญญาณอย่างเรียบง่ายเพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณผู้เคราะห์ร้ายที่โดนปีศาจงูสังหาร

นอกถ้ำท้องฟ้ายังไม่สว่างจ้ามากเท่าใด มีเพียงกลุ่มเงาสีเทาดำมองเห็นได้รางๆ

พวกเขาทั้งหมู่คณะเดินออกมานอกถ้ำ มองเห็นดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกแล้ว บรรยากาศอึดอัดเย็นเยียบกลางภูเขาจางหายไปโดยสิ้นเชิง มีความรู้สึกเหมือนห่างกันคนละภพกระนั้น

เด็กสาวสูดอากาศจากหมอกเย็นสดชื่นเข้าปอดหลายครั้งอย่างพึงพอใจพลางเอ่ยรำพันออกมา

“ในที่สุดภารกิจก็ลุล่วง”

ลิ่นเซี่ยวที่ยืนเคียงไหล่เด็กสาวมาแต่แรก ได้ยินคำพูดนี้ก็หันไปมองนาง

แสงอาทิตย์สีทองอาบไล้ใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยน ขับเน้นผิวขาวหมดจดนวลเนียนราวกับหยกชั้นดี ลิ่นเซี่ยวมองเห็นกระทั่งเส้นขนละเอียดอ่อนบนใบหน้างามนั้น เมื่อเทียบกับการมองเห็นใต้แสงจันทร์แล้วกลับมีความงามที่เจิดจ้าอย่างอธิบายไม่ถูกมากกว่าหลายส่วน

เพียงแต่ยังมีเลือดฝาดน้อยไปอยู่บ้าง ทำให้ดูไม่เปล่งปลั่งอย่างคนมีสุขภาพดี

ลิ่นเซี่ยวเฝ้ามองจากด้านข้าง ลอบคิดในใจว่าหรือสตรีนางนี้อาจมีโรคประจำตัวมาแต่กำเนิด ถ้าหากมีโรคแอบแฝงอยู่จริงแล้วเหตุใดยังเสียเวลาไปมาหาสู่กับภูตผีปีศาจได้อีกเล่า

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “เมื่อคืนปีศาจงูนั่นหลอกล่อพวกเราให้ลงเขา กว่าจะเดินไปถึงหินก้อนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เห็นหนทางอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่ทำอย่างไรก็เดินอ้อมไม่พ้นเสียที เป็นเพราะแม่นางน้อยใช้อุบายอะไรหรือ”

เด็กสาวพยักหน้าแล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ตอนข้าขึ้นเขาวางผนึกข่ายอาคมตรงทางออกเพื่อป้องกันปีศาจบนเขาหลบหนี ข้าได้ยินลูกน้องของท่านเล่าว่าตอนพวกท่านขึ้นเขา ปีศาจพวกนั้นเคยใช้อาคมพรางตาเพื่อหาทางเข้าใกล้ ข้าก็แค่เลือกวิธีการเดียวกันสนองคืนผู้ใช้กลับไปเท่านั้น”

ฉะนั้นเมื่อนางพบคณะของพวกลิ่นเซี่ยวที่ริมลำธารจึงไม่ขัดขวางที่พวกเขาจะเดินลงเขา ถ้าหากพวกลิ่นเซี่ยวไม่มีใครเป็นปีศาจย่อมลงเขาได้อย่างสะดวกราบรื่น แต่ถ้าหากโดนข่ายอาคมสกัดเอาไว้ นั่นหมายความว่าในกลุ่มพวกเขาอย่างน้อยต้องมีใครสักคนเป็นปีศาจ นางเพียงแค่นั่งรอดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ ก็พอแล้ว

ลิ่นเซี่ยวขมวดคิ้ว “ปีศาจตนนี้แผลงฤทธิ์มานานหลายปี ไม่รู้ว่าทำร้ายราษฎรผู้บริสุทธิ์ไปมากมายเท่าใดแล้ว”

“นั่นน่ะสิ” เด็กสาวเอ่ยต่อคำ “ครึ่งเดือนก่อนข้าติดตามอาจารย์ผ่านมาทางนี้ อาจารย์ข้าเห็นภูเขาลูกนี้มีไอปีศาจแน่นหนา คาดเดาว่าบนภูเขาจะต้องมีสิ่งชั่วร้ายออกอาละวาดอยู่แน่ แต่ว่าตอนนั้นเขายุ่งอยู่กับการรับมือปีศาจตนอื่น ไม่อาจปลีกเวลามาสืบหาต้นสายปลายเหตุ หลายวันมานี้นึกขึ้นได้ รู้สึกไม่สบายใจไม่หายจึงให้ข้านำของวิเศษในอารามของพวกเรามาสืบหาความจริง”

ลิ่นเซี่ยวมองไปที่กระดิ่งสีทองตรงหน้าอกของเด็กสาว ของวิเศษเช่นนี้เป็นของล้ำค่าหายากอย่างแท้จริง เมื่อคืนถ้าหากไม่ได้มันคอยช่วยเหลือ เขากับพวกฉางหรงคงไม่แคล้วต้องฝังร่างตนเองในท้องงู และแม้กระทั่งนักพรตน้อยก็คงยากจะหนีพ้นเคราะห์กรรมไปได้

แต่ว่าในเมื่ออาจารย์ของนางยอมมอบของวิเศษประจำอารามให้ หมายความว่านางเป็นลูกศิษย์ที่เขารักใคร่โปรดปรานอย่างที่สุด แล้วเพราะเหตุใดถึงตัดใจให้นางมาเสี่ยงอันตรายลำพังกัน

เด็กสาวไม่ทันสังเกตเห็นแววตาครุ่นคิดของลิ่นเซี่ยว แต่เหลือบมองกระบี่วิเศษข้างเอวของเขาด้วยความสนใจ “คุณชาย ขอบังอาจถามว่ากระบี่ของท่านมีที่มาเช่นไร เหตุใดถึงได้มีพลังร้ายกาจถึงเพียงนี้”

ลิ่นเซี่ยวลังเลอยู่ชั่วครู่จึงปลดกระบี่ออกจากเอว ส่งให้เด็กสาวพินิจดูอย่างละเอียดพลางเอ่ยขึ้น “นี่เป็นกระบี่ที่ท่านปู่มอบให้ข้าก่อนจากโลกนี้ไป ข้ารู้แค่ว่ามันชื่อ ‘ชื่อเซียว’* ตอนท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่หวงแหนกระบี่เล่มนี้ยิ่งนัก แทบไม่เคยปล่อยให้ห่างตัว แต่กลับไม่รู้ว่ามันยังมีอานุภาพกำจัดปีศาจได้”

พอเห็นว่าเด็กสาวรับกระบี่ไปดูเล่นด้วยความสนใจเต็มเปี่ยม ในใจลิ่นเซี่ยวพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา เหตุใดสถานการณ์ตรงหน้าดูคล้ายเด็กน้อยสองคนกำลังโอ้อวดของเล่นที่ต่างฝ่ายต่างภาคภูมิใจอยู่นะ ทว่าอย่างไรก็มีความแตกต่างระหว่างบุรุษสตรี เด็กสาวสามารถขอกระบี่ของเขาไปชื่นชมอย่างเปิดเผย แต่เขากลับไม่สะดวกใจที่จะขอเครื่องประดับติดตัวนางมาดูใกล้ๆ

เขากระแอมกระไอแผ่วเบาแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “หลังจากขึ้นเขาเมื่อวาน ข้าเคยพบปีศาจที่หมู่บ้านร้างแห่งนั้น มันเป็นปีศาจที่ไปมาไร้ร่องรอย ถูกกระบี่ชื่อเซียวฟันเตลิดหนีไปก็ไม่เคยโผล่มาอีก คิดว่าคงจะหวาดกลัวกระบี่เล่มนี้”

เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าเหลียวมองรอบกาย “สิ่งที่ท่านเจอน่าจะเป็นวิญญาณเร่ร่อนของชาวบ้านที่โดนปีศาจงูฆ่าตาย เพราะว่าตายอย่างไม่เป็นธรรม ยังมีความอาลัยอาวรณ์ต่อโลกใบนี้ ไม่อาจตัดใจไปเกิดใหม่ ตอนนี้ปีศาจงูถูกกำจัด เมื่อครู่ข้าก็ทำพิธีปลดปล่อยพวกเขาไปแล้ว คิดว่าไม่นานพวกเขาคงจะปล่อยวางสิ่งที่ยึดมั่น ยอมกลับเข้าสู่วัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง”

เวลานี้ฉางหรงนำพวกเว่ยปอแบกร่างคนแซ่ถานและแซ่หวังที่ยังสลบไสล เดินไปตามเส้นทางเดิมกลับสู่ที่ตั้งกระโจมริมลำธาร เด็กสาวเหมือนจะรู้สึกลังเล นางคิดไปคิดมา สุดท้ายก็หยิบขวดยาขวดเล็กในถุงเงินออกมาอีกแล้วเทยาสองเม็ดมอบให้ลิ่นเซี่ยว

นางมีสีหน้าเจ็บปวดอยู่บ้างขณะกล่าวว่า “ยาชนิดนี้อาจารย์ข้าเป็นคนหลอมเอง วัตถุดิบที่ใช้ล้วนล้ำค่าหายาก ปกติหนึ่งเม็ดให้เงินเหรียญสำริดสิบพวงยังไม่ขายเลย…เห็นแก่ที่คุณชายช่วยข้ากำจัดปีศาจ ให้ท่านเพิ่มอีกสองเม็ดแล้วกัน กินยานี่แล้วคนที่บาดเจ็บสองคนนั้นจะได้หายเร็วขึ้น”

ลิ่นเซี่ยวรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แม่นางน้อยผู้นี้มองดูเป็นคนเปิดเผยจริงใจ ทำอะไรก็เฉียบขาดปานนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นคนเห็นแก่เงินเหมือนกัน

เขาลอบหัวเราะอยู่ในใจ ภายนอกกลับแสดงสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ขอบคุณมาก…แม่นางน้อย แต่ยาล้ำค่าปานนี้ข้าได้มาแล้วสองเม็ด จะปล่อยให้แม่นางมอบให้เปล่าๆ อีกไม่ได้เด็ดขาด” กล่าวพลางส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามข้างกายหยิบเงินออกมาแล้วส่งให้เด็กสาว

เด็กสาวมองเห็นเงินจำนวนมากโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกอกตกใจเสียยกใหญ่ นางไม่คิดว่าลิ่นเซี่ยวจะมอบเงินให้อย่างใจกว้างถึงเพียงนี้

เดิมทีนางเห็นลิ่นเซี่ยวแม้จะสวมเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบง่ายสะอาดสะอ้าน แต่ว่าแฝงด้วยกลิ่นอายสูงศักดิ์ กิริยาวาจาหาใช่ธรรมดาสามัญ อีกทั้งผู้ติดตามเป็นคนที่มีวรยุทธ์สูงส่งกลุ่มหนึ่ง ก็คาดเดาได้อย่างเลือนรางว่าลิ่นเซี่ยวคงไม่ใช่ราษฎรทั่วไป ตอนนี้ดูท่าคงจะมีฐานะร่ำรวยไม่เบาด้วย

นางออกเดินทางมาคราวนี้ไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายที่คาดไม่ถึงตามมา โดยเฉพาะนางไม่อยากจะเข้าไปพัวพันกับชนชั้นสูงในเมืองฉางอัน

หน้าที่แล้ว1 of 13

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 2

บทที่ 2 เผยไหวกวงถอดชุดคลุมบุนวมออกมาคลุมลงบนร่างของเสิ่นหุย เสิ่นหุยใจเต้นรัวเร็ว ยืนอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เผยไห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 3

บทที่ 3 “ได้หรือไม่” น้ำเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความคาดหวัง ในดวงตามีแววสนใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังนึกถ...

community.jamsai.com