ทดลองอ่าน บุปผารัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 2 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บุปผารัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 2

บิดาของฉวีชิ่นเหยาเป็นแค่ขุนนางตำแหน่งไท่สื่อลิ่ง ขุนนางขั้นเจ็ดที่แสนจะธรรมดา ปกติผู้ที่ไปมาหาสู่ก็เป็นขุนนางบุ๋นที่มีลำดับขั้นไม่ต่างกันมากเท่าไร แทบไม่เคยรู้จักมักจี่กับเชื้อพระวงศ์บรรดาศักดิ์สูงส่ง ได้ฟังอาจารย์เล่าเรื่องได้น่าสนใจเช่นนี้จะยอมเลิกราโดยง่ายได้อย่างไร นางรีบเอ่ยถามว่า “ยังมีเรื่องน่าสนุกอะไรอีกบ้าง อาจารย์ ท่านเล่าให้ข้าฟังหน่อยไม่ได้หรือไร”

จากนั้น อาจารย์และศิษย์ทั้งสองก็พูดคุยเรื่องข่าวลือของตระกูลใหญ่มาตลอดทางจนถึงฉางอัน

หลังชิงซวีจื่อนำรถม้าจอดที่หน้าประตูใหญ่จวนสกุลฉวีแล้ว จึงกล่าวกับฉวีชิ่นเหยาว่า “เข้าไปเถอะ เจ้าออกเดินทางไกลเป็นครั้งแรก ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคงกังวลจนกระทั่งนอนหลับไม่สนิท โดยเฉพาะท่านแม่นิสัยดุร้ายของเจ้า ไม่รู้จะด่าว่าอาจารย์อย่างไรเลย รีบเข้าไปเร็วๆ สิ อย่าให้พวกเขารอนาน”

พอเห็นฉวีชิ่นเหยาสวมหมวกม่านแพรลงจากรถ เขาก็ทำสีหน้าไม่พอใจ “ตอนนี้รู้จักสวมหมวกม่านแพรแล้วรึ ตอนขึ้นเขาเหตุใดไม่รู้จักสวม ปล่อยให้หนุ่มน้อยพวกนั้นชมโฉมไปเปล่าๆ เขินอายบ้างหรือไม่”

ฉวีชิ่นเหยาทำปากย่นยู่ เอ่ยแก้ต่างว่า “เดิมทีนึกว่าขึ้นภูเขาอาถรรพ์จะไม่เจอคน ใครจะไปรู้ว่าคนของวังหลันอ๋องกลุ่มนั้นจะโผล่มาจากที่ใด”

นางเล่าไปก็กลัวอาจารย์จะบ่นยืดยาว จึงรีบผลุบหายเข้าจวนไปทันที

 

ฉวีชิ่นเหยาเพิ่งจะเดินเข้าห้องโถงบุปผา ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาหา

“อาเหยาเอ๋ย ลูกรักของแม่ กลับมาเสียทีนะ มา…มาให้แม่ดูหน่อยเร็ว คงลำบากไม่น้อยกระมัง เจ้าวางใจได้ พรุ่งนี้แม่จะไปหาชิงซวีจื่อ นักพรตอะไรนั่นไม่ต้องเป็นแล้ว!”

สตรีที่มีท่าทางโมโหวู่วามผู้นี้ก็คือมารดาของฉวีชิ่นเหยา ภรรยาเอกคนแรกของฉวีเอินเจ๋อ ฮูหยินผู้ดูแลจวนสกุลฉวี…ฉวีเฉินซื่อ

นางอายุประมาณสามสิบสี่สิบปี ผิวขาวผุดผ่องอวบอิ่ม รูปร่างสูงใหญ่แข็งแรง แม้ไม่นับว่าเป็นหญิงงามได้อย่างถูกต้องตามความหมาย แต่กลับสอดคล้องกับมุมมองเรื่องความงามของผู้คนในเวลานี้

ฉวีชิ่นเหยารับมรดกผิวงดงามขาวเนียนจากมารดา แต่โครงหน้ากลับประณีตชวนมองไม่รู้เบื่อยิ่งกว่า นับว่าสีครามเกิดจากต้นครามแต่เข้มยิ่งกว่าต้นคราม แล้ว

เมื่อได้ยินมารดาต่อว่าอาจารย์ด้วยน้ำเสียงโมโหดุดัน ฉวีชิ่นเหยาก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

“ท่านแม่ ข้ามิใช่สบายดีอยู่หรือ ทำอะไรนิดหน่อยก็พาลไม่อยากให้ข้าเป็นนักพรตแล้ว ท่านลืมแล้วหรือว่าปีนั้นข้าฝากตัวเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ได้อย่างไร”

จะลืมลงได้อย่างไรกัน สีหน้าฉวีฮูหยินพลันเศร้าสลดลง

เดิมทีนางเป็นคุณหนูบุตรสาวเจ้าของร้านผ้าไหมในตลาดตะวันออกของเมืองฉางอัน บ้านเดิมของนางใช้แซ่เฉิน ตั้งแต่รุ่นท่านทวดเป็นต้นมาก็เปิดกิจการร้านขายผ้าไหมมาตลอด จนกระทั่งเมื่อร้านผ้าไหมตกทอดมาถึงบิดาของนางก็มีชื่อเสียงในเมืองฉางอันไม่น้อยแล้ว แต่ละวันมีลูกค้าเดินเข้าร้านไม่ขาดสาย ครอบครัวไม่นับว่าร่ำรวยมหาศาล แต่การกินอยู่ไม่เคยขาดแคลน

เมื่อนางอายุได้สิบสามปี พี่สาวทางบ้านเดิมของมารดาเสียชีวิตลง บุตรชายเพียงคนเดียวจึงเดินทางมาขอพึ่งพาอาศัยพวกเขา

ครั้งแรกที่ได้พบหน้าพี่ชายสกุลฉวีที่มีผิวขาวสะอาด กิริยาสุภาพมีมารยาท หัวใจของนางก็ผูกพันกับตัวเขาอย่างเหนียวแน่นเสียแล้ว ตลอดเวลาที่คนทั้งสองอยู่ร่วมกันมา นอกจากความรักที่นางมีต่อพี่ชายผู้นี้จะลึกซึ้งมากขึ้นทุกวัน พี่ฉวีของนางก็ค่อยๆ เกิดความรู้สึกดีต่อนาง

ใครจะรู้ว่านายท่านตระกูลเฉินบิดาของนางเห็นสกุลฉวีตกต่ำ บ้านของฉวีเอินเจ๋อไม่มีสมบัติติดตัวสักชิ้นก็ไม่อยากให้บุตรสาวแต่งงานไปแล้วต้องตกระกำลำบาก จึงยืนกรานไม่ยอมเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้

ฉวีเอินเจ๋อมาสู่ขอแล้วโดนปฏิเสธก็ไม่ท้อใจ นับจากวันนั้นก็มุมานะพากเพียร ทุ่มเทจิตใจให้กับการศึกษาเล่าเรียน เอ่ยสาบานว่าจะต้องสอบเคอจวี่ให้ผ่าน จะได้ส่งเกี้ยวเจ้าสาวมารับคุณหนูสกุลเฉิน

สวรรค์ไม่ทำให้คนที่มีใจต่อกันต้องผิดหวัง ปีถัดมาฉวีเอินเจ๋อก็สอบผ่านจนได้

แม้ว่ายังไม่ได้เป็นขุนนางเต็มตัว ยังไม่ได้เงินเดือนหลวง แต่ว่าเปลี่ยนสถานะกลายเป็นศิษย์ของโอรสสวรรค์ ในพริบตา

นายท่านเฉินผู้เป็นบิดาไหนเลยจะว่ากล่าวได้อีก เห็นบุตรสาวยืนยันหนักแน่นไม่ใช่บุรุษผู้นี้จะไม่ขอแต่งออกไป อีกทั้งฉวีเอินเจ๋อก็มาสู่ขอด้วยความจริงใจ จึงตัดสินใจเด็ดขาด มอบสินเจ้าสาวสิบหีบพร้อมยกบุตรสาวให้แต่งกับฉวีเอินเจ๋อ

คนหนุ่มสาวทั้งสองแต่งงานกันแล้วก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างหวานชื่นกลมเกลียว และไม่นานเฉินซื่อก็ตั้งครรภ์

หลังจากตั้งครรภ์นานสิบเดือนก็ถึงกำหนดคลอด คู่สามีภรรยาได้ทายาทคนแรก ซ้ำยังเป็นบุตรชายเสียด้วย พวกเขาดีอกดีใจและตั้งชื่อไพเราะน่าฟังว่า ‘จื่ออวี้’

ใครจะรู้ว่าพอฉวีจื่ออวี้เกิดมาก็ร่างกายอ่อนแอ มีโรคภัยรุมเร้า ในหนึ่งปีใช้เวลาครึ่งหนึ่งหมดไปกับการเจ็บไข้ได้ป่วย คู่สามีภรรยากลัดกลุ้มระทมทุกข์เป็นอย่างยิ่ง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 ทั้งสองคนกลั้นหายใจพร้อมกัน หวังไหลตกใจจนอ้าปากกว้างพอจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งใบ “ข้า...” เสิ่นหุยเพิ่งพูดได้คำเดียว ความรู้สึกพะอื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 8

    By

    บทที่ 8 เฉิงผิงลูบๆ หน้า “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำอะไร” เผยเซียวหยวนก็ไม่ปิดบังอำพราง ย่นหัวคิ้วพลางบอก “เฉิงผิง ไม่ใช่ว่าข้าเรื่องมาก แต่ข้างกาย...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 เสิ่นหุยตกใจไปชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันไปรับหนังสือที่เขายื่นมาให้ ปลายนิ้วของนางไม่ระวังแตะถูกหลังมือของเขา เย็นจนนางรีบเก็บมือกลับมา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 98

    By

    บทที่ 98 “เวยเฟิ่งหรือ” อวี๋หลิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา “เรื่องนี้ข้ารู้ เวยเฟิ่งคือองค์เทพหญิงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมหาเทพต้งยวน เคยช่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 7

    By

    บทที่ 7 สองตาของนางกลอกมา ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขา เผยเซียวหยวนไม่ต้องการจะมองสบตากับนาง เขากำลังจะเบนสายตาไปแล้วค่อยพูดธุระก็พลันสัง...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 63

    By

    บทที่ 63 “พวกคนใจคอคิดคด ผู้อื่นใช้แผนเจ็บตัวยังยอมเจ็บตัวจริง แต่นี่เขากลับจับเสือมือเปล่า ข้าหรือสู้อุตส่าห์วิ่งวุ่นดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเ...

  • ตำนานรักฉบับท่านหญิง

    ทดลองอ่าน ตำนานรักฉบับท่านหญิง บทที่ 62

    By

    บทที่ 62 พะ...พาข้าไปที่ใดนะ เจียงจื้ออีนึกสงสัยว่าตนเองหูเฝื่อน แต่ยังไม่ทันได้ถามให้แน่ใจก็ถูกหยวนเช่อดึงวิ่งย้อนกลับไปทางเดียวกับขามา คนท...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 2

บทที่ 2 เผยไหวกวงถอดชุดคลุมบุนวมออกมาคลุมลงบนร่างของเสิ่นหุย เสิ่นหุยใจเต้นรัวเร็ว ยืนอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น เผยไห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 96

บทที่ 96 ในขณะที่แม่นางฝูกำลังกล่าวอยู่นั้น ลูกแก้วปีศาจบนฝ่ามือของนางก็เปล่งแสงสว่างพร่างพรายจนใจคนเกิดกิเลสตัณหา อยากจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 3

บทที่ 3 “ได้หรือไม่” น้ำเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความคาดหวัง ในดวงตามีแววสนใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังนึกถ...

community.jamsai.com