ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน ผิดชาติผิดภพ หวนรักจอมมาร บทที่ 55
ชุยเสียวเสี่ยวเร้นกายอยู่ในเงามืดลับตา นางมองเห็นใบหน้าที่นับว่ายังเรียบเนียนและสดใสเปล่งปลั่งของชั่นอ๋องได้อย่างชัดเจน แต่จู่ๆ ก็เหมือนท้องทะเลกลายเป็นผืนนา ใบหน้านั้นกลับเผยแววหม่นหมองโรยราไม่เข้ากับอายุของพระองค์เลย
สีหน้าของชั่นอ๋องดูอิดโรยหมองหม่นอย่างบอกไม่ถูก แหงนมองดวงดาวอันพร่างพรายบนฟากฟ้า เนิ่นนานกว่าจะตรัสขึ้นว่า “เดิมทีข้าไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตามาตลอด แต่พอลองมองรัชทายาทแห่งต้าฉีผู้นี้แล้ว…ถ้ามอบแผ่นดินให้อยู่ในมือของคนหยิบโหย่งเช่นนี้จะดำรงสืบต่อไปได้อีกนานเพียงใดกัน”
ขณะที่ชั่นอ๋องตรัสคำพูดนี้ ชุยเสียวเสี่ยวแฝงตัวเร้นกายอยู่ไม่ไกลจากพระองค์พอดีจึงมองเห็นแววตายามกล่าวถึงราชวงศ์สกุลซย่าแห่งต้าฉีได้ชัดถนัดตาว่าทรงแค้นเหล็กที่ไม่เป็นเหล็กกล้า ความอ้างว้างห่างเหินในน้ำเสียงนั้นชวนให้คนฟังรู้สึกสะท้านสะเทือนใจอย่างห้ามไม่อยู่
คนที่ผิดหวังเสียใจและห่วงใยโลกหล้าถึงเพียงนั้น หาใช่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสกุลซย่าเป็นแน่
เดิมทีนางคิดเดาว่าชั่นอ๋องผู้นี้จะต้องแอบอ้างสวมรอยมาแทนแน่ๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้าทุกข์ตรมที่ยากจะปิดซ่อนของเขาในตอนนี้แล้วก็ดูไม่เหมือนคนที่จะเป็นตัวปลอมไปได้
ดังนั้นชุยเสียวเสี่ยวจึงจมอยู่ในภวังค์ความคิด…ตกลงแล้วท่านอ๋องผู้นี้เป็นชั่นอ๋องตัวจริงหรือไม่กันแน่ หรือก่อนหน้านี้ข้าจะพิเคราะห์ผิดพลาดไป?
นางนึกถึงเรื่องราวตามรอยทางเดิมขึ้นมาได้ว่าหลังจากชั่นอ๋องถวายอสูรรู้แจ้งแด่จักรพรรดิแล้วกลับนำพาภัยแล้งยิ่งใหญ่มาสู่บ้านเมือง เกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วจนทำให้บัลลังก์ของจักรพรรดิสั่นคลอน
แต่ก่อนนางหลงคิดไปว่าชั่นอ๋องทรงหมายปองบัลลังก์กระหายอำนาจจักรพรรดิ แต่ภายหลังก็ทรงเลือกให้โอรสที่ยังเยาว์วัยและเล่าลือกันว่าเป็นโอรสบุญธรรมที่รับจากคนร่วมสกุลเดียวกันให้มาขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน โดยไม่ทรงเป็นจักรพรรดิเอง ผิดวิสัยของผู้มักใหญ่ใฝ่สูงอย่างยิ่ง
ทว่าชุยเสียวเสี่ยวเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงอำนาจของจักรพรรดิเมื่อครั้งอดีตสองร้อยปีก่อนนั้น อาจเป็นเพราะรัชทายาทองค์นี้ทรงสร้างความไม่พอใจให้ชั่นอ๋องจนท่านอ๋องทรงก่อการครั้งใหญ่ แม้แต่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันและพระโอรสทั้งหลายก็สูญเสียบัลลังก์กันทั้งหมด
ถ้าเป็นเช่นนี้จริงๆ กลยุทธ์ของชั่นอ๋องผู้นี้จะเลิศล้ำเพียงใด เจ้าครองเมืองศักดินาอันห่างไกลองค์หนึ่งเช่นเขาถึงสามารถกุมราชวงศ์ทั้งหมดไว้ในกำมือได้…
เมื่อคำนวณดูแล้ว สองร้อยปีให้หลังก็คือเวลาที่ดวงชะตาจักรพรรดิของราชวงศ์สกุลซย่าจะถึงคราวอวสานพอดี เพียงแต่ตอนที่ชุยเสียวเสี่ยวทะลุมิติย้อนเวลากลับมาบ้านเมืองยังคงสงบสุขราบรื่นดีนี่นา…
ทันใดนั้นจู่ๆ เว่ยเจี๋ยก็ดึงตัวนางไปทางเรือนปีกตะวันออก
ครั้นถึงที่เปลี่ยวคนชุยเสียวเสี่ยวก็ถามขึ้นว่า “เจ้าลากข้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด”
เว่ยเจี๋ยเอ่ยเสียงเร่งร้อน “เรือนแห่งนี้มีกลิ่นคาวเลือดรุนแรงเป็นพิเศษ…”
เขาอาศัยอยู่ที่เขาฉีเหล่ามาตั้งแต่เด็ก ติดตามคนสกุลเว่ยไปล่าสัตว์อสูรที่หลบหนีมาจากยมโลกเป็นประจำ จึงสัมผัสรับรู้กลิ่นเลือดของอสูรร้ายจากยมโลกได้ไวยิ่งนัก
ตั้งแต่เข้ามาในวังอ๋องเมื่อครู่เขาก็ได้กลิ่นบางอย่างผิดปกติแล้ว แต่เพราะในวังจุดกำยานอยู่ทั่วทุกหนแห่ง กลบกลิ่นคาวเลือดไปได้ไม่น้อย ทำให้เขาแยกแยะตำแหน่งของกลิ่นได้ไม่ชัดเจน
เวลานี้หลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง บรรดาสาวใช้ต่างพากันเก็บกระถางกำยานออก เขาจึงจับกลิ่นเลือดของสัตว์อสูรได้ถนัดถนี่จนสิ้นความสงสัย
กระทั่งทั้งสองคนคลำทางมาถึงเรือนที่ดูเหมือนห้องหนังสือ เว่ยเจี๋ยก็สูดจมูกดมหา ก่อนจะยืนยันมั่นเหมาะว่ากลิ่นมาจากใต้ดินของห้องหนังสือนี้
หากบอกว่าเป็นสวนลับที่เก็บสัตว์ส่วนพระองค์ก็พอจะเข้าใจได้ เพราะชั่นอ๋องทรงดูเหมือนจะลุ่มหลงในการสะสมสัตว์วิเศษล้ำค่าสัตว์อสูรหายาก
แต่ใต้ห้องหนังสือที่ใช้อ่านตำราเขียนอักษรแห่งนี้กลับมีกลิ่นคาวเลือดของสัตว์อสูรจากยมโลกคละคลุ้ง นี่ออกจะเข้าใจยากเกินไปแล้ว
แต่ถึงกระนั้นกลิ่นนี้ก็ถูกปิดซ่อนอยู่แค่ชั้นใต้ดิน หากไม่ใช่จมูกสุนัขอย่างเว่ยเจี๋ย คนทั่วไปก็ไม่อาจได้กลิ่น ไม่รู้ว่าชั่นอ๋องกำลังคิดทำการสิ่งใดอยู่กันแน่
เว่ยเจี๋ยกระซิบว่า “สมุดบันทึกเป็นตายเล่มนั้นเป็นของที่มาจากยมโลกจะแปดเปื้อนปราณหยางของโลกมนุษย์มิได้เด็ดขาด ดูท่าทางชั่นอ๋องไม่ใช่คนที่ชอบเลี้ยงสัตว์อะไรนัก แต่กลับทุ่มเทกำลังทรัพย์ตั้งมากมายซื้อหาสัตว์ประหลาดมหัศจรรย์ชนิดต่างๆ ไว้ บางทีสิ่งที่เขาต้องการก็คือเลือดของสัตว์อสูรเหล่านั้น เอาไว้ใช้หล่อเลี้ยงหน้าสมุดขาดแหว่งก็เป็นได้”
เขากล่าวมีเหตุมีผลยิ่ง นั่นก็หมายความว่าหน้าสมุดขาดแหว่งแผ่นนั้นอยู่ใต้พื้นดินของห้องหนังสือ แต่จะเข้าไปในห้องลับใต้ดินได้อย่างไรเล่า
เว่ยเจี๋ยมองดูชั่นอ๋องเสด็จมาแต่ไกลแล้วเอ่ยว่า “ตามเขาไปย่อมต้องเข้าไปได้แน่”
หลังจากเว่ยเจี๋ยได้ฟังคำพูดที่ไร้ที่มาที่ไปของวั่นเหลียนซือเมื่อครู่นี้ คิ้วของเขาก็พันกันยุ่ง
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนพวกนี้ถึงจ้องโจมตีชุยเสียวเสี่ยวนัก ถึงขนาดสิ้นเปลืองกำลังกายใจจะทำลายเจ้าสำนักเล็กๆ ที่มิได้ร้ายกาจอะไรต่อพวกเขาให้ได้เชียวหรือ
พึงรู้ว่าสำนักที่ชื่อสำนักยันต์คาถาเขาหลิงซานนี้ คนที่บอกได้ว่ามีตัวตนอยู่จริงก็มีแต่ชุยเสียวเสี่ยวคนเดียวเท่านั้น นอกจากนางแล้วก็ไม่มีใครคนอื่นเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
สำนักนิกายอ่อนหัดที่วันๆ เอาแต่กินๆ ดื่มๆ ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรนิดๆ หน่อยๆ ตามแต่โอกาสเช่นนี้จะไปเป็นอุปสรรคขวางทางใครเขาได้
แต่ชั่นอ๋องกลับให้ความสำคัญกับนางยิ่งนักจนเขารู้สึกเหมือนการฆ่าไก่ด้วยดาบพิฆาตมังกร อ๋องทรราชผู้นี้คิดอ่านกระทำการลึกลับซับซ้อน ที่ทรงทำเช่นนี้จะต้องมีเหตุผลบางอย่างเป็นแน่
เว่ยเจี๋ยรู้แก่ใจดีว่าอาจารย์ของเขาเองก็เหมือนมีความลับมากมายซ่อนอยู่ แต่การจะอ้าปากนางนั้นก็ยากพอๆ กับการแงะฝาหอย หากนางไม่อยากพูด ทำอย่างไรก็ไม่อาจง้างปากเปิดได้
เว่ยเจี๋ยรู้สึกว่าถ้าหน้าสมุดขาดแหว่งเผยความลับของชั่นอ๋องออกมาเมื่อใด ไม่แน่ว่าก็อาจจะเฉลยความเป็นมาเป็นไปของอาจารย์ตัวน้อยผู้นี้ออกมาพร้อมกัน เขาจึงอยากจะหาหน้าสมุดขาดแหว่งนั้นกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
Comments



