ชั่นอ๋องทรงก้าวไม่ไวนัก เมื่อรอบข้างปราศจากผู้คนจังหวะก้าวของพระองค์ก็คล้ายจะช้าลงมาก ชุยเสียวเสี่ยวเห็นท่าทางชั่นอ๋องไพล่พระหัตถ์ไว้ด้านหลังขณะเดินไป หากมิได้มองพระพักตร์ก็คงคิดว่าเป็นผู้เฒ่าแก่ชรางกๆ เงิ่นๆ ผู้หนึ่ง
ชั่นอ๋องเสด็จไปเช่นนี้ครู่หนึ่งแล้วพลันหยุดลงตรงหน้าโคมตะเกียงที่แขวนสูงข้างประตูห้องหนังสือ
โคมดวงนี้แตกต่างจากโคมชาววังใหม่เอี่ยมดวงอื่นๆ ในวังอ๋อง ตัวโคมให้สีเหลืองสลัวเหมือนผ่านกาลเวลามายาวนาน หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีลวดลายเส้นสายสีแดงปกคลุมรอบโคมด้วย
ชั่นอ๋องเอื้อมพระหัตถ์ไปปรับความสูงของโคมตะเกียง จากนั้นก็เผลอปรายพระเนตรไปทางด้านหลังแวบหนึ่ง ครั้นแน่พระทัยแล้วว่าไม่มีผู้ใดก็เข้าไปในห้องหนังสือ ก่อนจะเปิดทางลับเข้าไปเพียงลำพัง
จังหวะที่ชุยเสียวเสี่ยวเดินผ่านโคมดวงนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแหงนมองคราหนึ่ง นางตกใจเมื่อพบว่าลวดลายสีแดงบนโคมก็คือ…เส้นโลหิตที่แผ่ยื่นเกาะยึดตัวโคมไว้ และดูเหมือนว่ายังมีเลือดไหลเวียนอยู่ภายใน…
โคมตะเกียงนี้…มีชีวิตอย่างนั้นหรือ
นางไม่ทันได้สังเกตอย่างถี่ถ้วนก็ถูกเว่ยเจี๋ยดึงให้ตามเข้าไปในประตูทางลับ แต่กลับพบว่าด้านในมืดสนิท แม้ชุยเสียวเสี่ยวจะมีสายตาอันน่าทึ่งก็ยังต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะปรับสายตาให้คุ้นเคยและค่อยๆ มองเห็นสิ่งรอบข้างได้ชัดเจน
ทว่าเวลานี้ชั่นอ๋องหายตัวไปไม่เห็นเงาแล้ว เว่ยเจี๋ยและนางได้แต่จับจูงมือกันคลำหาทางในความมืดอยู่พักใหญ่ ถึงค่อยได้ยินเสียงฝีเท้าของชั่นอ๋องอีกครั้ง
ดีที่หลังจากเดินต่อไปเพียงไม่กี่ก้าวบนผนังของช่องทางลับก็เริ่มฝังมุกราตรีที่เรืองแสงได้ เมื่อมีโคมตะเกียงดวงหนึ่งส่องแสงผ่านไปก่อนหน้า มุกราตรีก็เปล่งแสงอ่อนละมุนออกมา
ชั่นอ๋องเสด็จอยู่ในอุโมงค์ลับเพียงลำพังองค์เดียว ฝีก้าวมิได้ว่องไวแต่อย่างใด แต่ภายในช่องทางลับไขว้ตัดสลับซับซ้อนซับยิ่ง หากมิได้ติดตามชั่นอ๋องให้ดีคงจะหลงทางอยู่ในอุโมงค์ลับที่เปรียบเสมือนเขาวงกตนี้
แต่ทั้งคู่กลัวว่าจะถูกชั่นอ๋องจับได้จึงคอยรักษาระยะห่างจากพระองค์ไว้ช่วงหนึ่ง
ชุยเสียวเสี่ยวเหลือบตาขึ้นมองแผ่นหลังของคนเบื้องหน้า แม้จะมีเงาร่างและเสื้อผ้าอาภรณ์เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างแตกต่างออกไปเล็กน้อย…
ครั้นเดินมาถึงช่องทางที่เล็กแคบช่วงหนึ่ง จู่ๆ ชั่นอ๋องก็ทรงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนแทบกลายเป็นวิ่ง
เว่ยเจี๋ยหรี่ตาลง รู้ตัวว่าอ๋องทรราชคงจะจับสังเกตได้แล้ว เขามือไม้ว่องไว ชิงลงมือก่อนหนึ่งก้าว รีบพุ่งไปประชิดด้านหลังแล้วบีบพระศอของชั่นอ๋องไว้มั่น “อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ!”
เว่ยเจี๋ยเคลื่อนไหวรวดเร็วว่องไว ไม่งุ่มง่ามเงอะงะเลยแม้แต่น้อย ชั่นอ๋องถูกบีบพระศอไว้ แค่คิดจะร้องโวยวายตื่นกลัวก็ยังไม่อาจทำได้
แต่จังหวะที่มือของเว่ยเจี๋ยกุมคอของคนผู้นี้ ใจของเขาก็หล่นวูบลงทันใด!
เพราะสัมผัสของคอนี้ไม่ชอบมาพากล! ความรู้สึกหยาบกร้านเช่นนั้นคือผิวของหน้ากากเนื้อหยาบที่ชาวยุทธ์มักใช้ปกปิดโฉมหน้าที่แท้จริงของตนอย่างง่ายๆ
เว่ยเจี๋ยรีบหมุนตัวชั่นอ๋องให้หันมาทันทีแล้วยื่นมือออกไปกระชากออก…บนใบหน้าของคนผู้นี้คือหน้ากากหนังเทียมจริงๆ!
ชุยเสียวเสี่ยวอาศัยแสงจากมุกราตรีในอุโมงค์มืดเพ่งมองดู เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของคนเบื้องหน้าก็รู้ว่าไม่ใช่ชั่นอ๋อง แต่เป็นคนที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกันเท่านั้น มิน่าเล่าเมื่อครู่นี้นางถึงรู้สึกว่าท่าทางการเดินของเขาดูเปลี่ยนไป…
แย่แล้ว พวกข้าถูกหลอกจนได้
ชุยเสียวเสี่ยวร้องขึ้นทันใด “รีบถอยเร็ว!”
น่าเสียดายที่สายเกินไป ชั่วขณะที่ชุยเสียวเสี่ยวเปล่งเสียงเผยร่องรอย ลูกกรงเหล็กอุกกาบาตก็ตกลงมาดักหน้าดักหลังพวกนางไว้โดยพลัน กักขังคนทั้งสามเอาไว้ด้วยกัน
ในตอนที่หล่อลูกกรงเหล็กอุกกาบาตเหล่านี้ขึ้นมาได้ผสมผงกระดูกของมังกรเหล็กเข้าไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่งที่ไม่อาจทำลายได้ แม้แต่กระบี่ทัณฑ์สวรรค์ ถ้าหากผู้ใช้มีปราณแท้ไม่ลึกล้ำกล้าแกร่งพอก็อาจจะฟันไม่ขาด
ทันใดนั้นเองจู่ๆ ชั่นอ๋องตัวปลอมก็มีสีหน้าเจ็บปวดทรมาน เขากุมท้องตนเอง ท่าทางทุรนทุรายเจียนตายพลางร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง “ไม่นะ!”
ชุยเสียวเสี่ยวร้องไม่ได้การในใจ รีบคีบยันต์กางโล่วารีขึ้นครอบร่างของนางกับเว่ยเจี๋ยไว้
ชั่วครู่เดียวท้องของชั่นอ๋องตัวปลอมก็ป่องขึ้นทันตา จากนั้นก็ระเบิดเสียงดังปัง เลือดพิษสาดกระเซ็นใส่ผนังหินและกัดกร่อนเกิดเป็นเสียงฉู่ฉ่า
หากเมื่อครู่พวกนางทั้งสองถูกเลือดของคนผู้นั้นกระเด็นใส่ ผลจะเป็นเช่นไรไม่อยากคาดคิดเลย
ทว่าการที่ชุยเสียวเสี่ยวกางโล่วารีออกมาอย่างกะทันหันทำให้ไม่อาจรวบรวมพลังจิตต่อได้ ร่างของนางจึงปรากฏให้เห็น