เพียงแต่เขาผู้นี้มีนิสัยเรื่อยเฉื่อย ยามปกติก็ใช้พลังปราณเพียงแค่สามส่วนเพิ่มพูนพลังตบะ ส่วนเวลาที่เหลือก็คอยแต่ยั่วเย้าแกล้งอาจารย์ของตนไปวันๆ เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้แม้เขาจะผนึกโอสถทองภายในได้ตั้งนานแล้ว แต่ก็มิได้มานะพยายามจะก้าวขึ้นอีกขั้นดังเช่นผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ที่บากบั่นพากเพียรอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ทว่าในยามนี้เขากับชุยเสียวเสี่ยวถูกขังอยู่ในอุโมงค์ลับซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหมอกเสน่ห์นี้ไว้ด้วยกัน แล้วก็ถูกหมอกเสน่ห์ปลุกเร้าจนแทบขาดสติอยู่แล้ว
เว่ยเจี๋ยเป็นคนหนุ่มพลังเยอะอารมณ์พลุ่งพล่านได้ง่าย ทั้งยังมีสาวงามที่เขาหมายปองอยู่ตรงหน้านี้อีก จะให้เขาอดทนข่มกลั้นอยู่ได้อย่างไรเล่า
ถ้าแหกกรงออกไปมิได้เขาคงจะพลาดพลั้งก่อเรื่องที่ทำร้ายทำลายชุยเสียวเสี่ยวเป็นแน่
ช่วงเวลานี้ทรมานยิ่งกว่าถูกมารครอบงำเสียอีก ทว่าในยามคับขันประหนึ่งถอยร่นจนสุดปากเหวเช่นนี้กลับเป็นแรงกระตุ้นเร้าให้รุดหน้า
พลังที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวทั้งหมดของเว่ยเจี๋ยแผ่คลุมห้อมล้อมจิตปรารถนาที่ยากจะควบคุม ซ้ำยังมีความเจ็บปวดแสบร้อนตรงแผลกลางฝ่ามือคอยปลุกจี้ให้ตื่นพล่าน
กอปรกับมีกระบี่ทัณฑ์สวรรค์ที่ถูกลิขิตให้เป็นของเขามาแต่เดิม พลังแห่งโอสถทองภายในก็ผนึกรวมไว้ที่ปลายกระบี่ ครั้นแล้วตัวกระบี่เหล็กทั้งเล่มก็เหมือนถูกเลี่ยมหุ้มด้วยทองคำอีกชั้นหนึ่ง
เว่ยเจี๋ยตวัดกระบี่ฟันฉับ บริเวณใดก็ตามที่ประกายกระบี่พาดผ่านพลันเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว ลูกกรงซึ่งหล่อด้วยเหล็กอุกกาบาตและผสมผงมังกรเหล็กอย่างพิถีพิถันก็ขาดออกทันใด!
เมื่ออากาศบริสุทธิ์สายหนึ่งถ่ายเทเข้ามาในอุโมงค์ลับที่เกิดรอยปริแยก หมอกควันสีชมพูหนาก็เจือจางเบาบางลงไปมาก
ชุยเสียวเสี่ยวรู้สึกว่าอาการอ่อนระโหยโรมแรงบรรเทาเบาบางลงไปไม่น้อยด้วยเช่นกัน ในที่สุดก็พอมีแรงตะกายลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง
แต่ชั่วขณะที่เว่ยเจี๋ยฟาดฟันกระบี่เมื่อครู่นั้น ท่วงท่าช่างดุดันปานประหนึ่งเทพโบราณ จังหวะที่ผมยาวสยายพลิ้วพัด คิ้วคมดุจเรียวกระบี่และดวงตาสีม่วงเผยแววสุขุมเยือกเย็นเช่นเดียวกับท่าทางพาให้หัวใจนางไหวสั่นสะท้านขึ้นอีกครั้งจริงๆ
ชุยเสียวเสี่ยวเริ่มฝึกบำเพ็ญเซียนล่าช้าเกินไป แม้จะได้รับโอกาสวาสนามหัศจรรย์หลายครั้งหลายครา แต่กลับไม่อาจเทียบได้กับผู้ที่ฝึกบำเพ็ญมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเหล่านั้น
ยิ่งในเวลานี้ท่าทางอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงของนางยิ่งเผยถึงพื้นฐานอันตื้นเขิน เรียกได้ว่าเมื่อโดนผงแมลงนี้ออกฤทธิ์เล่นงานก็สูญสิ้นพลังสมาธิไปไม่เหลือหลอ
ทันทีที่นางยืนขึ้น มองดูการเคลื่อนไหวอันเย้ายวนใจของเว่ยเจี๋ย อีกทั้งเห็นแผ่นหลังกว้างใหญ่ นางก็อดใจไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปเกาะตัวศิษย์ผู้หล่อเหลาและแนบแก้มถูไถกับแผ่นหลังนั้น
อาจารย์หญิงออดอ้อนน่าเอ็นดูราวกับแมวเหมียวตัวหนึ่ง หากเป็นยามปกติบุรุษเช่นเขาคงไม่อาจทานทนไหว แต่ยามนี้สถานการณ์วิกฤตหนักหนาสาหัส ย่อมไม่เหมาะจะพะเน้าพะนอเอาใจผู้เป็นอาจารย์ได้
ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน เว่ยเจี๋ยกัดฟันแหงนหน้าขึ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้มลงประทับจุมพิตบนริมฝีปากผลอิงของชุยเสียวเสี่ยวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้ออกไปได้ก่อน ข้าจะสนองให้เจ้า…” จากนั้นก็ฉุดพานางวิ่งออกไป
ชุยเสียวเสี่ยวถูกลมเย็นโชยปะทะเข้าหน้าก็รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่นางยังเรียกสติกลับมาไม่ครบถ้วน…เว่ยเจี๋ยบอกว่าจะสนองให้ข้า? เขาจะสนองสิ่งใดให้ข้ากันเล่า
(ติดตามต่อได้ในรูปแบบฉบับเต็มได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569)