เยี่ยอี้ยิ้มตาหยีกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ประมุขน้อยฉินอายุน้อยมากความสามารถ หากต้องแปดเปื้อนภูตผีฐานจิตจะกระทบกระเทือนจนล้มป่วยได้ แล้วข้าจะอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำสิ่งใดได้อย่างไร”
ชุยเสียวเสี่ยวเหลือบมองไปด้านข้างด้วยสีหน้าเย็นชา รู้สึกว่าจู่ๆ เยี่ยอี้ก็ดีกับฉินหลิงเซียวถึงเพียงนี้ ดีจนนางรู้สึกขนลุก
นางอยากเตือนฉินหลิงเซียวให้ระวังความเจ้าเล่ห์ของเทพจอมหลอกลวงผู้นี้ แต่เพียงแค่เริ่มพูดฉินหลิงเซียวก็ตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา ต่อว่าชุยเสียวเสี่ยวไร้มารยาท ไม่รู้จักให้ความเคารพองค์มหาเทพ
ช่างเถิด ชุยเสียวเสี่ยวได้แต่เก็บความหวังดีของตนที่มีต่อเขาเอาไว้
อีกอย่างเทพเซียนมีอะไรดีนักหนาถึงต้องพินอบพิเทากันถึงเพียงนี้
เว่ยเจี๋ยที่คอยจุดไฟทำอาหารให้นางทุกวันก็เป็นมหาเทพตัวจริงเช่นกัน! มีสิ่งใดน่าอัศจรรย์ใจเล่า
ไม่รู้ว่าหากฉินหลิงเซียวรู้ว่าเว่ยเจี๋ยคืออดีตประมุขแห่งยมโลก…มหาเทพกู่เหยียน ไม่รู้ว่าเขาจะยังให้ความเคารพนบนอบต่อเว่ยเจี๋ยเช่นเดียวกันนี้อีกหรือไม่
ในตอนนี้คนสามคนที่โต๊ะพนันพลันแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน สองพ่อลูกฉินหลิงเซียวย่อมยืนอยู่ข้างมหาเทพต้งยวน
แม่นางฝูในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านยิ้มบางมองเทพกับมารที่นั่งอยู่เต็มโต๊ะ เอ่ยอย่างแฝงความนัยว่า “หากเป็นที่อื่นข้าย่อมจุดธูปเผากระดาษบูชาทุกท่าน แต่น่าเสียดายที่เกาะแห่งนี้ไม่มีเทพปีศาจคอยคุ้มครอง สิ่งที่ทุกท่านปรารถนาล้วนได้มาจากการที่ทุกท่านใช้ของรักของตนมาเป็นเดิมพัน ยอมรับผลแพ้ชนะ ใช้ความสามารถมาแลกเปลี่ยน!”
เว่ยเจี๋ยมองแม่นางฝู เอ่ยเสียงเข้มว่า “เจ้ารู้หรือว่าสิ่งที่พวกเราปรารถนาคือสิ่งใด”
แม่นางฝูยิ้มบางแล้วแบมือออกมาอีกครั้ง บนฝ่ามือของนางมีรูปสลักเพลิงเก้าอินปรากฏ รูปร่างเหมือนกับรูปสลักเพลิงเก้าอินที่ชุยเสียวเสี่ยวพบเมื่อสองร้อยปีก่อนไม่มีผิด
แม่นางฝูราวกับล่วงรู้ความปรารถนาที่อยู่ลึกที่สุดในใจคนก็มิปาน ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาเอ่ยวาจา นางก็สามารถทายสิ่งที่พวกเขาปรารถนาได้ในทันที ราวกับมองออกว่าสายตาของเยี่ยอี้และเว่ยเจี๋ยดูมุ่งหมายคล้ายคิดจะชิงลงมือก่อน
แม่นางฝูยิ้มบางกล่าวว่า “เกาะทะเลแห่งนี้เกิดจากการที่บิดาของต้าอวี่ใช้เป็นที่รองรับน้ำที่เกิดจากอุทกภัย และเนื่องจากมิใช่เป็นดินแดนทั่วไป ดังนั้นจึงไม่อาจทนรับแรงสั่นสะเทือนจากพลังบารมีเทพได้ ขอเพียงทุกท่านแสดงพลานุภาพ เกาะแห่งนี้ก็จะได้รับแรงสั่นสะเทือนจนจมทะเลไปในที่สุด…ก่อนหน้านี้ที่สองพ่อลูกคุณชายฉินลงมือก็ทำให้สั่นสะเทือนไปรอบๆ เกาะ มีเรือบางลำถึงขั้นจมไปใต้ท้องทะเล…มิทราบว่าทุกท่านเข้าใจคำพูดของข้าหรือไม่”
ความหมายของแม่นางฝูนั้นเข้าใจง่ายมาก ต่อให้เจ้าเป็นเทพก็ดีหรือปีศาจก็ช่าง จะลงมือกับนางมิได้ มิเช่นนั้นนางจะทำให้เกาะแห่งนี้จมทะเลไปเสีย
ต่อให้พวกเขามีความสามารถร้ายกาจแล้วอย่างไร ก็ยังอยู่ในร่างของมนุษย์ปุถุชนมิใช่หรือ ที่นี่เป็นเกาะห่างไกล ต่อให้มีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่างไร ที่นี่สามารถทำให้พวกเขาเหนื่อยจนหมดแรงตกทะเลไปเป็นอาหารปลาได้ก็แล้วกัน!
คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะนี้คือคนฉลาด เมื่อได้ฟังคำพูดของแม่นางฝูแล้วก็ไม่มีใครลงมืออีก เพียงส่งสายตาหยั่งเชิงกันไปมาเท่านั้น
ชุยเสียวเสี่ยวม้วนเส้นผมยาวราวหางจิ้งจอกของตน อาศัยจังหวะนั้นกล่าวกับเยี่ยอี้ว่า “เจ้าบอกว่าที่นี่ไม่ใช่กิจการของเจ้า เช่นนั้นเจ้ารู้ที่มาที่ไปของแม่นางฝูผู้นี้หรือไม่”
เยี่ยอี้ยังคงแย้มยิ้มอย่างเป็นต่อ มองชุยเสียวเสี่ยวที่กำลังเท้าคาง “ชุยเสียวเสี่ยว ข้าก็เหมือนกับเจ้า เป็นครั้งแรกที่มายังเกาะแห่งนี้ หากเจ้าอยากรู้อะไรจริงๆ มิสู้ไปถามลูกศิษย์ของเจ้าแทนดีกว่า เขาน่าจะมาที่เกาะแห่งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว”
ชุยเสียวเสี่ยวรู้ว่าเขาหมายถึงเว่ยเจี๋ย ในเมื่อเพลิงเก้าอินอยู่ในมือของแม่นางฝู เช่นนั้นเว่ยเจี๋ยเมื่อชาติก่อนก็น่าจะมาตามหารูปสลักถึงที่นี่
หากนับชาติที่แล้วด้วย เว่ยเจี๋ยก็เท่ากับมาที่เกาะแห่งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วมิใช่หรือ น่าเสียดายที่เขาไม่รู้เรื่องตอนที่มายังเกาะแห่งนี้ในครั้งแรกเลย ถือว่ามาเสียเที่ยวโดยแท้
แม้เยี่ยอี้จะไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดชุยเสียวเสี่ยวจึงรู้สึกว่าสายตาที่เขามองแม่นางฝูดูไม่เป็นมิตรอย่างมาก ราวกับมีแรงอาฆาตที่ยากจะปกปิดแผ่ออกมา…