บทที่ 5
ด้านชุยเสียวเสี่ยวให้อาอี้ศิษย์น้องเล็กตักน้ำผสมยาสูบไปให้ฉินหลิงเซียวถังหนึ่ง
“เจ้าสำนักฉิน ท่านราดน้ำนี้ลงบนเปลือกรังไหมสิ บางทีอาจจะช่วยหยุดยั้งไม่ให้เจ้าปีศาจออกมาได้!” ชุยเสียวเสี่ยวตะโกนเสียงดัง
ฉินหลิงเซียวรู้ว่าปีศาจนี้มีฤทธิ์มารแปลกพิสดาร ถึงแม้วิธีการของชุยเสียวเสี่ยวจะดียิ่ง แต่อาจเป็นเพราะคำพูดนางที่ดูหมิ่นศิษย์สำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้าเมื่อครู่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจจึงไม่ยื่นมือออกไปรับน้ำยาสูบ กลับเสกกระบี่ปราณในมืออีกครั้งแล้วเหินร่างขึ้นไป เตรียมจะผ่าเปิดรังไหมออก
ครานี้เมื่อกระบี่ปราณของฉินหลิงเซียวโจมตีไปที่รังไหม กรงเล็บสีดำมะเมื่อมซึ่งซุ่มเงียบอยู่ในรังนั้นมาตลอดก็ยื่นออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่กลัวแสงกระบี่แม้แต่น้อย มันคว้าจับกระบี่ปราณของฉินหลิงเซียวไว้หมับ ขณะเดียวกันดักแด้ในรังก็พ่นพุ่งเส้นไหมปีศาจออกมาอีกครั้งแล้วพันห่อฉินหลิงเซียวซึ่งอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นหนา
เวลานี้เกราะหมอกปราณบนร่างของเขาใช้ไม่ได้ผลเลย เขา ‘จมหาย’ เข้าไปในใจกลางเส้นไหมละเอียดเล็กเหล่านั้น
ชุยเสียวเสี่ยวร้องขึ้นอย่างร้อนรน “แย่แล้ว…”
หากนางคาดไม่ผิด เจ้าปีศาจนั่นช่างเล่ห์ร้ายเหลือเกิน การที่ฉินหลิงเซียวฟันทำลายเส้นไหมปีศาจได้ก่อนหน้านี้ แท้จริงแล้วก็คือแผนแสร้งอ่อนแอหลอกศัตรูให้ตายใจของเจ้าปีศาจนั่นเอง
เจ้าปีศาจตนนี้เหมือนกับหมีจำศีลที่ตื่นขึ้นมาหิวโซจนอยากเขมือบกินทุกสิ่ง หลังจากมันแหวกรังออกมาได้ก็ต้องการเติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าทันที
เพียงแต่เลือดเนื้อของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจสนองความอยากของมันได้ ทว่าผู้บำเพ็ญเพียรจนเก่งกาจสามารถเช่นฉินหลิงเซียวนี้กลับเป็นอาหารบำรุงชั้นดีชนิดที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้เลย
ดังนั้นแล้วการที่มันจงใจแสดงความอ่อนแอเมื่อครู่ก็เพื่อหลอกให้ฉินหลิงเซียวเข้าไปใกล้รังไหม จากนั้นจึงค่อยตะครุบรวบทันใด หวังจะกลืนกินฉินหลิงเซียวในคราวเดียว
อาอี้เห็นดังนั้นก็รีบสาดน้ำทั้งถังในมือตนเองออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่เวลานี้เจ้าปีศาจได้โผล่หัวออกมาจากรังไหมและเผยให้เห็นใบหน้าแปลกประหลาดที่ดูเหมือนมนุษย์ก็ไม่ใช่ แมลงก็ไม่เชิงออกมา แม้น้ำยาสูบนี้จะทำให้มันคำรามไม่พอใจ แต่กลับก็ไม่อาจหยุดมันไม่ให้ลากฉินหลิงเซียวไปได้
และเพราะอาอี้อยู่ใกล้เกินไป ขาทั้งคู่ของเขาจึงถูกเส้นไหมปีศาจพันยึดจนล้มลงกับพื้นและถูกลากตัวเข้าไปหาเจ้าปีศาจนั่นเช่นกัน
เหตุพลิกผันนี้ทำให้เด็กหนุ่มตกใจร้องเสียงดัง กระดาษยันต์สีเหลืองกระจัดกระจายจากอกเสื้อราวกับเป็นของแจก ฉับพลันนั้นก็กระดาษยันต์ก็กลายร่างเป็นนกเหยี่ยว กระต่าย และนกกระจอกกระโจนบินไปทั่วอากาศ แต่กลับไร้หนทางพลิกคืนคลื่นคลั่งใดๆ ได้เลย
จีอู่ชีอยากไปช่วยศิษย์น้องเล็ก แต่อนิจจาเขาถูกไฟไหม้ไปทั่วทั้งร่าง ขยับเพียงเล็กน้อยก็เจ็บปวดทรมานแสนสาหัสแล้ว ฝ่ายศิษย์น้องรองเจียงหนานมู่ก็ตกใจกลัวถอยห่างไปไกล ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ท่ามกลางอันตรายที่โถมใส่ในคราเดียว ชุยเสียวเสี่ยวคลำควานเจอกระดาษฟางเหลืองเหมือนที่ใช้ในห้องน้ำในกระเป๋าเสื้อของตนเองจึงรีบชูขึ้นมาแผ่นหนึ่งแล้วกัดนิ้วตนเองเพื่อวาดยันต์ลงบนกระดาษนั้น ก่อนแปะลงบนหลังของสุนัขแก่ซึ่งติดตามนางมาตลอด จากนั้นก็ส่งกระดาษยันต์อีกแผ่นให้สุนัขแก่คาบไว้ พร้อมสั่งว่า “จี๋เสียง เอายันต์นี่ไปแปะบนตัวแมลงยักษ์นั่น!”
อาจารย์เคยบอกว่าเลือดของนางพิเศษเฉพาะ หากใช้เลือดเขียนยันต์จะผนึกรวมจิตได้ดีกว่า อักขระยันต์ที่นางตรากตรำร่ำเรียนตลอดทั้งคืน ผนวกกับพลังจากเลือดนี้เข้าไปอีก จะแพ้หรือชนะก็วัดกันที่ครานี้แล้ว!